ตามลากคอทันควันหลานทมิฬ ทุบหัวอาป่วยอัมพฤกษ์เสียชีวิต เพิ่งกลับจากทำงานเด็กเสิร์ฟมาเยี่ยมบ้าน ก่อนเกิดเหตุรู้ข่าวผู้ตายทำร้ายบีบคอหลานสาววัย 8 ขวบ ยัวะเข้าไปต่อว่าเกิดการโต้เถียงกัน โมโหคว้าไม้เบสบอลกระหน่ำไม่ยั้ง ก่อนเผ่นออกจากบ้านไปนั่งรถโดยสารตั้งใจหนีกลับร้าน ไม่รอดถูกชุดสืบสวนสกัดจับกลางทางตำรวจตามรวบหลานโหดใช้ไม้เบสบอล กระหน่ำตีอาป่วยอัมพฤกษ์เสียชีวิต เปิดเผยกลางดึกวันที่ 17 เม.ย. พ.ต.ต.หญิง วราพรรณ ประเสริฐศักดิ์ สว.(สอบสวน) สภ.บ้านนา จ.นครนายก รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายกันบาดเจ็บสาหัสที่บ้าน บนถนนสายรังสิต-นครนายก หมู่ 10 ต.บางอ้อ ไปตรวจสอบพร้อมด้วย ร.ต.อ.สุรชัย ชมภูนุช รอง สว.สส. เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดนครนายก และหน่วยกู้ภัยสว่างอริยะนครนายก (จุดบางอ้อ)ที่เกิดเหตุพบนายอนันต์ ปิ่นน้อย อายุ 45 ปี ลูกชายเจ้าของบ้าน นอนจมกองเลือด สภาพถูกตีด้วยของแข็งที่ศีรษะและลำตัวหลายแห่ง อาการสาหัส เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลบ้านนา แต่นายอนันต์ทนความเจ็บปวดไม่ไหวเสียชีวิตต่อมา ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบไม้เบสบอลพิงโคนเสาไฟฟ้าหน้าบ้าน 1 อัน ส่วนผู้ก่อเหตุทราบว่าเป็นหลานชายผู้ตายชื่อนายธนพล หรือหนูนา ปิ่นน้อย อายุ 23 ปี หลังก่อเหตุรีบหลบหนีไปสอบสวนญาติเบื้องต้นทราบว่านายอนันต์ ผู้ตาย มีศักดิ์เป็นอานายธนพล มีอาการป่วยเป็นอัมพฤกษ์ เดินเหินไม่สะดวก ปัจจุบันพักอาศัยกับพ่อที่บ้านหลังเกิดเหตุ มีพี่น้องและหลานอยู่ด้วยกันอีกหลายคน ก่อนเกิดเหตุผู้ตายไปทำร้ายหลานสาววัย 8 ขวบด้วยการตบศีรษะและบีบคอ นายธนพล หลานชายทราบ เข้าไปต่อว่าจนเกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง นายธนพลระงับอารมณ์ไม่ไหวคว้าไม้เบสบอลกระหน่ำตีไม่ยั้ง ก่อนวิ่งหนีไปต่อมาบ่ายวันที่ 18 เม.ย. พ.ต.อ.ธีรพรรดิ์ บัณฑิโตหิรัญโชติ ผกก.สส.ภ.จ.นครนายก นำกำลังร่วมกับชุดสืบสวน สภ.บ้านนา ออกติดตามจับกุมนายธนพล ผู้ก่อเหตุ ขณะนั่งรถตู้โดยสารหลบหนีเข้ากรุงเทพมหานครได้บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ ถนนรังสิต-นครนายก อ.องครักษ์ จ.นครนายก คุมตัวกลับไปสอบสวนที่โรงพักนายธนพลให้การรับสารภาพว่า ทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟอยู่ร้านอาหารใน จ.เชียงใหม่ เพิ่งกลับมาเยี่ยมพ่อ หลังรู้ข่าวนายอนันต์ทำร้ายหลานสาวเกิดโมโหใช้ไม้เบสบอลตี หลังเกิดเหตุตั้งใจหนีกลับเชียงใหม่ แต่โดนจับได้เสียก่อน สอบปากคำพนักงานข้อหาทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ความตายอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่