ไทยทางผ่านยาเสพติดโลก เบื้องหลังแหล่งผลิต “เฮโรอีน” ริมชายแดน ไทยรัฐออนไลน์ (1 ก.ค.69) ระบุว่า ไทยกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในเส้นทางลำเลียงยาเสพติดระดับโลกอย่างเลี่ยงไม่ได้ ด้วยภูมิศาสตร์ที่ติดกับแหล่งผลิตขนาดใหญ่ ประกอบกับเครือข่ายโลจิสติกส์ที่ทันสมัยต้นทางของ “เฮโรอีน” เกือบทั้งหมดมาจากพื้นที่ “สามเหลี่ยมทองคำ” ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่างไทย เมียนมา และลาว ปัจจุบันพื้นที่ผลิตหลักอยู่ในเขตรัฐฉาน ประเทศเมียนมา โดยมีกลุ่มอิทธิพลและชนกลุ่มน้อยติดอาวุธควบคุมพื้นที่และโรงงานแปรรูปเคมีภัณฑ์“กลุ่มว้าแดง (UWSA)” มีขีดความสามารถในการผลิตและควบคุมสารตั้งต้นสูงที่สุดในพื้นที่ กลุ่มโกกั้ง และกองกำลังติดอาวุธชาติพันธุ์ขนาดเล็ก รวมถึงกลุ่มทหารบ้าน (Militia) ที่แฝงตัวอยู่ริมชายแดน เมียนมา-จีน และเมียนมา-ไทยเส้นทางเข้าสู่ไทยขบวนการจะลำเลียงเฮโรอีนอัดแท่ง (มัก ประทับตราสิงโตคู่เหยียบลูกโลก) ข้ามแม่น้ำโขงหรือเดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน รวมถึงระยะหลังๆเริ่มทะลักเข้าทางภาคอีสาน เช่น นครพนม, มุกดาหาร เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจค้นอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ภาคเหนือขบวนการค้ายาเสพติดใช้ไทยเป็นทางผ่านและจุดกระจายสินค้า เพื่อส่งต่อไปยังประเทศปลายทางที่มีมูลค่าตลาดมืดสูง เช่น ออสเตรเลีย ไต้หวัน ญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐอเมริกา โดยยาเสพติดหลักๆ แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ “ยาไอซ์” และ “ยาบ้า” (สารตั้งต้นกลุ่มเมทแอมเฟตามีน) เน้นลำเลียงปริมาณมากเส้นทางขนส่งทะลักเข้าทาง “ภาคเหนือ” และ “ภาคอีสาน” ของไทย ก่อนจะส่งต่อไปภาคใต้ เพื่อลงเรือ หรือแพ็กใส่ตู้คอนเทนเนอร์ปะปนกับสินค้าเกษตร...เครื่องใช้ไฟฟ้าทางท่าเรือแหลมฉบังประเด็นสำคัญ “เฮโรอีน” ยาเสพติดสกัดจากฝิ่นที่ยังคงเป็นที่ต้องการสูงในตลาด “ออสเตรเลีย” และ “ไต้หวัน” เนื่องจากได้ราคาดีกว่าขายในไทยหลายเท่าตัว ขบวนการมักใช้วิธีซุกซ่อนในพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ หรือจ้างคนหิ้วเดินทางโดยเครื่องบินพลิกแฟ้มย้อนรอย “เครือข่ายลักลอบค้ายาเสพติดข้ามชาติ” ในรอบหลายปีที่ผ่านมา มีพัฒนาการที่น่าสะพรึงกลัว โดยเปลี่ยนผ่านจาก “การลักลอบแบบดั้งเดิม” สู่ “อาชญากรรมทางเทคโนโลยีและซัพพลายเชนระดับโลก” ผู้เชี่ยวชาญข้อมูลเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติวิเคราะห์ว่า ในอดีต (15-20 ปีก่อน) การขนส่งมักพึ่งพา “มนุษย์” เป็นหลัก แต่ปัจจุบันเครือข่ายเหล่านี้กลายเป็นองค์กรอาชญากรรมเต็มตัวที่ปรับตัวได้รวดเร็ว หนึ่ง...เครือข่ายลดการพึ่งพายาเสพติดจากธรรมชาติ เช่น ฝิ่น และหันมาผลิต “ยาเสพติดสังเคราะห์” เช่น เมทแอมเฟตามีน เพราะผลิตได้ทุกที่ ไม่ต้องใช้พื้นที่เพาะปลูกที่สำคัญ...ควบคุม “ต้นทุน” ได้ง่ายกว่าสอง...การปกปิดระดับโมเลกุล มิจฉาชีพไม่ได้แค่ซ่อนยาในกระเป๋า แต่ใช้วิธีการทางเคมี เช่น การผสมสารเสพติดลง ในเนื้อผ้า พลาสติก หรือวัสดุอุตสาหกรรม ทำให้การตรวจด้วยเครื่อง เอกซเรย์แบบเดิม (ที่เน้นดูความหนาแน่น) ไม่สามารถตรวจพบได้สาม...โครงสร้างองค์กรที่แตกตัว ไม่ได้มี “บอสใหญ่” คนเดียวควบคุมทุกอย่าง แต่แบ่งเป็นหน่วยย่อยๆ...หน่วยจัดหา, หน่วยขนส่ง, หน่วยฟอกเงิน ทำให้เมื่อถูกจับกุมในจุดหนึ่ง เครือข่ายส่วนใหญ่ก็ยังอยู่รอดถัดมา...เทคนิคการลักลอบขนส่ง “ทางน้ำ”...มีการใช้เรือกึ่งดำน้ำ หรือเรือขนาดเล็กที่ไม่ใช่เรือพาณิชย์ เพื่อส่งของกลางกลางทะเลให้กับเรืออีกลำหนึ่งก่อนเข้าฝั่ง เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจตราในท่าเรือหลักอาศัยการแทรกซึม นำยาเสพติดซุกซ่อนไปกับสินค้าอุตสาหกรรม หรือเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่เครื่องสแกนเจาะเข้าถึงได้ยาก บวกกับการใช้ระบบสื่อสารเข้ารหัส เพื่อประสานงานระหว่างประเทศ...ดักฟังได้ยาก หลายกรณีหลายคดีที่สะท้อนความจริง การจับกุมในออสเตรเลียสะท้อนให้เห็นว่าไทยกลายเป็น “ประเทศต้นทาง” ที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด โดยกลุ่มอาชญากรใช้เทคนิค “ซุกซ่อนในสัมภาระ” ที่ดูปกติ แต่แฝงด้วยเฮโรอีนและยาไอซ์มูลค่ามหาศาล ซึ่งเป็นจุดที่ขบวนการค้ายาใช้ “ความไว้ใจ” ของนักเดินทางเป็นเครื่องมือปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สถานการณ์ยาเสพติดข้ามชาติที่เชื่อมโยงกับประเทศไทยในปี 2569 กำลังเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะในมิติการใช้ไทยเป็นฐานหรือเส้นทางลำเลียงไปยังประเทศปลายทางที่มีกำลังซื้อสูง เช่น ออสเตรเลีย ฮ่องกง และไต้หวัน ถึงแม้ว่า...ฝ่ายบริหารกำกับดูแลการปราบปรามยาเสพติด จะยืนยันว่า “ประเทศไทยไม่ใช่ทางผ่าน” โดยย้ำว่าหากมีมาตรการป้องกันที่ดีและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่เคร่งครัด ก็สามารถสกัดกั้นได้รัฐบาลมีแนวคิด “ถอดบทเรียน” เพื่อแก้ไขกฎหมายเพิ่มโทษให้รุนแรงขึ้น เนื่องจากปัจจุบันผู้กระทำผิดมีความเกรงกลัวกฎหมายน้อยลง อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องผู้ที่ผ่านการบำบัดแล้วกลับไปสู่วังวนเดิม ซึ่งต้องเร่งปฏิรูปกระบวนการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนทว่า..ยังมีเหตุผลสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยถูกมองว่าเป็นจุดปฏิบัติการสำคัญของเครือข่ายข้ามชาติ ได้แก่ แรงจูงใจทางเศรษฐกิจ...ยาเสพติดเมื่อถูกส่งต่อไปยังประเทศที่มีกำลังซื้อสูง เช่น ออสเตรเลีย จะมีราคาพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัวเมื่อเทียบกับต้นทาง ทำให้เครือข่ายยินดีรับความเสี่ยงถัดมา...ภูมิรัฐศาสตร์และความขัดแย้ง ปัญหาความไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้าน (เมียนมา) ทำให้ “ยาเสพติด” กลายเป็นแหล่งเงินมืดหลักที่ใช้หล่อเลี้ยงสงครามและจัดหาอาวุธ ส่งผลให้ปริมาณยาเสพติดทะลักเข้ามาในไทยมากขึ้นและราคาถูกลง และเชื่อมโยง เครือข่ายฟอกเงินและการค้าออนไลน์ที่ซับซ้อนภาพสะท้อนทั้งหมดเหล่านี้ชี้ชัด “เครือข่ายอาชญากรรม” ในปัจจุบันมีการปรับตัวตลอดเวลา ความท้าทายของไทยจึงไม่ใช่เพียงแค่การปราบปรามตามแนวชายแดน.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม