หาม “อาตี๋ซีโฟร์” ส่งโรงพยาบาลวุ่น หลังเกิดวูบน็อกชักเกร็งหมดสติระหว่าง เข้าสู่ระบบคัดกรองนักโทษเรือนจำพิเศษพัทยา หมอต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ให้นอนห้องไอซียู อาการยังทรงตัว เผยปมเครียดจัด ไม่ยอมกินข้าวมา 3 วัน จนร่างกายอ่อนเพลีย “ผอ.ข่าวกรอง” ยอมรับผู้ต้องหาเชื่อมโยง ทุนเทาสแกมเมอร์ฝั่งเพื่อนบ้านจริง แต่พูดมากไม่ได้ “บิ๊กดุลย์” สั่งตรวจสอบปืนทุกกระบอกของกองทัพ ยันจะลงไปดูแลเอง “สีหศักดิ์” จี้ สลค.สรุปเรื่องฟรีวีซ่า จ่อลดระยะเวลาเหลือแค่ 30 วัน “โฆษก ตร.” แถลงเคลียร์ทุกประเด็น ย้ำ “หมิงเฉิน ซัน” เป็น เครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ มีรังใหญ่อยู่ในกัมพูชา สะสมคลังแสงอาวุธเตรียมเปิดศึกรบกับแก๊งคู่อริ เช็กเส้นทางเงิน เจอเม็ดเงินหมุนเวียนในบัญชีนับสิบล้านบาท “อนุทิน” สั่งสาวลึก โยงถึงใครจับให้หมด เชื่อไม่ใช่ทหารรับจ้างเป็นแค่คนธรรมดาไม่ใช่แค่นักสะสมปืน แต่เป็นมิจฉาชีพตัวเอ้ กรณีนายหมิงเฉิน ซัน อายุ 33 ปี สัญชาติจีน ขับรถเก๋งพลิกคว่ำพร้อมเพื่อนสาวชาวไต้หวัน ตำรวจพบปืนพกตกในรถ ได้ขยายผลเข้าค้นบ้านเช่าในซอยห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบคลังแสงย่อยๆ ทั้งปืนสงคราม วัตถุระเบิด เสื้อเกราะ อุปกรณ์ประกอบวัตถุระเบิด และน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนมาก โดยเฉพาะปืนไรเฟิลจู่โจม M4 จำนวน 2 กระบอก พร้อมขยายผลดำเนินคดีนายคเชนทร์ หรือบอย เสียงล้ำ อายุ 47 ปี ครูฝึกยิงปืน-คนติดต่อหาซื้อปืน M4 นายจำลอง สุทธิรัมย์ อายุ 51 ปี เจ้าของบัญชีม้า พ.จ.อ.เมธี นารมย์ อายุ 46 ปี สห.ทร.-นายหน้าหาปืน พ.จ.อ.ปฐมพล หลวงชัย หรือจ่าแหบ อายุ 54 ปี อดีต สห.ทร.-คนกลาง จ.อ.วัชรินทร์ ชุนฟุ้ง หรือจ่าบอย อายุ 43 ปี กองการบินทหารเรือ-ผู้นำปืนมาขาย เบื้องต้นแจ้งข้อหาหนักกับนายหมิงเฉิน ซัน ส่งตัวไปศาลฝากขัง แต่หลังเข้าเรือนจำไม่กี่ชั่วโมง ผู้ต้องหาจีนเครียดจัดจนต้องหามส่งโรงพยาบาลเร่งด่วนความคืบหน้าช่วงสายวันที่ 12 พ.ค. ที่ รพ.พัทยาปัทมคุณ (รพ.บางละมุง) จ.ชลบุรี นายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีน ยังคงรักษาตัวอยู่ในหอผู้ป่วยวิกฤติ หรือ ICU ชั้น 2 ของโรงพยาบาล มีคณะแพทย์และพยาบาล เฝ้าดูอาการใกล้ชิด ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับอาการผู้ต้องหา เบื้องต้นผู้ต้องหายังอยู่ในอาการทรงตัว ต้องใส่ท่อเครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา ส่วนอาการโดยรวม โรงพยาบาลไม่ขอเปิดเผย ต้องรอกรมราชทัณฑ์เป็นผู้เปิดเผยข้อมูลผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ช่วงบ่ายวันที่ 11 พ.ค. นายหมิงเฉิน ซัน ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษพัทยา ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังตำรวจคุมตัวกลับมาส่งศาลจังหวัดพัทยา และไม่มีใครยื่นประกันตัว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์รับตัวนายหมิงเฉิน ซัน เข้าเรือนจำทันที ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง เวลา 19.30 น. เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษพัทยานำตัว นายหมิงเฉิน ซัน มาส่ง รพ.พัทยาปัทมคุณ อย่างเร่งด่วน เพราะมีอาการช็อก ชักเกร็ง ระหว่างนำตัวเข้าสู่ระบบคัดกรองนักโทษของเรือนจำเนื่องจากหลังถูกจับกุมผู้ต้องหาไม่ยอมกินข้าว 3 วันแล้ว ดื่มแต่น้ำเปล่า และกินยารักษาโรคป่วยซึมเศร้าที่เป็นโรคประจำตัว รวมถึงมีสภาวะเครียด สูบบุหรี่จัดครั้งละ 2-3 มวน กระทั่งย่างเข้าสู่วันที่ 4 ร่างกายอ่อนเพลียมากจนรับไม่ไหว ทีมแพทย์ได้ให้น้ำเกลือ ให้ยาผ่อนคลายความเครียด และเฝ้าดูอาการใกล้ชิดทันทีที่ผู้ต้องหาคนสำคัญถูกหามส่งโรงพยาบาลเร่งด่วน สร้างความโกลาหลให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รอง ผบก.ภ.จ.ชลบุรี รีบเดินทางมายัง รพ.พัทยาปัทมคุณ มอบแนวทางการปฏิบัติกับตำรวจ สภ.บางละมุง ให้ผลัดเปลี่ยนกันมาควบคุมดูแลความปลอดภัยผู้ต้องหารายนี้ ในระหว่างที่ผู้ต้องหารักษาตัวอยู่โรงพยาบาลจนกว่าจะถูกส่งกลับเข้าเรือนจำ หากผู้ต้องหายังไม่ดีขึ้น ทีมแพทย์จะส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.ชลบุรี ตำรวจจะจัดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ภ.จ.ชลบุรี (คอมมานโด) เข้ามารับช่วงดูแลต่อ ขณะที่การรักษาความปลอดภัยรอบโรงพยาบาล มีตำรวจปฏิบัติการพิเศษ ภาค 2 (บูรพา 491) ตำรวจ สภ.บางละมุง เกือบ 10 นายและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เรือนจำพิเศษพัทยา ดูแลความปลอดภัย 24 ชั่วโมงอย่างเข้มงวด ป้องกันการหลบหนี รวมถึงป้องกันการชิงตัวผู้ต้องหาที่ สภ.นาจอมเทียน จ.ชลบุรี ตำรวจยังควบคุมตัว น.ส.มา ยู่ ซิน อายุ 33 ปี สัญชาติไต้หวัน เพื่อนสาวที่นั่งมาในรถเก๋งคันที่นายหมิงเฉิน ซัน ขับไปพลิกคว่ำไว้ในห้องขังเป็นวันที่ 4 หลัง ตม.พัทยา นำตัวมาฝากขังเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่ พร้อมเร่งเพิกถอนวีซ่าและผลักดันกลับประเทศ สภาพจิตใจหญิงไต้หวันรายนี้ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่มีอาการเครียดเหมือนวันแรก กินข้าว นอนหลับพักผ่อนได้ แต่ยังไม่มีเพื่อนหรือญาติมาเยี่ยมต่อมากรมราชทัณฑ์ชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่รับตัวนายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี ควบคุมไว้ในเรือนจำพิเศษพัทยา เมื่อวันที่ 11 พ.ค.เวลา 15.30 น. ต่อมาเวลา 17.30 น. ผู้ต้องขังเกิดชักเกร็งและหมดสติ พยาบาลเรือนจำประสานสายด่วน 1669 ส่งตัวออกไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลภายนอก ผู้ป่วยต้องใส่เครื่องช่วยหายใจและนำตัวส่ง รพ.พัทยาปัทมคุณ (รพ.บางละมุง) แพทย์รับตัวไว้รักษาและสังเกต เวลา 21.00 น. รพ.พัทยาปัทมคุณ ย้ายผู้ป่วยไปรักษาที่หอผู้ป่วยวิกฤติ (ICU) ชั้น 2 ตึกอุบัติเหตุ เรือนจำได้ตรวจหาสารเสพติดและสารพิษในร่างกาย เบื้องต้นไม่พบสารเมทแอมเฟตามีนและกัญชา และโรงพยาบาลได้ส่งตัวอย่างไปที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อหาปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด, สารไซยาไนด์ และกลุ่มยาเบนโซไดอะซีปีน คาดจะทราบผลภายใน 5-15 วันที่ทำเนียบรัฐบาล นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีมีรายงานข่าวว่านายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีน ครอบครองอาวุธสงคราม มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มสแกมเมอร์ ในระดับหัวหน้าสั่งการว่า เรื่องนี้ตนพูดไม่ได้มาก แต่ก็คล้ายๆในลักษณะนั้น เมื่อถามย้ำว่า มีความเชื่อมโยงกับทุนเทาสแกมเมอร์ฝั่งประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ นายฐนัตถ์กล่าวว่า ไม่ถึงขั้นนั้น แต่ก็ยอมรับว่ามีความเชื่อมโยงขณะที่ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีนครอบครองคลังอาวุธสงคราม หนึ่งในนั้น มีปืนของกองทัพเรือรวมอยู่ด้วยว่า การตรวจสอบเรื่องอาวุธในห้วงที่มีการรับส่งหน้าที่ผู้บังคับหน่วย จะมีการสำรวจพิเศษ นับเป็นรายกระบอก ทุกหน่วยทำอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวลใจ เมื่อถามว่ากรณีที่หลุดไปอยู่ในมืออาชญากรรมข้ามชาตินั้น พล.ท.อดุลย์กล่าวว่า เดี๋ยวตนจะไปตรวจสอบดูด้านนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายก รัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการทบทวนมาตรการฟรีวีซ่าว่า ฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวให้ระยะเวลา 60 วันอาจมากไป มีคนอาศัยตรงนี้ที่ไม่ได้เข้ามาเพื่อท่องเที่ยว ต้องดูแลให้รัดกุม สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) กำลังเร่งเสนอและสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เชื่อคงไม่มีปัญหา เพราะคณะกรรมการวีซ่าที่กระทรวงการต่างประเทศเป็นประธาน มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูอยู่แล้ว เมื่อถามว่าจะได้ข้อสรุปยุบรวมหลักเกณฑ์ในการออกวีซ่าเมื่อไหร่ นายสีหศักดิ์ตอบว่า สิ่งที่ต้องทำลำดับแรกคือ ฟรีวีซ่านักท่องเที่ยว แต่ไม่ได้มุ่งที่ประเทศใดต้องออกวีซ่าให้มีระยะเวลาที่เหมาะสมกับการท่องเที่ยว ไม่น่าจะเกิน 30 วันที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษก ตร. กล่าวถึงคดีนายหมิงเฉิน ซัน ว่า คดีคืบหน้าไปมาก พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และข้อมูลดิจิทัล พบประวัติแชตสนทนา ภาพการฝึกใช้อาวุธ และการเริ่มสะสมอาวุธตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา หลักฐานทั้งหมดชี้ชัดว่าผู้ต้องหามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา มูลเหตุจูงใจสำคัญมาจากเตรียมรับมือความขัดแย้งรุนแรงระหว่างแก๊งสแกมเมอร์ด้วยกันเอง พยานหลักฐานที่มีในปัจจุบัน ยังไม่พบข้อบ่งชี้ว่าผู้ต้องหาหรือเครือข่ายมีเป้าหมายก่อวินาศกรรมในไทย หรือก่อเหตุทำร้ายคนไทยโฆษก ตร.กล่าวว่า ส่วนที่ผู้ต้องหาอ้างว่าป่วยโรคซึมเศร้า สะสมอาวุธไว้เพื่อฆ่าตัวตาย เป็นสิทธิจะให้การ ตำรวจยึดถือพยานหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ที่มีน้ำหนักทางกฎหมายเป็นสำคัญ ส่วนการตรวจสอบเส้นทางการเงิน บช.สอท.หรือตำรวจไซเบอร์ ตรวจบัญชีและเส้นเงินผู้ต้องหา พบมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบหลายสิบล้านบาท เชื่อมโยงบัญชีธนาคารและบัญชีคริปโตเคอร์เรนซีของแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา เจ้าหน้าที่ยังเร่งขยายผลไปยังบริษัทที่ผู้ต้องหาเคยจดทะเบียนร่วมกับอดีตภรรยาเพื่อหาความเชื่อมโยง ส่วนสถานะบุคคลและการเดินทางเข้าประเทศ นายหมิงเฉิน ซัน เข้ามาถูกต้องผ่านช่องทางตรวจคนเข้าเมือง ใช้พาสปอร์ตจีนและกัมพูชา ถือวีซ่าประเภท PE (Privilege Entry Visa) เป็นวีซ่ากลุ่มผู้มีกำลังทรัพย์ มีสถานะพำนักระยะยาว (Residence) ในเกาหลีใต้“สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมนำกรณีนี้เป็นกรณีศึกษาเพื่อถอดบทเรียน จะเสนอให้ประสาน ข้อมูลด้านความมั่นคงกับหน่วยงานที่รับผิดชอบพิจารณาออกวีซ่า อาจนำระบบให้คะแนน (Scoring) สำหรับชาวต่างชาติมาใช้เพื่อปิดช่องโหว่ไม่ให้กลุ่มอาชญากรที่มีกำลังทรัพย์ใช้สิทธิพิเศษเข้าประเทศ ส่วนการทุจริตเรียกรับเงิน 2,000 บาท เพื่อทำข้อมูลเท็จออกบัตรสีชมพู เป็นการทำความผิดส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่ ต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ในคดีนายหมิงเฉิน ซัน ขณะนี้จับกุมผู้ร่วมขบวนการแล้ว 6 ราย รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่ขายปืนสั้นกล็อกให้กับผู้ไม่มีคุณสมบัติ บช.น.ได้ตั้งเรื่องสอบสวนทางวินัยและ ดำเนินคดีอาญาแล้ว ส่วนแหล่งที่มาของอาวุธสงคราม แม้จะพยายามทำลายลบข้อมูลทิ้ง แต่ตำรวจสามารถสืบทราบแหล่งที่มาได้อย่างน้อย 1 กระบอกแล้ว และเร่งสืบสวนต่ออย่างเข้มข้น” โฆษก ตร.กล่าวที่ บช.ปส. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีน เกี่ยวข้องกับนักการเมืองในไทยว่า กำลังสอบสวนจะเกี่ยวข้องกับใครต้องดูว่ามีส่วนร่วมทำผิดด้วยหรือไม่ การที่ใครจะไปรู้จักกับใครเป็นเรื่องปกติ เพราะเขามาอยู่เมืองไทยหลายปี เมื่อถามว่าอยู่ระดับไหนของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นายอนุทินกล่าวว่า ให้ถามสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะเป็นเรื่องการสืบสวนสอบสวน ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ประสานกัมพูชาบ้างหรือไม่ หลังออกมาตอบโต้ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ BHQ นายอนุทินระบุว่า เราเน้นเรื่องรูปคดีที่มาจากการสอบสวนเป็นหลัก ไม่เกี่ยวเรื่องการประสาน เราสอบสวนจากผู้ต้องหาและพยานแวดล้อม ผบ.ตร. รายงานว่า ขยายผลไปได้ ไม่ต้องกังวลหากพาดพิงถึงใคร ต้องดำเนินคดีทุกคนเมื่อถามถึงอุปกรณ์ต่างๆที่ตรวจค้นเจอ เขาตั้งใจเอามาปล่อยที่ไทยหรือนำไปปล่อยที่ไหน นายกฯกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นรายละเอียด ข้อมูลบางอย่างเป็นข้อมูลที่มีความอ่อนไหว เมื่อถามว่าจะให้ความสบายใจกับประชาชน หรือนักท่องเที่ยวอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันพร้อมให้ประชาชนมีความปลอดภัยในการใช้ชีวิตปกติ แม้ผู้ต้องหาจะมีเป้าหมาย คงเป็นเป้าหมายที่เน้นไปยังจุดนั้น ไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย หรือไปทำร้ายคนทั่วไป เราควบคุมตัวเขาไว้แล้วจะขยายผลไปถึงตัวภรรยาและเครือข่าย ตำรวจมีศักยภาพ สามารถสืบสาวไปจนถึงต้นตอของคดีได้อยู่แล้ว ส่วนจะถึงขั้นทหารรับจ้างเลยหรือไม่นั้น บุคคลนี้ดูเป็นคนธรรมดาผู้สื่อข่าวถามอีกว่า จะฝากอะไรถึงกลุ่มนักการ เมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนายหมิงเฉิน ซัน หรือไม่ นายอนุทินระบุว่า ไม่ต้องฝากอะไร หวังว่าคงไม่มีใครไปให้การสนับสนุนในการทำผิดกฎหมาย เราไปห้ามไม่ให้คนไม่รู้จักกันไม่ได้ เมื่อถามต่อว่าจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดเลยหรือไม่ นายอนุทินถามกลับว่า เคยมีใครวิ่งหนีตนได้หรือไม่ ผู้สื่อข่าวถามว่า มาตรการเฝ้าระวังบกพร่องหรือไม่ ทำให้นายหมิงเฉิน ซัน ซุกระเบิดซีโฟร์ และปืนถึง 10 กระบอกได้ นายอนุทินระบุว่า ไม่ใช่บกพร่องเรื่องมาตรการ แต่เป็นเรื่องการทำผิดกฎหมาย ตนอยู่เฉยๆ ครอบครองอาวุธไม่ได้ หากไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ ยิ่งระเบิดแค่เก็บไว้ที่บ้านก็ผิดกฎหมายแล้ว“ตอนเป็น รมว.มหาดไทย ผมไม่ต่อใบอนุญาตพกปืน วันนี้มาเป็นนายกฯ ยังคงนโยบายเดิม กำกับดูแลทั้งตำรวจ มหาดไทย และกลาโหม วันนี้ใบพกปืนไม่มี ภายในเดือนกันยายนนี้ ใบพกปืนที่ทุกคนมีอยู่ถือว่าหมดอายุ หลังจากนี้ใครพกปืนที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่มีหน้าที่และไม่ได้รับการอนุญาต ถือว่าผิดกฎหมาย” นายอนุทินกล่าวเมื่อถามว่า หลังจากนี้จะดำเนินการอย่างไร เพราะคนที่เข้ามาเหล่านี้มาสร้างความเดือดร้อน นายอนุทินระบุว่า ตนบอกแล้วว่าเจตนารมณ์ของโครงการต่างๆที่รัฐบาลไทยในอดีตและปัจจุบัน ถือเป็นโครงการที่ดี ส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งเสริมการลงทุน อำนวยความสะดวกให้คนมีความเชื่อมั่นในประเทศไทย แต่จะมีคนกลุ่มหนึ่งอาศัยช่องโหว่มาทำผิดกฎหมาย เราต้องไปดำเนินคดีให้ได้ ไม่มีทางที่จะทำผิดกฎหมายในประเทศนี้แล้วรอดพ้นไปได้ ทั้งเรื่องค้ายาเสพติด สแกมเมอร์ หรือหลอกลวงประชาชนต่างๆหากยังทำอยู่ ตำรวจจับได้ตลอดเวลาเมื่อถามต่อว่า จะสแกนคนจีนที่เข้ามาในประเทศอย่างไร นายกฯกล่าวว่า ทุกคนมีประวัติอยู่แล้ว ตรวจคนเข้าเมืองก็ต้องดูประวัติ ในเรื่องของการสแกนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่หากมีประวัติไม่ดี ทุกวันนี้กรมการปกครองของกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้ออกใบอนุญาตต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องสัญชาติ ที่ไม่มีการให้สัญชาติในช่วงหลังๆนี้ “จริงๆแล้วไม่ใช่สิ่งที่ดี คนที่ทำชั่วทำผิดก็ไปจัดการกับคนเหล่านั้น ไม่ใช่มาทำให้กระบวนการต่างๆหยุดชะงักไปหมด แต่ปัจจุบันนี้การสแกนหรือการตรวจสอบก็เพิ่มมากขึ้นเยอะ มีขั้นตอนเพิ่มมากขึ้น และนี่คือการสแกนอย่างหนึ่ง” นายอนุทินกล่าวอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่