ใน “ชวนม่วนชื่น 2” ธรรมะบันเทิงหลายเรื่องเล่า (อักษรสัมพันธ์ พิมพ์ครั้งที่ 2 แจกเป็นธรรมทาน พ.ศ.2558) เรื่องที่ 55 เรื่องกล้วยๆ การปล่อยวาง “พระอาจารย์พรหม” ท่านก็ช่างเล่าเรื่องช่วยผ่อนคลาย อารมณ์เหงาเศร้า...ได้ตรงใจ ค่อยๆอ่านไปด้วยกันสมัยโบราณการจับลิงเป็นเรื่องไม่ยาก พรานแค่เดินเข้าป่า หามะพร้าวแก่ได้ที่ แล้วเฉาะให้เป็นรูขนาดกำปั้นลิง กินน้ำและเนื้อมะพร้าวให้หมด แล้วก็เอามะพร้าวลูกนั้นแขวนบนต้นไม้ โดยใช้เชือกเส้นใหญ่หรือสายหนังผูกหลังจากหากล้วยลูกหนึ่งใส่ในลูกมะพร้าว พรานก็กลับไปนอนเกาพุงเล่นที่บ้านไม่ต้องสงสัย ไม่ช้าจะมีลิงสักตัวเจอกล้วยในมะพร้าวลูกนั้น แน่ล่ะ ตามประสาลิงมันจะล้วงมือเข้าไป พอกำกล้วยได้แล้ว ตอนมันจะดึงมือออกมา ขนาดของรูมะพร้าวทำให้ลิงดึงมือไม่ออก ลิงพยายามจะดึงมือออกจากลูกมะพร้าว นานแค่ไหน ก็ได้ เมื่อนายพรานไปถึง วิสัยลิงมันก็ยิ่งจะดิ้นทุรนทุราย ดึงมือหนี เพราะลิงคิด นี่เป็นกล้วยของฉันนั่นเอง มันจึงถูกคนจับไปใช้ได้ทุกครั้ง“อย่าเพิ่งหัวเราะ ลิงโง่” พระอาจารย์ทัก “คนก็โง่เหมือนลิง ถูกจับทุกครั้งเหมือนลิง”เทศนากัณฑ์นี้ น่าจะมีขึ้นในงานศพลูกชายโยมคนหนึ่ง พระอาจารย์จึงว่า โยมจึงไม่ยอมหยุดคร่ำครวญเสียที โยมร้องไห้คิดถึงเขาทุกเวลา ไม่เป็นอันหลับนอน ไม่เป็นอันทำการทำงานทำไม? พระอาจารย์พรหมตั้งคำถามแล้วท่านก็ย้อนกลับไปเรื่องลิง “สิ่งที่โยมต้องทำทันที ปล่อยกล้วยในมือทิ้ง เมื่อทิ้งกล้วยได้โยมก็จะสามารถดำเนินชีวิตต่อไปโดยไม่ทุกข์ทรมานมากนักแต่โยมก็มักไม่ยอมปล่อยวาง เพียงเพราะคิดว่า “เขาเป็นลูกชายของฉัน ฉันเป็นพ่อเป็นแม่ของเขา”ตอนลูกลืมตาดูโลกครั้งแรก คุณแม่หลายคนบอกกับพระอาจารย์ว่า มองไปที่ดวงตาทารกที่เพิ่งเกิดก็เคยคิดว่า นี่คือสิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้เกิดมาโดยพ่อแม่คู่เดียวแต่เขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่มาพร้อมกับอดีต มีบุคลิกลักษณะเฉพาะของตัวเอง เป็นผู้มาเยือนจากที่ใดก็ไม่รู้คนเป็นพ่อแม่มีหน้าที่ให้การเอาใจใส่ดูแล อบรมบ่มนิสัย รักใคร่เอ็นดู แรกๆก็คิดว่า อย่าพยายามครอบครองชีวิตใหม่นั้นน่าเสียดาย เมื่อนานๆเข้า พ่อแม่ทั่วไปก็เหมือนๆ/พ่อแม่ทุกคนลืมเรื่องที่เคยคิด ทำตัวเป็นเจ้าของลูกๆ เมื่อเป็นเช่นนั้น เมื่อถึงเวลาที่จะต้องปล่อยพวกเขาไป เหล่าพ่อแม่ก็ทำใจไม่ได้ ไม่มีใครยอมพ่อแม่ทุกคนจึงถูกจับตัวไว้ เหมือนลิงติดลูกมะพร้าว จมปลักอยู่ในความเศร้าโศก ความทุกข์ทรมานเล่าเรื่องที่ไม่ชวนม่วนชื่น...มาถึงตรงนี้ พระอาจารย์พรหมก็ยังมีความหวัง ทิ้งคำสอนสุดท้าย“การรักใครสักคนเป็นเรื่องเกิดขึ้นได้ แต่พร้อมๆกับความรักนั้น ต้องเตรียมตัวเตรียมใจปล่อยให้เขาจากไปในวันเวลาที่มาถึง”พื้นที่คอลัมน์ยังเหลือที่ว่าง ผมขอเติมเรื่องที่จำได้จากตอนท้ายๆพระไตรปิฎก ตอนพระมหาปรินิพพานสูตร...ท่ามกลางความโศกเศร้าโศกาดูร ในมนุษย์โลก บนสวรรค์ เหล่าเทวดาทุกสวรรค์ชั้นฟ้า ต่างก็โศกเศร้าโศกาดูรไม่ต่างกัน พระอินทร์ เจ้าแห่งดาวดึงส์ รำพันคาถาที่พระสงฆ์เรา ยังใช้ในวันนี้“อนิจจา วต สังขารา อุปปาทวยธัมมิโน อุปปัชฌิตวา นิรุชฌันติ เตสัง วูปสโมสุโข”สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป ความสงบวางสังขาร คือความสุขข่าวพ่อเพื่อน “พี่ พ่อผมไปสบายแล้ว ผมสะดุด...คิดว่า เพื่อนเจี๊ยบพูดผิด” พอทักกลับได้ความจริงก็คิดอีกที เพื่อนเจี๊ยบเพื่อนถูก พ่อเพื่อนไปอย่างเป็นสุขจริงๆ.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม