ตำรวจฟัน 3 ข้อหาหนัก ผอ.สำนักสืบสวนฯ ป.ป.ช.เมาแอ๋ควบกระบะชน จยย.หนุ่มไรเดอร์บนสะพานแขนขาดกระเด็นดับสยอง ลากไปไกลกว่า 500 เมตร สุดท้ายยางแบนแม็กแตกไปต่อไม่ได้ ตำรวจพาไปตรวจวัดแอลกอฮอล์สูงถึง 189 แฉหลังเกิดเหตุอ้างรู้จักตำรวจพื้นที่แถมมีเพื่อนนั่งแท็กซี่ตามมา พลเมืองดีเห็นท่าไม่ดีเข้าล้อมถ่ายคลิปเป็นหลักฐาน กันสับเปลี่ยนตัวคนขับ พนักงานสอบสวนไม่หวั่นเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง มั่นใจหลักฐานมัดแน่น ด้าน ป.ป.ช.ตั้งกรรมการสอบวินัย ยันยึดหลักความถูกต้องอุบัติเหตุสยอง ผอ.สำนักสืบสวนฯ ป.ป.ช.เมาควบกระบะชนรถ จยย.ไรเดอร์แขนขาดลากไปไกล เปิดเผยเมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 27 พ.ค. ร.ต.ท.อลงกรณ์ มีศรี รอง สว. (สอบสวน) สภ.บางศรีเมือง อ.เมืองนนทบุรี รับแจ้งเหตุรถกระบะชนกับรถ จยย.มีผู้เสียชีวิต 1ศพบริเวณสะพานต่างระดับบางรักน้อย ถนนราชพฤกษ์ ฝั่งขาออกมุ่งหน้าไปทางหลวงสาย 345 ต.บางรักน้อย อ.เมืองนนทบุรี ไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ภูมิสิษฐ์ ตั้งวิทย์เดชา ผกก.สภ.บางศรีเมือง แพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งในที่เกิดเหตุพบศพนายศรนรินทร์ นาคงสี อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45/382 หมู่ 1 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี อาชีพขับไรเดอร์ส่งอาหาร สภาพถูกชนแขนซ้ายขาด ใกล้กันพบรถจักรยายนต์ไฟฟ้า สีเทา ทะเบียน 4 ข 6686 กรุงเทพมหานคร ของผู้ตายล้มอยู่เลนซ้าย สภาพถูกชนท้ายพังเสียหาย ห่างไป 50 เมตรพบแขนซ้ายผู้ตายท่อนที่ขาดตกอยู่กลางถนน ส่วนรถคู่กรณีเป็นรถกระบะมิตซูบิชิไทรทัน 4 ประตู สีดำ ทะเบียน 5ขฮ 454 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่บริเวณตีนสะพาน ห่างจากศพนายศรนรินทร์กว่า 500 เมตร สภาพกันชนด้านซ้ายพัง ยางล้อหน้าซ้ายบี้แบน ล้อแม็กแตก ไม่สามารถขับต่อได้ข้างรถกระบะพบคนขับชื่อนายจรงค์ เกราะเหมาะ อายุ 52 ปี เป็นผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สภาพอยู่ในอาการคล้ายเมาสุราอย่างหนัก นอกจากนี้หลังเกิดเหตุมีเพื่อนของนายจรงค์นั่งรถแท็กซี่ตามมาดูที่เกิดเหตุ ตำรวจพานายจรงค์ไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงถึง 189 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เกินกว่ากฎหมายกำหนด ก่อนที่นายจรงค์จะใช้ตำแหน่งตัวเองประกันตัวไป ส่วนเพื่อนที่นั่งรถแท็กซี่ตามมาและมีอาการคล้ายกับคนเมาเช่นกันเจ้าหน้าที่ให้ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ได้ 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์สอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่าขณะขี่รถ จยย.บนสะพานเห็นรถไรเดอร์ผู้ตายขี่อยู่เลนซ้าย จากนั้นมีรถกระบะคู่กรณีขับมาเลนขวาลักษณะเป๋เข้าเลนซ้ายชนท้ายรถ จยย.ไรเดอร์ลากไปไกลเหมือนพยายามขับรถหนีจนไปจอดตรงตีนสะพาน เนื่องจากยางแตกขับต่อไปไม่ได้ ช่วงเกิดเหตุมีพลเมืองดีขับตามไปดูพบผู้ตายถูกชนแขนขาด ส่วนคนขับรถกระบะมีอาการคล้ายคนเมา พวกตนล้อมไว้เพื่อไม่ให้หลบหนี หลังลงจากรถชายคนดังกล่าวพูดว่ารู้จักตำรวจนนทบุรี ช่วงเกิดเหตุมีพลเมืองดีถ่ายคลิปไว้หมด เพราะหลังเกิดเหตุมีเพื่อนอีกคนนั่งรถแท็กซี่ตามมา กลัวจะมีการสับเปลี่ยนตัวคนขับด้าน พ.ต.อ.ภูมิสิษฐ์ ตั้งวิทย์เดชา ผกก.สภ.บางศรีเมือง เปิดเผยว่า หลังรับรายงานเหตุสั่งให้นำศพผู้เสียชีวิตไปชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ส่วนคนขับรถคู่กรณีหลังเกิดเหตุไม่ได้หลบหนี ให้การว่าพอเกิดอุบัติเหตุได้เลื่อนรถลงมาจอดยังถนนพื้นราบ เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่บนสะพานต่างระดับ เกรงว่าอาจจะเกิดเหตุซ้ำซ้อน ตำรวจนำไปตรวจวัดแอลกอฮอล์พบว่ามีปริมาณสูงถึง 189 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เกินกว่ากฎหมายกำหนด ทั้งนี้สั่งการให้พนักงานสอบสวนติดต่อนายจรงค์มาพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงให้ตำรวจนำหมายเรียกไปที่บ้านใน จ.ปทุมธานี พบเพียงภรรยาบอกว่านายจรงค์เดินทางไปที่ ป.ป.ช. ก่อนแจ้งให้ช่วยติดต่อเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนตามกำหนด ทั้งนี้ ตำรวจยืนยันจะดำเนินคดีและให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายต่อมาช่วงบ่ายวันที่ 28 พ.ค. พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ รอง ผบก.ภ.จ.นนทบุรี นำเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดนนทบุรีตรวจหลักฐานรถกระบะคันเกิดเหตุอีกครั้ง จากนั้นเปิดเผยว่า ตำรวจเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาคนขับรถกระบะ 3 ข้อหา ประกอบด้วยขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตาม ป.อาญา ม.291 และขับรถชนแล้วไม่ได้หยุดให้ความช่วยเหลือ แจ้งเหตุ แสดงตัวต่อเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นพฤติกรรมความผิด 1 ครั้ง แต่ผิดกฎหมายหลายบท ศาลจะลงบทกฎหมายที่หนักที่สุด แต่พนักงานสอบสวนแจ้ง 3 ข้อหาตามความผิดที่เกิดขึ้น“คดีนี้ตำรวจไม่ได้หนักใจที่ผู้ต้องหาเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง เพราะมีข้อมูลยืนยันการกระทำความผิดอยู่แล้ว ตำรวจได้ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ของคนขับรถกระบะไว้ตั้งแต่เชิญตัวมาที่โรงพักเรียบร้อยแล้ว พยานบุคคลก็มี พยานวัตถุ พยานต่างๆค่อนข้างสอดคล้องต้องกัน ตำรวจพิสูจน์หลักฐานนำรถ จยย.ของผู้ตายและรถกระบะคันที่ชนตรวจเปรียบเทียบการชนเพื่อนำไปประกอบสำนวนคดีแล้ว” รอง ผบก.ภ.จ.นนทบุรีกล่าวพ.ต.อ.โชคชัยกล่าวอีกว่า ส่วนเพื่อนของนายจรงค์ หลังทราบเรื่องอุบัติเหตุได้นั่งรถแท็กซี่ตามมาดูที่เกิดเหตุตอนหลัง ตำรวจขอให้ตรวจวัดแอลกอฮอล์ด้วยเพื่อให้คลายข้อสงสัย และพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดเช่นกัน แต่พนักงานไม่ได้ดำเนินคดี เนื่องจากไม่ได้ขับรถมาเอง ประกอบกับมีชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์และขี่รถ จยย.ตามมาดู เกรงว่าจะมีการเปลี่ยนตัวคนขับ ส่วนคนขับรถกระบะได้รับรายงานจากพนักงานสอบสวนว่าจะมาพบตำรวจเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาต่อไปขณะเดียวกัน น.ส.วิยะดา นาคงสี อายุ49ปี พี่สาวนายศรนรินทร์ ผู้ตาย พร้อมครอบครัวเดินทางเข้าให้การกับพนักงานสอบสวนที่ สภ.บางศรีเมือง น.ส.วิยะดาเปิดเผยภายหลังให้ปากคำว่า นายศรนรินทร์ มีลูก 2 คน ลูกสาวอายุ 20 ปี ส่วนลูกชายอายุ 21ปี ปกติแล้วน้องชายจะวิ่งรถส่งของตลอด เพิ่งคุยกันล่าสุดเมื่อ 2-3 วันก่อน ตอนนั้นไม่มีลางสังหรณ์บอกเหตุ อย่างไรก็ตามรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะน้องชายเป็นหัวหน้าครอบครัว เรื่องที่เกิดขึ้นไม่สนใจว่าคู่กรณีเป็นข้าราชการระดับสูงใหญ่แค่ไหนก็ไม่สน ยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะตอนเกิดเหตุมีคนเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างและมีคลิปยืนยันขณะที่นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณี ผอ.สำนักสืบสวนฯ ป.ป.ช. เมาแล้วขับรถชนผู้ขับขี่รถ จยย.เสียชีวิตว่า บุคคลดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.จริง เป็น ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษเท่านั้น แต่ไม่มีตำแหน่งเป็นรองโฆษก ป.ป.ช.ตามที่สื่อเล่นข่าว หลายเรื่องในข่าวเกินข้อเท็จจริง ผู้ขับขี่ที่เป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.บอกว่าไม่แน่ใจว่าขับเฉี่ยวชนหรือไม่ จึงไม่ได้หยุดรถในที่เกิดเหตุทันทีกระทั่งมีกลุ่มมอเตอร์ไซค์ขับตามจำนวนมาก ส่วนเรื่องเมาแล้วขับจากข้อมูลที่ได้รับรายงานไม่มีการเป่าแอลกอฮอล์ ข้อมูลที่พนักงานสอบสวนแจ้งเรื่องให้ ป.ป.ช.ที่เป็นต้นสังกัดรับทราบไม่ได้มีข้อมูลเรื่องนี้เมื่อถามว่า ยืนยันว่าไม่ใช่การเมาแล้วขับใช่หรือไม่ นายสุรพงษ์ตอบว่า ไม่ขอยืนยัน แต่ข้อมูลที่ได้รับมาพบว่าไม่มีการเป่าแอลกอฮอล์ ขอให้รอดูในรายงานจากพนักงานสอบสวน แต่ข่าวที่ออกไปดูมีความรุนแรงกว่าข้อเท็จจริงที่ได้รับมา ตัวเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ยืนยันเป็นอุบัติเหตุ และไม่ได้พูดเบ่งเรื่องมีตำแหน่งใหญ่โต ข่าวที่ออกไปดูเหมือนสื่อสารไม่ตรงกัน เรื่องนี้ช่วยกันไม่ได้อยู่แล้ว ทุกอย่างต้องว่าไปตามกฎหมาย ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวตามกฎหมายแล้ว เบื้องต้นป.ป.ช.ส่งเจ้าหน้าที่ไปเยียวยาครอบครัวผู้เสียหายแล้ว ไม่ได้นิ่งนอนใจ และขอแสดงความเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นต่อมาเวลา 14.30 น. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ออกแถลงการณ์เรื่องดังกล่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ช.ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้นและขอแสดงความอาลัยต่อครอบครัว ญาติและผู้ใกล้ชิดของผู้เสียชีวิต สำนักงาน ป.ป.ช.ตระหนักดีว่าเหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความสะเทือนใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและสังคมโดยรวมในวงกว้าง ขอเรียนชี้แจงว่าบุคคลที่ปรากฏตามข่าวเป็นข้าราชการปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ มิได้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรองโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช.ตามที่ระบุในบางรายงานข่าวแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม สำนักงาน ป.ป.ช.ตระหนักถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้น มิได้นิ่งนอนใจ หน่วยงานจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการตามกระบวนการทางวินัยที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ยึดหลักความถูกต้อง ความโปร่งใส ความรับผิดชอบต่อสังคม ขอยืนยันว่าการดำเนินการทุกขั้นตอนจะเป็นไปตามกฎหมายไม่ให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ใด จะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่