วันศุกร์ที่ 5 มิ.ย. ก.ล.ต. ได้เข้าแจ้งความกล่าวโทษ บล.ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) หรือ บล.ฟินันเซีย ต่อ กองปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ในข้อหา ความผิดในการทำความรู้จักลูกค้าและตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (KYC (Know Your Customer)/CDD (Customer Due Diligence)) ไม่รัดกุมเพียงพอที่จะทำให้มั่นใจได้ว่า บล.ฟินันเซีย รู้จักและสามารถระบุตัวตนที่แท้จริงของลูกค้าหรือผู้รับผลประโยชน์ลูกค้าที่แท้จริง และ ไม่ได้ทำความรู้จักกับลูกค้าในเชิงลึกเพิ่มเติม (enhance KYC/CDD) กรณีพบลูกค้าที่อาจทำธุรกรรมที่ผิดปกติหรือต้องสงสัย เป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 113 ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 282 พ.ร.บ.หลักทรัพย์ พ.ศ.2535เป็นข้อกล่าวหาที่ยาวเหยียด แต่ชัดเจนมาก ผมเชื่อว่าคนในแวดวงตลาดทุนอ่านแล้วก็คงรู้ว่าเรื่องอะไร เพราะเรื่องนี้ฝ่ายค้านได้นำไปอภิปรายในสภาและมีการเปิดโปงมากมายช่วงปี 2568 บล.ฟินันเซีย ถูกพาดพิงถึงการเป็นช่องทางทำธุรกรรมและการถือหุ้นที่เชื่อมโยงกับ นายเบน สมิธ หรือ นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ นักธุรกิจต่างชาติและเครือข่ายทุนเทา ซึ่งรู้จักสนิทสนมกับนักการเมืองไทยและนักธุรกิจไทยมากมาย เป็นผู้จัดหาเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวให้กับนักการเมืองไทยที่รํ่ารวยหลายคน เพื่อบินไปไหนมาไหนเป็นการส่วนตัว เครือข่ายของเบน สมิธ ถูก ปปง. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน) ตรวจสอบยึดอายัดทรัพย์ไปมากมาย พบทรัพย์สินที่อยู่ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับ บล.ฟินันเซีย คุณกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้อภิปรายและโพสต์จี้ ก.ล.ต.ให้ดำเนินการเรื่องนี้ในที่สุด ก.ล.ต. ก็ได้กล่าวโทษต่อ กองปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ แล้วคุณเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ ก.ล.ต.โฆษก ก.ล.ต. เปิดเผยว่า มาตรการสำคัญอย่างหนึ่งในการสกัดกั้นทุนเทา ก็คือ การกำหนดให้ผู้ประกอบการธุรกิจในตลาดทุน ทั้ง ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องมีระบบงานที่เป็นไปตามมาตรฐานในการ ทำความรู้จักกับลูกค้าและการตรวจสอบ (KYC/CDD) รวมถึง รายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย เพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า เนื่องจากผู้ประกอบการในตลาดทุนเป็นด่านสำคัญในการคัดกรองลูกค้า ดังนั้น ก.ล.ต.จึงให้ความสำคัญยกระดับมาตรฐานในเรื่องนี้ เมื่อพบว่า บล.ฟินันเซีย มีความบกพร่องในระบบ KYC/CDD และอาจมีความเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดตามกฎหมายอื่นด้วย ก.ล.ต.จึงดำเนินการกล่าวโทษต่อกองปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจขั้นตอนต่อไปก็เป็นเรื่องกฎหมายอาญา การสอบสวนของพนักงานสอบสวน การสั่งฟ้องคดีของอัยการ การพิจารณาของศาล คงใช้เวลาอีกนานเลยทีเดียว ก.ล.ต. ตั้งข้อกล่าวหา บล.ฟินันเซีย 3 ข้อ เมื่อตรวจสอบ พบว่า บล.ฟินันเซีย บกพร่องในระบบงาน KYC/CDD ระหว่าง 1 เม.ย.67-21 ธ.ค.68 ดังนี้“1.บล.ฟินันเซีย ไม่ได้ดำเนินการ KYC/CDD เพื่อให้ทราบถึง “ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง” ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่เป็น ผู้ควบคุม ทอดสุดท้ายของลูกค้า และดำเนินการ KYC/CDD เพื่อให้ทราบถึงผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงไม่ครบถ้วน ในส่วนที่ผู้ถือหุ้นทอดสุดท้ายของลูกค้าเป็นนิติบุคคลต่างประเทศ2.บล.ฟินันเซีย ไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อดูความสมเหตุสมผล เมื่อลูกค้ามีการขอเพิ่มวงเงินในจำนวนที่สูงจากวงเงินเดิมอย่างมีนัยสำคัญ3.บล.ฟินันเซีย ไม่ได้ดำเนินการ enhance KYC/CDD หรือ กำกับลูกค้าอย่างเข้มงวด กรณีลูกค้าของ บล.ฟินันเซีย มีการทำธุรกรรมที่ไม่สอดคล้องกับข้อมูลหรือเอกสารหลักฐาน ที่แสดงถึงศักยภาพทางการเงินของลูกค้ารายนั้นๆ เช่น กรณีลูกค้าทำธุรกรรมเกี่ยวกับการฝากหลักประกัน การรับโอน หรือการจองซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯในจำนวนที่สูง ซึ่งไม่สอดคล้องกับฐานะการเงินที่ลูกค้านำมาแสดงต่อ บล.ฟินันเซีย ทั้งมีข้อมูลที่สามารถพิจารณาได้ว่า ลูกค้าอาจไม่มีศักยภาพเพียงพอในการทำธุรกรรม” เป็นข้อกล่าวหาที่ชัดเจนมาก ถ้ายังทำอะไรไม่ได้ “ทุนเทา” ผงาดแน่นอน.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม