จากนี้ไปอีกเพียง 3 วัน ก็จะถึงเวลาโบก มือลาเดือนที่ 3 แห่งปี หรือเดือนมีนาคมแล้วนะครับ พร้อมกับต้อนรับเดือนที่ 4 หรือเดือนเมษายนที่จะเขยื้อนเข้ามาแทนที่ถ้าไม่มีปัญหา “วิกฤติน้ำมันโลก” มาสร้างความเจ็บปวดให้แก่ประเทศไทยละก็... ต้องยกให้เดือน เมษายน ซึ่งแม้จะร้อนที่สุด แต่ก็จะเป็นเดือนที่สนุกที่สุด และมีความหมายสำหรับคนไทยเรามากที่สุดเดือนหนึ่งเลยทีเดียวเริ่มตั้งแต่ วันที่ 1 เมษายน ซึ่งจะเป็นทั้ง วันข้าราชการพลเรือน, วัน ออมสิน, วัน เลิกทาส ฯลฯ แล้วยังเป็น “วันโกหก” หรือ April Fool’s Day ตามธรรมเนียมฝรั่งที่ระยะหลังเริ่มแพร่หลายเข้ามาในบ้านเรามากขึ้นวันที่ 2 เมษายน : วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ “วันอนุรักษ์มรดกไทย”วันที่ 6 เมษายน วันจักรี หรือ วันระลึกพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ผู้ทรงสถาปนาราชวงศ์จักรี และสร้าง กรุงรัตนโกสินทร์ เป็นเมืองหลวงใหม่ของประเทศไทยเมื่อ 243 ปีก่อนโน้นวันที่ 13 เมษายน : วันสงกรานต์และวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ซึ่งตามมาด้วย 14 เมษายน วันครอบครัว, 15 เมษายน วันเถลิงศกใหม่, 21 เมษายน วันคล้ายวันสถาปนากรุงเทพ มหานคร ฯลฯ และ ฯลฯนี่ยังไม่นับ 4 เมษายน เป็นวันภาพยนตร์แห่งชาติ 7 เมษายน เป็นวันอนามัยโลก และ 22 เมษายน วันคุ้มครองโลก หรือ Earth Day ด้วยนะครับจึงอาจกล่าวได้ว่า เดือนเมษายนของทุกปีเป็นเดือนแห่งการรอคอยของคนไทยทุกเพศทุกวัย และทุกอาชีพ ว่าอย่างนั้นเถิด...แต่ที่ทีมงานซอกแซกจะหยิบยกมาเชิญชวนท่านผู้อ่านไปร่วมงานในวันนี้ก็คือ วันที่ 2 เมษายน ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ และวัน “อนุรักษ์มรดกไทย” ด้วยนั่นเองท่านผู้อ่านคงจะทราบแล้วว่า รัฐบาลไทย ในยุคนายกรัฐมนตรี พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้มีมติเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2528 ให้ “วันที่ 2 เมษายน” ของทุกปี เป็น “วันอนุรักษ์มรดกไทย” ทั้งนี้ เพื่อรณรงค์สร้างความเข้าใจความสำนึกรักและหวงแหนในมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นราชสักการะแด่ สมเด็จ พระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ผู้ทรงมีพระมหากรุณา ธิคุณอย่างใหญ่หลวงในงานด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติตลอดมาอีกทั้งได้มีการสนับ สนุนให้ส่วนราชการและภาคเอกชนจัดกิจกรรม “สัปดาห์อนุรักษ์มรดกไทย” ขึ้นระหว่างวันที่ 2-8 เมษายน นับตั้งแต่ปี 2535 เป็นต้นมาจนถึงบัดนี้หน่วยราชการหนึ่งที่ยังคงดำเนินการจัดงานอย่างต่อเนื่องก็คือ กรมศิลปากร นับตั้งแต่ยังอยู่ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการมาจนถึงปัจจุบันที่เข้ามาอยู่ในสังกัดของกระทรวง วัฒนธรรมนับตั้งแต่ปี 2545 ที่มีการสถาปนากระทรวงวัฒนธรรมขึ้นอีกครั้งกรมศิลปากรในฐานะหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบงานด้านมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมเนื่องใน “สัปดาห์อนุรักษ์มรดกไทย” ติดต่อกันมาทุกปี และสำหรับปีนี้ 2569 ก็ได้แถลงข่าวการจัดงานไปเรียบร้อยแล้วเมื่อเร็วๆนี้ โดยท่านอธิบดี พนมบุตร จันทรโชติ สรุปข้อใหญ่ใจความได้ดังนี้นับตั้งแต่วันที่ 2-8 เมษายน 2569 ที่จะถึงนี้ ตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป ณ เวทีกลางแจ้งในบริเวณ พิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติ พระนคร จะมีการแสดงมหรสพไทย อาทิ โขน, ละครนอก, ละครพันทาง, ละครชาตรี ตลอดจนการบรรเลงและขับร้องดนตรีสากลสลับกับดนตรีไทยตลอดทั้ง 7 วันตามตารางการแสดงที่ได้กำหนดไว้แล้วดังเช่นในวันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป จะมี การบรรเลงและ ขับร้องดนตรีสากล, การบรรเลงวงปี่พาทย์ไม้นวมโหมโรงเพลงเทิด “สธ.”, รำถวายพระพรชุด “2 เมษามหามิ่งมงคลชนชาวไทย” และ โขน เรื่อง รามเกียรติ์ ชุด กำเนิดไผ่สีสุก–ศึกวิรุญจำบัง รวม 4 ชุดใหญ่ด้วยกันและในวันพุธที่ 8 เมษายน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของงาน เริ่มเวลา 18.00 น.เช่นกัน จะมีการบรรเลงและขับร้องวงปี่พาทย์ไม้นวม เพลง “เทพสมภพ” และการแสดง “โขน” ชุด “บารมีพระจักรีปราบกลียุค” เป็นต้นรายละเอียดโปรแกรมวันต่อวัน เข้าค้น อ่านในเว็บไซต์ของกรมศิลปากรได้เลยนะครับ ฟรี! ทุกรายการครับ!นอกจากนี้ตั้งแต่ 4 เมษายน ถึง 8 เมษายน ใน บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ตั้งแต่ 15.00 น.เป็นต้นไป ณ ห้องประชุม อาคารดำรงราชานุภาพ จะมีการ เสวนาทางวิชาการ ในหัวข้อ แหล่งโบราณคดีดอนยายหอม, เล่าเรื่องปราสาทชายแดน (เขมร) หลังควันปืน, เปิดหน้ากระดาษเล่าประวัติศาสตร์ภาษา, เอกสาร, หนังสือแห่งชาติ ฯลฯ...ท่านที่สนใจการเสวนาวิชาการเหล่านี้แวะไปได้เลยครับ ฟรี! เช่นกัน ฟังจบแล้ว...ออกมาชมการแสดงต่างๆ ณ เวทีกลางแจ้งต่อได้เลย ในช่วงแดดร่มลมตกทราบแล้วนะครับว่าพิพิธภัณฑสถานฯพระนครอยู่ที่ข้างๆโรงละครแห่งชาติ และหอประชุมธรรมศาสตร์ ข้างสนามหลวง...ไปง่ายมากมีรถเมล์ผ่านกว่า 10 สาย และมีรถใต้ดินไปถึงสถานีสนามชัย เดินออกแรงนิดหน่อย รวมทั้งจะไปทางเรือก็ขึ้นเรือด่วนเจ้าพระยาไปลงที่ท่ามหาราช ท่าพระอาทิตย์ เดินอีกนิดเดียวเท่านั้นเอง.“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “ซูมซอกแซก” เพิ่มเติม