หนังสือเล่มนี้ชื่อเรื่องคมๆ ความหมายชวนคิด (สุริยเทพ ไชยมงคล เขียน อินสไปร์เครือนานมี พิมพ์ พ.ศ.2553) ขณะเปิดหนังสืออ่าน ผมคิดว่าจะมีเรื่องไหนคมและชวนคิดเหมือนชื่อ ตาก็เหลือบเห็นเรื่องที่ 18 เกิดก็ร้องไห้ ตายก็ร้องไห้ลองอ่านไปพร้อมๆกันแล้วค่อยมาคุยกันว่าคมชวนคิดมากน้อยขณะที่มนุษย์กำลังจะจากโลกนี้ มักมีน้ำตาไหลนองหน้า และมักถามพระผู้สร้างโลกว่า “ตอนข้าลงไปเกิด ท่านก็ให้ข้าร้องไห้ไปครั้งหนึ่งแล้ว พอถึงตอนตาย ทำไม? ท่านให้ข้าร้องไห้อีกเล่า!”“ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เจ้าไม่เคยมีรอยยิ้มบ้างเลยหรือ?” พระผู้สร้างโลกถาม“แน่นอน ข้าต้องเคยมีรอยยิ้มแน่ๆ ตอนยังเล็กข้าเคยยิ้ม เพราะอยากได้ลูกกวาด ตอนเรียนหนังสือข้ายิ้มเพราะสอบได้คะแนนดีในวิชาเอก เมื่อโตขึ้นเพราะรับรอยจูบจากคนรัก เมื่อเป็นพ่อเป็นแม่คนแล้วข้าเคยยิ้ม เพราะได้ยินเสียงเด็กทารกร้องครั้งแรกข้าเคยยิ้มเพราะเห็นการเติบโตของลูกทุกช่วงวัย เมื่อวันเวลาผ่านไป ข้าเคยยิ้มทุกๆครั้งที่มีความสุข แต่ในชีวิตนี้ ข้าก็ร้องไห้มาไม่น้อย ทุกครั้งที่ถูกกระหน่ำซ้ำเติมจากโชคชะตา ถูกทำร้าย เหงา หรือหมดกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่”“เจ้าเคยลองเปรียบเทียบดูหรือไม่ เมื่อรวมทุกเวลานาทีของชีวิตเข้าด้วยกัน เจ้าร้องไห้หรือยิ้มมากกว่ากัน”พระผู้สร้างโลกถามต่อ“ก็ต้องยิ้มมากกว่าอยู่แล้ว” ตอบแล้วคนตอบก็เงียบไปครู่หนึ่ง เพราะกำลังคิดถึงสุขและความทุกข์ที่เกิดขึ้นตลอดชีวิตบทสรุประหว่างมนุษย์กับพระผู้สร้างโลกจึงมีว่า ไม่ว่าความสุขมากกว่าความทุกข์ หรือความทุกข์มากกว่าความสุข หรือทั้งความทุกข์และความสุขเสมอกัน ก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเราไม่มีการเกิดจะมีการตายได้อย่างไร? ไม่มีน้ำตาจะมีรอยยิ้มได้อย่างไร?ไม่ว่ารอยยิ้ม หรือการร้องไห้ ล้วนมีส่วนเพิ่มรสชาติให้แก่ชีวิตเรื่องคมๆเรื่องนี้มีคำอธิบายความชวนคิดว่า...การแสดงออกของมนุษย์ด้วยการยิ้มหรือร้องไห้ เป็นดุจดอกไม้ไฟที่ปะทุขึ้นจากความรู้สึกภายใน เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของมนุษย์ไม่จำเป็นต้องสนใจว่าเราร้องไห้หรือยิ้มมากกว่ากันเพราะทั้งสองได้หลอมรวมความเป็นชีวิตของเราแล้ว ในชีวิตที่สมบูรณ์แบบย่อมมีทั้งรอยยิ้มและการร้องไห้หากไม่รู้จักความหวาน จะรู้จักความขมได้อย่างไร หากไม่มีรอยยิ้มก็ไม่มีเสียงร้องไห้ หากไม่มีฝนตกจะมีสายรุ้งได้อย่างไร?เรามักพูดกัน การผ่านความยากลำบากคือขุมทรัพย์ เพราะคนที่เคยผ่านความยากลำบากมาแล้ว จะรู้จักรักษาความสุขในชีวิต ไม่ว่าอุปสรรคหรือความราบรื่นก็ล้วนเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องพบเจอถึงกระนั้น โลกนี้ก็ยังดูสวยงาม ไม่เช่นนั้นหลายคนคงไม่ร้องไห้ อาลัยอาวรณ์เมื่อต้องจากโลกนี้ไปทารกร้องไห้ตอนเกิด แต่คนรอบข้างกลับยินดีกับการเกิดของเขา คนชราตายไปพร้อมรอยยิ้ม แต่คนข้างหลังกลับร้องไห้เสียใจไม่ว่าอย่างไรการเกิด การตาย การยิ้มแย้ม การร้องไห้ ก็ล้วนวนเวียนเป็นวัฏจักรอยู่ในชีวิตมนุษย์เช่นเดิมผมอ่านเรื่องเกิดก็ร้องไห้ ตายก็ร้องไห้ ถึงตอนจบ ก็อุทาน อือ! เรื่องของเขาคมและชวนคิดไปไกล ไม่ว่าเราจะได้รัฐบาลทหาร พลเรือน รัฐบาลปราชญ์ผู้เป็นสัพพัญญู หรือได้รัฐบาลมหาโจร เราก็หัวเราะแล้วร้องไห้...ต่อไปไม่เปลี่ยนแปลง.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม