เมื่อครั้งกระนั้นทางการเกิดคิดขึ้นได้ จะยอมให้แขกเลี้ยงวัว เป็น บก.หนังสือพิมพ์ เพื่อให้นักข่าว นักเขียน ไม่ต้องขึ้นศาล ต่อไปไม่ได้อีก คนเป็น บก.อย่างน้อย ต้อง ม.8 คนวุฒิไม่ถึงต้องมีการสอบวิชา บก.เรื่องก็ร้อนอาสน์ บก.ม.4 เทพศิรินทร์ ที่ชื่อโชติ แพร่พันธุ์ขอบอก...ประดานักอ่าน เรื่องชีวิตโชติ แพร่พันธ์ ตอนนี้หาอ่านยาก เอหังการ์ของยาขอบนักเขียนใหญ่ ท่านเขียนลงนิตยสารไว้เมื่อปี 2494-5 ทั้งเมื่อรวมพิมพ์เป็นเล่มใน “สินในหมึก” ก็ยังแอบหมกไว้ในเรื่องไม่เป็นเรื่อง หมายเลข 3 ไหนๆหาเจอแล้วก็ขอโปรดรีบอ่านจะมีการสอบกันมาครั้งก่อนหรือไม่ ก็ไม่ทราบ แต่น่าจะเป็นครั้งแรก เพราะสมัยนั้นหนังสือพิมพ์ยังไม่เจริญมากนัก แต่มีผู้สอบกันถึง 14 คนกรรมการสอบ นอกจากท่านเจ้าพระยามุชมนตรี สมุหพระนครบาล ตัวประธานแล้ว ยังมีผู้ทรงภูมิรู้รวมห้าท่าน วิชาที่จะสอบก็ดูขึงขังเหลือเกินนัก 1 กฎหมาย 2 การปกครอง 3 ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ 4 ภาษาต่างประเทศ 5 ศีลธรรมจรรยา“แต่ละวิชา เห็นชื่อแล้วขนหัวลุก จนไม่มีแก่ใจไปอ่านหนังสือ แต่จะเข้าสอบเพื่อได้ดูว่า ผู้ใดใครหว่าจะเป็นผู้วิเศษ แต่ถึงเวลาสอบจริง อพิโธ่! ไม่น่าเย็นยากหนักใจอะไรเลย”ต่อข้อ 1 อย่างไรจึงจะเรียกว่าหมิ่นประมาท ต่อข้อ 2 ใครเป็นผู้ตั้งผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ต่อข้อ 3 ประวัติศาสตร์กับภูมิศาสตร์ ต่างกันอย่างไร ต่อข้อ 4 อ่านและแปลหนังสือเล่มหนึ่งไม่กี่บรรทัดแต่พอถึงข้อ 5 เอ๊ะ! พิกล อย่างไรจึงจะเรียกว่าประพฤติชอบด้วยศีลธรรมจรรยาทุกหน้าของผู้เข้าสอบวิตกกังวล บางท่านก้มหน้าจ้ำพรวดๆ หลายหน้ากระดาษฟุลสแก๊ป ไม่มีผู้ใดเลยที่จะไม่ใช้ถึงแผ่นที่สอง ท่านเอาอะไรมาตอบกันคนละยาวๆ เพราะเราไม่เห็นคำตอบที่จะจดปากกาลงไปได้สักตัวเดียวปวดเศียรอยู่จนนาทีสุดท้าย ตอบตะบันเข้าไปตามมีตามเกิด เข็มนาฬิกาไม่ช่วยให้มีเวลาตอบยาว ส่งกระดาษเป็นคนโหล่คณะกรรมการที่นั่งคอยคำตอบ ซึ่งท่านก็ได้อ่านคำตอบที่ส่งก่อนๆนั้นแล้ว ต่างก็พากันยิ้มในตอนผ่านกระดาษตอบของคนสุดท้ายไปให้กันและกันเป็นทอดๆพอถึงท่านประธานที่เป็นเจ้าพระยา ท่านพูดดัง เพราะไม่ต้องเกรงใจใคร “ตอบสั้นถึงใจ” ว่าแล้วหัวเราะก๊าก “คว้าเขามาทั้งดุ้น แต่ดี ถูกเผงทีเดียว สองวรรคเท่านี้ ประพฤติสิ่งที่ควรประพฤติเว้นสิ่งที่ควรเว้น อมความหมดว่าประพฤติชอบด้วยศีลธรรมจรรยาแล้ว”สอบ 14 ตกเสีย 13 ที่คล้ายหมากกล ตรงข้อห้านั่นเอง นัยน์ตาที่ชินกับถ้อยคำในสัญญาบัตร และบำเหน็จเหรียญตรา ซึ่งปาพรวดเข้าให้เวลาจนมุม ทำให้การสอบครั้งนั้นมีคนได้คนเดียวเมื่อเงื่อนไขของกฎหมายกำหนดมัธยม 8 จึงเป็นบรรณาธิการได้นั้น เจ้าเด็กมัธยม 4 หมายเลขประจำตัว 1119 ของโรงเรียนเทพศิรินทร์ ก็เป็นบรรณาธิการกะเขาได้ ด้วยความจริงฉะนี้และเด็ก ม.4 คนนี้ นอกจากงานบรรณาธิการ ก็ยังเป็นผู้จัดการ จนเป็นถึงผู้อำนวยการ เป็นนายกสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เป็นกรรมการจัดวางหลักสูตรวิชาหนังสือพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและบางขณะ ยังต้องไปบรรยายขยายขี้เท่อให้นักศึกษาวิชาหนังสือพิมพ์ฟังนอกจากงานอันทรงเกียรติประดามีเหล่านี้ ยังมีนวนิยาย ผู้ชนะสิบทิศ หากจะมีคำถาม...แหล่งความรู้ยิ่งใหญ่อันประเมินค่าไม่ได้นี้ได้มาจากประสบการณ์อันใด...วันหน้าถ้ามี จะค้นอ่านมาเล่าให้ฟังวันนี้ขอสะดุดคิดว่า หากเปลี่ยนวิชา บก.เป็นวิชารัฐมนตรี...ไหนๆ ใครก็เป็นได้ ไม่จำกัดวัยวุฒิกันแล้ว เออ! เราน่าจะคิดวิธีสอบกันดูบ้างปะไร?กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม