เริ่มเอาจริงซะที สำหรับการบังคับใช้กฎหมายจราจร หลังหมดช่วงฮันนีมูน “เตือนก่อนปรับ” ที่ทำให้ผู้ปฏิบัติอึดอัดหลายๆ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ฐานะ ผอ.ศจร.ตร.ออกมาตีปี๊บเองว่า ตร.แบ่งการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนสำเหนียกถึงกฎหมายจราจร 3 ระยะปัจจุบันอยู่ในระยะที่ 1 “เตือนก่อนปรับ” จะหมดลงในวันที่ 31 มี.ค. หลังจากนั้นจะเข้าสู่ระยะที่ 2 ตำรวจจะบังคับใช้กฎหมายจราจรเข้มงวดขึ้น ไม่เตือนอีกต่อไปเพราะดูจากการปฏิบัติระยะที่ 1 ที่ผ่านมา ทั้งรถยนต์รถ จยย.ยังเต็มใจฝ่าฝืนกฎหมายกันอยู่อย่างต่อเนื่อง ดูได้จากปริมาณการจับกุม อาทิ รถ จยย.วิ่งเข้าเส้นทางหลักถนนวิภาวดีรังสิตและเส้นอื่นๆ การจอดในที่ห้าม เช่น หน้าสนามบินดอนเมือง ขนาดเห็นตำรวจมายังไม่สนใจ?!อันนี้มันก็น่าโมโห ไม่เกรงใจเครื่องแบบกันซะบ้าง?หลังสิ้นเดือนการจับกุมดำเนินคดี 10 ข้อหาหลัก ประกอบด้วย 1.ขับรถเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด 2.ขับรถย้อนศร 3.แซงรถในที่คับขัน 4.เมาแล้วขับ 5.ไม่สวมหมวกนิรภัย 6.ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 7.ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ 8.ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร (ฝ่าไฟแดง) 9.ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ และ 10.ใช้รถมอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย(ดัดแปลงหรือไม่ใช้อุปกรณ์ป้องกัน) เริ่มทันทีรับรองว่า ใบสั่งอาจถึงกับขาดตลาด?เพราะผู้ใช้รถใช้ถนน ยังหน้าเริดหน้าลอยทำผิดกฎหมายจราจรกันอยู่ต่อไป แถมพอถูกจับหลายคนยังทำอารมณ์เสีย จนอยากให้ตำรวจดำเนินคดีทุกข้อหาที่พบ ไม่ต้องปรานีกันแล้วสาเหตุใหญ่อย่างที่เคยบอก ปล่อยปละละเลยกันมานานจนเป็นนิสัย จากนิสัยก็กลายเป็นสันดาน พอถูกจับลงโทษเลยอารมณ์เสีย เพราะคิดไปเองว่า “กูไม่ผิด”เพราะฉะนั้นเลิกหวังว่าใช้ไม้นวมแล้วจะได้ผล เวลาเดือนกว่าในช่วง “เตือนก่อนปรับ” ทำให้เห็นอยู่ทนโท่ว่ามันล้มเหลว?ถึงเวลาเล่นบทโหด เพื่อความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นซะที...สหบาทคลิกอ่านคอลัมน์ “ส่องตำรวจ” เพิ่มเติม