ปวงชนชาวไทยยังไม่ทันคลายจากความเศร้าโศกกับการ “เสด็จสวรรคต” ของ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง”ก็ต้องมาเศร้าสียใจซ้ำอีกครั้งกับการ “สิ้นพระชนม์” ของ “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา” ด้วยพระชันษาเพียง 47 ปี นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่งของประเทศไทย!!เพราะ “พระองค์ภา” ทรงเป็น “เจ้าหญิง” ที่เติบโตมาพร้อมกับความรักของคนไทย อีกทั้งยังทรงงานหลายอย่างเพื่อช่วยเหลือพสกนิกรชาวไทย ประเทศไทย และเผื่อแผ่ไปถึงประเทศเพื่อนบ้านด้วย“มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก” สภากาชาดไทย ที่มี “พระองค์ภา” ทรงเป็นประธานกรรมการ และจัดตั้งขึ้นตามพระดำริของ “พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ” ตั้งแต่ปี 38 เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการทรงงาน เพื่อช่วยเหลือคนไทย ประเทศไทย และเพื่อนบ้านในฐานะ “ฟันนี่เอส” เป็นหนึ่งในคณะกรรมการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. หน่วยงานที่รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลน้ำ เพื่อให้หน่วยงานต่างๆนำไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ภายใต้ “คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ” ซึ่งทำงานใกล้ชิดกับมูลนิธิฯ ในเรื่องจัดการภัยพิบัติ และการฟื้นฟูนั้นได้เห็นภาพการทรงงานหนัก และเสด็จไปในพื้นที่ประสบภัย เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัย ตามภารกิจหลักของมูลนิธิฯที่มุ่งช่วยเหลือและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ประสบอุทกภัยอย่างครบวงจร และยั่งยืน ซึ่งเริ่มตั้งแต่การเฝ้าระวังก่อนเกิดภัยพิบัติ การบรรเทาทุกข์ระหว่างภัยพิบัติ ไปจนถึงการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติโดยในการเฝ้าระวัง มูลนิธิฯ ร่วมกับ “สสน.” และหน่วยงานต่างๆติดตั้ง “สถานีโทรมาตรอัตโนมัติ” เครื่องวัดปริมาณน้ำฝนแบบเรียลไทม์มาตั้งแต่ปี 49 เพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำ พร้อมแจ้งเตือน และป้องกันการเกิดอุทกภัย ช่วยลดความสูญเสีย และปี 63 ได้ยกระดับการเฝ้าระวังให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการติดตั้งโทรมาตรอัตโนมัติ บริเวณป่าต้นน้ำ 510 แห่งทั่วประเทศ ร่วมกับ 7 หน่วยงานนอกจากนี้ ยังมีพระราชดำริให้ติดตั้งที่ลาว ขณะเดียวกัน มูลนิธิฯได้สนองพระดำริติดตั้งที่เมียนมา เพื่อลดความเสียหายของไทย และเพื่อนบ้านจากน้ำท่วมใหญ่ รวมถึงจัดตั้ง “เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)” โดยอบรมชุมชนพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศให้ใช้เทคโนโลยีเตือนภัยก่อนเกิดภัยพิบัติ ช่วยลดความสูญเสียได้มากส่วนในการบรรเทาทุกข์ มี “ถุงยังชีพพระราชทาน” และ “โรงครัวพระราชทาน” สำหรับผู้ประสบภัย ขณะที่การฟื้นฟูหลังเกิดภัยพิบัติ มี “โครงการฟื้นฟูชุมชน บรรเทาทุกข์บำรุงสุขให้ยั่งยืน” โดยการทำความสะอาดและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยในชุมชน ช่วยฟื้นฟูแหล่งน้ำและฟื้นฟูอาชีพ โดยนำผลิตภัณฑ์ชุมชนมาจำหน่ายใน “ร้านพึ่งพา” และแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนนี่เป็นเพียงส่วนเล็กๆของพระราชกรณียกิจมากมายที่ทรงแบกรับไว้ จากนี้แม้คนไทยไม่ได้เห็น “พระองค์ภา” อีกแล้ว แต่ทุกคนจะจดจำทุกสิ่งที่ทรงทำเพื่อช่วยเหลือคนไทย ประเทศไทยอย่างไม่มีวันลืม และน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้.ฟันนี่เอสคลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม