วันนี้ (6 เมษายน) เมื่อ 244 ปี อันยาวนานที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระปฐมบรมกษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์จากนั้นอีกเพียง 15 วัน ณ วันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2325 ทรงประกอบพิธียกเสา “หลักเมือง” สำหรับราชธานีแห่งใหม่ที่ทรงมีพระราชดำริย้ายข้ามมาจากกรุงธนบุรีสู่ฝั่งตะวันออกของแม่นํ้าเจ้าพระยาและพระราชทานนามให้พระนครแห่งนี้ว่า“กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบูรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์”ที่ประชาชนชาวไทยเรียกกันสั้นๆว่า “กรุงรัตนโกสินทร์” หรือ “กรุงเทพมหานคร” นั่นแหละครับพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ทรงครองราชสมบัติเป็นเวลา 27 ปี 6 เดือน และเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ศ.2352 สิริพระชนพรรษา 72 พรรษาพระราชกรณียกิจที่สำคัญยิ่งนอกเหนือจากการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์แล้ว ในด้านการป้องกันราชอาณาจักรก็มีบันทึกว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงกระทำการศึก ทั้งทรงบัญชาการเอง และส่งนายทหารคู่พระทัยไปทำศึกกับกองทัพพม่าที่ยังมุ่งรุกรานราชอาณาจักรสยามถึง 7 ครั้ง และทรงเอาชนะพม่าได้ทุกครั้งนอกจากสามารถปกป้องการบุกรุกของพม่าได้สำเร็จ พระบาท สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชยังทรงตีหัวเมืองต่างๆ ขยายราชอาณาจักรออกไปจนราชอาณาจักรสยามในยุคของพระองค์ท่านมีอาณาเขตกว้างใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตั้งแต่ดินแดนล้านนา, ไทใหญ่, สิบสองปันนา, หลวงพระบาง, เวียงจันทน์, เขมร และด้านทิศใต้ก็ไปถึงกลันตัน, ตรังกานู, ไทรบุรี, ปะลิศ และเปรัก ฯลฯทางด้านศาสนาและศิลปวัฒนธรรม ทรงสังคายนาพระไตรปิฎก จัดทำพระไตรปิฎกฉบับหลวง เพื่อให้ถูกต้องตามพระวินัยและทรงสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์วัดต่างๆมากมายหลายวัดขณะเดียวกันก็ทรงฟื้นฟูวรรณกรรมด้วยการสนับสนุนให้แปลวรรณคดีต่างประเทศ เช่น สามก๊ก, ราชาธิราช ฯลฯ และทรงพระราชนิพนธ์ เรื่อง รามเกียรติ์ ในหลายๆตอนตลอดระยะเวลา 244 ปีจากรัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 10 แห่งการครองราชย์ของราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ล้วนอุทิศพระวรกายเพื่อชาติบ้านเมืองของเราทั้งสิ้น...ทรงนำประเทศไทยก้าวเข้าสู่ความเจริญรุ่งเรืองมาเป็นลำดับ...ในบางยุคบางสมัยที่ต้องผจญกับกลุ่มนักล่าเมืองขึ้นก็ทรงเสียสละ ทรงเคียงบ่าเคียงไหล่กับราษฎรและใช้พระปรีชาสามารถของแต่ละพระองค์ทำให้ประเทศไทยอยู่ได้มาโดยตลอดประเทศไทยใน พ.ศ.นี้ อาจเป็นเพียงประเทศเล็กๆประเทศหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ก็เป็นประเทศที่รู้จักอย่างดีของประชาคมโลก โดยเฉพาะ กรุงรัตนโกสินทร์ หรือที่รู้จักในนามของ Bangkok หรือ “บางกอก” ได้กลายเป็นเมืองอันดับ 1 ของโลกที่มีผู้มาเยือนมากที่สุดในการจัดอันดับหลายๆครั้งทั้งนี้ ก็ด้วยพระวิสัยทัศน์ของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 1 ที่ทรงย้ายเมืองหลวงและทรงสร้างเมืองขึ้นใหม่ โดยใช้ศิลปวัฒนธรรมประจำชาติของเรา จน กรุงรัตนโกสินทร์ กลายเป็นสมบัติและมรดกล้ำค่าของพวกเราชาวไทย เปรียบประดุจ “บ่อทราย” ที่มีน้ำซึมออกมาให้ดื่มกินอย่างไม่มีวันหมดสิ้น ทั้งในปัจจุบันนี้และในอนาคตข้างหน้าราชวงศ์จักรี และ สถาบันพระมหากษัตริย์ จึงนับว่าเป็น“เสาหลัก” ที่ช่วยคํ้ายันให้ประเทศไทยของเราเจริญรุ่งเรืองมาตลอด 244 ปีที่ผ่านมาแม้สถานการณ์ปัจจุบันพวกเราชาวไทยจะประสบความยากลำบากจากผลกระทบของสงครามตะวันออกกลาง แต่ผมก็ยังเชื่อว่า หากเรารู้รักสามัคคีร่วมมือกันต่อสู้ปัญหาอย่างไม่ท้อถอยโดยยึดสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นหลักชัยก็จะสามารถผ่านพ้นเหตุการณ์ไปได้อีกครั้งดังเช่นในอดีตกาลอดทน, อดกลั้นและ “อดออม” กันหน่อยนะครับในช่วงเวลาวิกฤติเช่นทุกวันนี้.“ซูม”