รัฐบาลเตือนเฝ้าระวัง “โรคเมลิออยด์ โดสิส” หรือ “โรคไข้ดิน” กำลังระบาดหนัก หลังพบผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศ 732 ราย เสียชีวิต 23 ราย ย้ำกลุ่มเกษตรกร ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ และผู้ทำงานสัมผัสดินและน้ำ เลี่ยงสัมผัสดิน-น้ำโดยตรง ควรสวมถุงมือ-รองเท้าบูตยาง หากมีไข้สูงเกิน 2 วัน หายใจเหนื่อย หรือมีแผลติดเชื้อ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที ชี้กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคไต ธาลัสซีเมีย และผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เสี่ยงติดเชื้อรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เตือน “โรคไข้ดิน” ระบาดหนัก เสียชีวิตแล้ว 23 ราย กลุ่มเสี่ยงลุยน้ำย่ำโคลนให้สวมรองเท้าบูตและถุงมือ อย่าสัมผัสดินโดยตรง เปิดเผยเมื่อวันที่ 18 เม.ย. น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข ติดตามสถานการณ์โรคเมลิออยโดสิสอย่างใกล้ชิด หลังพบแนวโน้มการระบาดยังคงน่ากังวล ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-16 เม.ย.69 พบผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศ 732 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 23 ราย ทั้งนี้ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น รายงานสถานการณ์ในเขตสุขภาพที่ 7 พบผู้ป่วยสะสม 68 ราย และเสียชีวิต 2 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุดคือผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปน.ส.ลลิดากล่าวว่า โรคเมลิออยโดสิส เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่พบในดินและน้ำ สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล การหายใจเอาฝุ่นดิน หรือการดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ อาการมีได้ทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง ตั้งแต่มีไข้สูง หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ไปจนถึงมีแผลบวมแดงหรือฝีหนอง หากเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด อาจทำให้เกิดภาวะติดเชื้อรุนแรงและเสียชีวิตได้รองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า สำหรับกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เกษตรกร ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ผู้ที่ทำงานสัมผัสดินและน้ำ รวมถึงผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคไต ธาลัสซีเมีย และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง มีโอกาสเกิดอาการรุนแรงสูงกว่ากลุ่มอื่น รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำโดยตรง หากจำเป็นควรสวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น รองเท้าบูตและถุงมือ และหากมีอาการไข้สูงเกิน 2 วัน หายใจเหนื่อย หรือมีแผลติดเชื้อ ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีโรคเมลิออยโดสิส สามารถรักษาให้หายได้ หากเข้ารับการรักษาอย่างรวดเร็ว ขอให้ประชาชนอย่าชะล่าใจ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยงควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422 ตลอด 24 ชั่วโมงโรคไข้ดิน (Melioidosis) เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรีย Burkholderia pseudomallei ที่ปะปนอยู่ในดินและน้ำ ปกติพบการระบาดมากในฤดูฝน ติดเชื้อได้จากการไปสัมผัสดินหรือน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อนโดยตรง (ผ่านบาดแผล) สูดดมฝุ่นละอองจากดินที่มีเชื้อ ดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารที่ปนเปื้อน การติดเชื้อมีความหลากหลายขึ้นอยู่กับอวัยวะที่ติดเชื้อและภูมิคุ้มกันของผู้ป่วย อาการทั่วไปมักจะแสดงออกหลังติดเชื้อประมาณ 1-21 วัน บางรายอาจมีอาการเป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปีหลังจากสัมผัสโรค และอาจคล้ายกับโรคติดเชื้ออื่นๆ เช่น มีไข้สูงเฉียบพลัน, ปวดศีรษะ, อาการปวดกล้ามเนื้อ, ปวดเมื่อยตามตัวนอกจากนี้ยังมีอาการที่ปอด เช่น ไอ มีเสมหะ และหายใจลำบาก, เกิดฝีหนองตามผิวหนัง หรือเป็นแผลเรื้อรัง เป็นต้น หากเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด อาจมีอาการรุนแรงถึงขั้นติดเชื้อในกระแสเลือด (ภาวะโลหิตเป็นพิษ) ความดันโลหิตต่ำ ช็อก และเสียชีวิตได้ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน, โรคไตเรื้อรัง, โรคตับ, โรคปอดเรื้อรัง, ธาลัสซีเมีย หรือมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง จะมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อและมีอาการรุนแรงมากกว่าคนทั่วไปนพ.หิรัญวุฒิ แพร่คุณธรรม ผอ.สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น กล่าวว่า โรคเมลิออยด์โดสิส เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย อาการที่ต้องรีบพบแพทย์คือ ไข้สูงเกิน 2 วัน หายใจหอบเหนื่อย แน่นหน้าอก มีแผลบวมแดง มีหนอง หรือมีแผลติดเชื้อ แผลฝีหนองที่อาจพบได้มีลักษณะเป็นตุ่มนูนหรือก้อนเล็กๆใต้ผิวหนัง คล้ายฝีที่มีหนองอยู่ภายใน ผิวหนังบริเวณรอบๆ บวม แดง ร้อน และกดเจ็บ ตุ่มฝีอาจแตกมีหนองไหลสีขาว เหลือง หรือขุ่น บางรายเกิดหลายจุดพร้อมกัน หากเชื้อลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดอาจเกิดภาวะติดเชื้อรุนแรง เสี่ยงเสียชีวิต ฉะนั้นหากมีอาการร่วมเช่น ไข้สูง หนาวสั่น อ่อนเพลียหรือมีตุ่ม ฝีหนองลักษณะดังกล่าวควรรีบพบแพทย์ทันทีอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่