เปิดหนังสือเคล็ดพิเคราะห์และใช้คน (สำนักพิมพ์สุขภาพใจ พิมพ์ครั้งที่ 4 มี.ค.2568) อ่านไปถึงเรื่องซุ่นจื๊อแบ่งคนเก่งเป็นสี่ประเภทจบแล้ว ผมถอนหายใจคิดถึงผู้เขียน อาจารย์ทองแถม นาถจำนง ไม่ได้จากไปไหน ยังอยู่ใกล้ๆพวกเราอาจารย์ทองแถมเริ่มต้นดังนี้...ซุ่นจื๊อหรือที่สำเนียงจีนกลางว่า “สวินจื่อ” ปราชญ์ใหญ่ยุคจั้นกั๋ว เป็นคนก่อนรุ่นจิ๋นซีฮ่องเต้หนึ่งรุ่น นับเป็นปรมาจารย์แห่งปรัชญาลัทธินิติวาท(ฝ่าเจีย)ปรัชญานิติวาทเป็นสัจนิยม ค่อนข้างจะเอียงไปทางปฏิบัตินิยม ด้วยระบบปรัชญาที่น่าสนใจมาก คัมภีร์ที่สำคัญ คัมภีร์ซุ่นจื๊อและคัมภีร์หานเฟยซุ่นจื๊อมีศิษย์เอกสองคน คือ หานเฟยและหลี่ซือ หานเฟยเขียนปรัชญานิพนธ์นิติวาทให้เป็นระบบ หลี่ซือนำปรัชญานี้ไปสู่ภาคปฏิบัติ โดยเสนอความคิดเห็นให้จิ๋นซีฮ่องเต้แต่การปฏิบัติของจิ๋นซีฮ่องเต้ผิดเพี้ยนไปจากแนวทางที่แท้จริงของปรัชญานิติวาท โดยเฉพาะเมื่อหลังปราบปรามก๊กอื่นราบคาบแล้ว จิ๋นซีฮ่องเต้ยิ่งทำผิดพลาดมากขึ้นจนอาณาจักรล่มสลาย หลังจากสิ้นพระชนม์ไปเพียง 15 ปีความโหดร้ายของจิ๋นซีฮ่องเต้ ทำให้ปรัชญานิติวาทชื่อเหม็น จนเสื่อมความนิยมลงไป ลัทธิหญู (ขงจื๊อ) ครอบงำสังคมจีนแทนมาถึงทุกวันนี้“แต่ข้อดีของปรัชญานิติวาทก็ยังมีอยู่ไม่น้อย นักคิดทั้งหลายไม่ควรมองข้าม” อาจารย์ทองแถมว่าแนวคิดพื้นฐานของปรัชญานิติวาทตรงข้ามกับปรัชญาขงจื๊อ ปรัชญาขงจื๊อว่า “ธรรมชาติดั้งเดิมของมนุษย์ดีงาม” แต่ปรัชญานิติวาทว่า “ธรรมชาติดั้งเดิมของมนุษย์เลวร้าย”ดังนั้นแนวทางแก้ปัญหาสังคมจึงแตกต่างกันไปอาจารย์ทองแถมบอกว่า ศึกษากันเพียงประเด็นนี้ก็คงต้องใช้เวลาทั้งชีวิต ท่านจึงอยากฝากชื่อซุ่นจื๊อกับหานเฟยเอาไว้สวินจื่อ ชื่อแซ่จริง สวินข้วง เป็นชาวแคว้นจ้าว เมื่ออายุ 50 ปี ได้ตำแหน่ง “จี้จิว” (หัวหน้าสำนักราชบัณฑิต) แคว้นฉี ต่อมาไปรับราชการแคว้นฉู่ ตำแหน่งข้าหลวงเมืองหลานหลิงลาออกจากราชการเมื่อ 255 ปี ก่อน ค.ศ. ใช้ชีวิตบั้นปลาย เขียนปรัชญานิพนธ์ไว้เล่มหนึ่งสวินจื่อเป็นนักปฏิบัตินิยม พิเคราะห์คนโดยมองผลงานที่เป็นจริง แบ่งคนเก่งไว้สี่ประเภทประเภทที่ 1 ปากพูดได้ดี กายก็ปฏิบัติได้ดี...นี่เป็นสิ่งวิเศษของแคว้นประเภทที่ 2 ปากพูดไม่เก่ง แต่กายปฏิบัติได้ดี...นี่เป็นสิ่งมีค่าของแคว้นประเภทที่ 3 ปากพูดได้ดี แต่กายปฏิบัติการไม่ได้ดี...นี่เป็นสิ่งใช้ได้ของแคว้นและประเภทที่ 4 ปากพูดดี แต่ปฏิบัติตัวเลวร้าย...นี่คือปิศาจของแคว้นบทสรุปของหลักการสวินจื่อ การปกครองแคว้นต้องเคารพยกย่องสิ่งวิเศษ ถนอมรักสิ่งมีค่า ช่วงใช้สิ่งใช้ได้ และกำจัดปิศาจคนเก่งหรือผู้นำประเภทที่ 4 คือคนมีวาทศิลป์ดี รู้จักคิดแผนการ แต่ชอบทำเรื่องเลวร้าย อาจารย์ทองแถมเขียนไว้ว่า เหมือนพวกนักการเมืองไทย (พวกที่ทำให้คิดว่าเป็นโจรปล้นเมือง ประโยคนี้ผมขอเติมเอง) เป็นปิศาจร้ายทำลายบ้านเมือง ต้องช่วยกันกำจัดเสีย.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม