ผมเพิ่งเห็นหนังสือป้าสำอาง วณิพกพเนจร (เอนก นาวิกมูล เขียน แสงดาว พิมพ์ พ.ศ.2569) เหตุที่วางอยู่ห่างตัว...แต่เมื่อเจอประโยค ชีวิตพิสดารของป้าสำอาง วณิพกตาบอด ผู้ขับขานเพลงขอทานยอดล้านวิว จึงหมดห่วงว่าหนังสือเล่มนี้จะมีคนอ่านน้อยบรรทัดท้ายๆ คุณเอนกตั้งใจจบเรื่องป้าสำอางไว้ดังนี้...พ.ศ.2540 อายุ 71 ปี อำลา ในบ้านหลังเล็กๆสลัมบางแวก ซอยพณิชยการธนบุรี สองทุ่ม สามวันต่อมา หลังการเผาที่เมรุวัดนก รูปกายเล็กๆของแกก็กลายเป็นควันล่องลอยขึ้นสู่สวรรค์ ทิ้งไว้แต่เรื่องราวชีวิตราวนิยายขื่นๆที่ไม่มีใครอยากสวมบทสำหรับผม เรื่องของป้าเศร้ามากกว่า หรือถ้าใครว่าสนุก...ผมก็ขอคัดลอก ตอนสนุก...เหลือเชื่อให้อ่านสมัยที่พ่อยังอยู่ (ก่อน 6 ขวบ)...กลับเข้าเรือตาฤกษ์ยายแหวนอีกที เรือลำนี้ใหญ่แบบข้างกระดาน ทำคล้ายๆเก๋งเรือ มีหลังคาโค้งนิดๆ ฝนตกก็รั่ว มีประตูข้างหัวข้างท้าย แล้วก็เดินข้างๆเรือได้ บางครั้งเรือก็แปลงโฉมเป็นสวนสัตว์ ตาฤกษ์เลี้ยงชะมด แมว จระเข้ วันดีคืนดียายแหวนก็เลี้ยงเสือ จากเสือก็เป็นนาก จากนาก ก็เป็นหนูเทศเลี้ยงสัตว์อื่นถึงจะแปลกประหลาด แต่สัตว์อะไรจะเท่าเลี้ยงจระเข้ ตอนเลี้ยงเรือคู่กับแมวพร้อมกันเลย“อีเหมียวก็อยู่ของมันไป เขาให้จระเข้นอนในเรือก็นอนไป ต่างคนต่างอยู่ ไม่ทำอะไรกัน ไอ้เข้มันเล็กกว่าฉัน เมื่อตอนฉันมาอยู่กับพ่อ มันยังไม่มี พ่อเขาชอบเลี้ยงสัตว์ ไอ้เข้มันตัวเล็กนิดเดียว เขาซื้อมาจากเด็กตัวละสลึง”“ตอนนั้นฉันอายุไม่กี่ขวบ แต่จำได้ ทีแรกมาตัวนิดเดียว ร้องเสียง แอ๊ว แอ๊ว เขาคลุกข้าวกับปลาให้มันกินอย่างจระเข้ที่วัดสามปลื้มเวลาไอ้เข้นอน มันนอนตัวยาวๆเรียบร้อย ไม่เกะกะ พอโตหน่อยมันก็คลานลงน้ำ มันลงของมันไปเอง ปล่อยตัวจ๋อม พักเดียวมันก็กลับมา ไม่ไปไหน มันเชื่องจะตายไป ฉันเป็นเด็กๆ ฉันยังขี่หลังมันเล่นเลย แต่ขี่ในเรือนะ”เวลาพ่อพูดกับมัน ก็เรียกมัน “ไอ้เข้ ไอ้เข้ มาหาพ่อ มาลูกมา”วันหนึ่ง เรือไปจอดที่ใต้วัดยม เลยบางปะอินไปทางอยุธยา พ่อฉันเขาพายเรือเล็กไปขอข้าวสาร ไอ้ฉันก็เล่นอยู่ทางท้ายเรือ แม่ฉันนอนหลับอยู่ ทีนี้คนเขาลงมาอาบน้ำที่ตะพาน เขาเห็นไอ้เข้ตะกายขึ้นเรือ เขาร้องเสียไม่มีละ”ป้าสำอางเล่าเรื่องไอ้เข้สนุกมาก ต่อไปเรื่อยๆ “ไม่ต้องกลัวมันงับ อยู่ในเรือพอเรียกมันก็มานะ เราเคาะ ก๊อก ก๊อก ก๊อก แล้วเรียก เข้มา เข้มา...มันก็คลานมาหา ฉันว่ายน้ำเก่งก็เพราะตะเข้ตัวนี้แหละเวลาอาบน้ำ เราเรียก มา มา มา มันก็โดดจ๋อมลงไป แล้วฉันก็เกาะมันไว้ ถีบน้ำมั่งพุ้ยน้ำมั่ง คล้ายๆนอนพังพาบบนหลังมันอย่างนั้นแหละ มันไม่จมนี่...”ตาฤกษ์เลี้ยงจระเข้ไว้หลายปี ตอนมันโตเต็มที่ยาว 2-3 เมตรกระมัง เมื่อตาฤกษ์ตาย ยายแหวนแจวเรือใหญ่คนเดียวไม่ไหว ต้องเอาไอ้เข้ไปถวายพระวัดยม อ.บางบาล เปลี่ยนเป็นใช้เรือเล็กยาว 11 ศอกตั้งแต่นั้นป้าสำอางก็ไม่ได้นอนกับจระเข้อีกเป็นไง! เรื่องป้าสำอาง สนุกพิสดาร เหลือเชื่อ อย่างที่ผมว่าไหม? นึกภาพป้าสำอางตาบอดตอนอายุสิบกว่า...เก่งฉกรรจ์ทางร้องเพลงขอทาน...จนแม่แท้ๆที่ทิ้งไปตอนอายุขวบเดียว กลับมาง้อขอเป็นลูกเป็นแม่...เสน่ห์ชีวิตป้าสำอาง ไม่แค่นี้ ชีวิตรักแกโลดโผนไม่แพ้ เอนก นาวิกมูล เล่าไว้ละเอียดยิบ จีบกันยังไง ได้กันยังไง อยากยิ้มให้ป้า...ไปหาหนังสือป้าสำอาง วณิพกพเนจร อ่านแบบ “หวานมันฉันคือเธอ” เอาเอง.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม