แม่พาลูกสาววัย 15 ปี เข้าขอ ความช่วยเหลือ สายไหมต้องรอด หลังถูกพลทหารตีสนิทระหว่างเข้าไปเล่นสงกรานต์กับเพื่อนผู้หญิงรวม 3 คนที่ถนนข้าวสาร ระหว่างเดินไปเข้าห้องน้ำสาธารณะบริเวณถนนตานี ถูกพลทหารนายหนึ่งตามมาผลักเข้าห้องน้ำ ข่มขู่ห้ามร้อง ไม่งั้นจะฆ่าให้ตาย ลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่แล้วเผ่นหนีหายไป ระหว่างเข้าแจ้งความยังถูกพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ท้องที่เกิดเหตุ พูดโน้มน้าวให้ไกล่เกลี่ย แต่แม่เหยื่อยันต้องการดำเนินคดีถึงที่สุด หลังกลายเป็นข่าวฉาว กองทัพบกเต้น ออกแถลงการณ์เปิดชื่อพลทหารหื่น รับแค่ว่ามีเพศสัมพันธ์เพราะฝ่ายหญิงยินยอม แต่ถูกคุมตัวเข้าสู่ขั้นตอนกฎหมายแล้วคดีฉาวช่วงสงกรานต์ในถนนชื่อดังเปิดเผยขึ้นที่สำนักงานสายไหมต้องรอด เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 16 เม.ย. นางไก่ (นามสมมติ) อายุประมาณ 60ปี พร้อม น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ลูกสาว นำหลักฐาน เข้าขอความช่วยเหลือจากนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กรณี น.ส.เอถูกชายอ้างว่าเป็นทหารก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเรา ขณะเดินทางไปเล่นน้ำสงกรานต์ที่ถนนข้าวสาร เหตุเกิดบริเวณห้องน้ำในซอยข้างโรงแรมแน็พพาร์คโฮสเทล ถนนตานี แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กทม. เมื่อวันที่ 15 เม.ย. เวลา 00.30 น. หลังเกิดเหตุพี่ชาย น.ส.เอ เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.ชยุตม์ ตั้งคุณสมบัติ รอง สว. (สอบสวน) สน.ชนะสงคราม ไว้แล้วน.ส.เอเผยว่า ตนกับเพื่อนไปเล่นน้ำสงกรานต์ที่ถนนข้าวสาร พบกลุ่มชายตัดผมเกรียนประมาณ 8 คน เรียกชื่อกันว่าจ่าและหมวด กลุ่มคนดังกล่าวเข้ามาเล่นน้ำด้วย ต่อมาชายคนหนึ่งในกลุ่มพยายามชวนตนไปที่พักแต่ตนปฏิเสธ กระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น. ขณะที่ตนเดินไปเข้าห้องน้ำเพียงลำพัง หนึ่งในกลุ่มทหารเดินแซงไปยืนรออยู่ก่อน อาศัยจังหวะที่ตนเดินเข้าห้องน้ำผลักประตูตามเข้ามา ระหว่างเกิดเหตุใช้กำลังล่วงละเมิดทางเพศและพยายามข่มขืน ตนขัดขืนจนถูกบีบคอและข่มขู่ว่า “อย่าร้องนะ ไม่งั้นกูจะฆ่ามึงให้ตาย” แม้จะมีบุคคลภายนอกเดินมาสอบถามความผิดปกติเนื่องจากได้ยินเสียง แต่คนร้ายตะโกนตอบกลับไปว่า ไม่มีอะไร ทำให้ตนหวาดกลัวไม่กล้าส่งเสียงร้อง กระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 10 นาทีคนร้ายเสร็จกิจ ตนรีบวิ่งออกมาขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดีและคนเก็บเงินหน้าห้องน้ำ กลุ่มผู้ก่อเหตุอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไปเหยื่อข่มขืนเผยอีกว่า หลังเกิดเหตุตนไปบอกให้พี่ชายทราบ และเข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจเวลาประมาณ 01.00 น. การดำเนินคดีน่ากังวลเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวกับตนทำนองว่า “ถ้าจะเอาเรื่องต้องขึ้นศาลทหารนะ” คล้ายพยายามให้ไกล่เกลี่ยยอมความกัน อีกทั้งการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุก็ล่าช้า ตอนนี้ยังมีอาการหวาดผวา ขอยืนยันว่าต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพราะมองว่าผู้ก่อเหตุเป็นถึงเจ้าหน้าที่รัฐควรมีจรรยาบรรณมากกว่านี้ ไม่ใช่มาทำร้ายประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนแบบตนด้านนางไก่ (นามสมมติ) มารดา กล่าวว่า ลูกสาวมาขอไปเล่นน้ำสงกรานต์กับเพื่อนบอกว่าจะไปกัน 3 คน ใจจริงไม่อยากให้ไป แต่บอกให้ดูแลตัวเองด้วย พอเกิดเรื่องรู้สึกเสียใจทั้งที่เป็นที่สาธารณะ ลูกสาวเพิ่งอายุ 15 ปี สังคมทุกวันนี้มันป่าเถื่อนเกินไปหรือไม่ อยากจะเอาใครก็ได้ ยิ่งพอทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นพลทหารยิ่งรู้สึกว่าขาดการศึกษา ความรู้สึกตอนนี้เหมือนครอบครัวตายทั้งเป็น เพราะเป็นตราบาปของลูก ต่อไปคงจะไม่ปล่อยให้ลูกออกไปเล่นน้ำแบบนี้อีก ยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด อยากให้ตำรวจเอาตัวมาลงโทษเพื่อให้เป็นบทเรียนให้กับคนที่คิดจะก่อเหตุแบบนี้ไม่ว่าจะเป็นใครก็ต้องรับโทษส่วนนายเอกภพกล่าวว่า เบื้องต้นตนประสานไปยัง พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เพื่อร้องขอความเป็นธรรม ขอให้ตรวจสอบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นทหารจริงหรือไม่ มีชั้นยศใดบ้าง หากเป็นทหารจริงขอให้ต้นสังกัดเร่งส่งตัวมาดำเนินคดีที่ สน.ชนะสงคราม นอกจากนี้เตรียมพาผู้เสียหายไปกระทรวงยุติธรรมเพื่อขอรับการคุ้มครองพยานและรับเงินเยียวยาฐานะผู้เสียหายคดีอาญา จากนั้นจะประสานไปยัง พ.ต.อ.นิพนธ์ นิธิการุณย์เลิศ ผกก.สน. ชนะสงคราม เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ขณะนี้ผู้เสียหายยังตกใจกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เตรียมประสาน พม.เพื่อเยียวยาสภาพจิตใจด้วยด้านศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบกมีความเคลื่อนไหวหลังปรากฏข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีผู้เสียหายแจ้งข้อมูลผ่านเพจสายไหมต้องรอดว่า ถูกกลุ่มบุคคลอ้างเป็นทหารทำร้ายร่างกายและล่วงละเมิดทางเพศบริเวณห้องน้ำสาธารณะใกล้ถนนข้าวสาร ช่วงเทศกาลสงกรานต์ กองทัพบกตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่ากองทัพภาคที่ 1 ได้รับการประสานจาก สน.ชนะสงคราม เพื่อติดตามตัวผู้ต้องสงสัย คาดว่าเป็นทหารกองประจำการในสังกัด กรณีเหตุการณ์ล่วงละเมิดทางเพศเมื่อคืนวันที่ 14 เม.ย. บริเวณถนนตานีใกล้กับถนนข้าวสารจากการตรวจสอบภายในหน่วยงานพบตัวผู้ต้องสงสัยคือ พลทหารภาสิทธิ์ โกมะหิ สังกัดกองร้อยกองบังคับการ กองทัพภาคที่ 1 จากการสอบสวนขั้นต้นเจ้าตัวยอมรับว่าระหว่างลาพักไปเล่นน้ำสงกรานต์บริเวณดังกล่าวจริง และมีเพศสัมพันธ์กับผู้เสียหายตามที่ถูกกล่าวหา ส่วนเพื่อนทหารที่เดินทางไปด้วย เบื้องต้นพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทราบหรือเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้หน่วยต้นสังกัดควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเข้าให้ปากคำและสอบสวนเพิ่มเติมที่ สน.ท้องที่ เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดกองทัพบกขอเรียนว่า แม้การกระทำดังกล่าวจะเป็นพฤติการณ์ส่วนบุคคล แต่ถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างร้ายแรง ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของส่วนรวม กองทัพบกพร้อมอำนวยความสะดวกและสนับสนุนเจ้าพนักงานตำรวจทุกขั้นตอนของการสืบสวนสอบสวน เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหายและเร่งรัดการลงโทษผู้กระทำความผิดโดยเร็วที่สุดอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่