“รุทธพล” เผยชุดสอบสวน ดีเอสไอรวบ “มัลลิกา” คา รพ.พระราม 9 คุมตัว สอบฟันข้อหาฉ้อโกง-ฟอกเงิน แฉเป็นผู้บริหารบริษัท คิวอาร์เอส เอ็ดดูเคชั่น ลูกข่าย 4 บริษัทโบรกเกอร์ ขบวนการสแกม ตุ๋นเหยื่อลงทุนเข้ากลุ่มรับสัญญาณซื้อขาย ประกันกำไรสูงร้อยละ 20-30 ภายใน 7 วัน ชุดสอบสวนฯยันเส้นเงินโยงใยถึง “ภาวุธ” นำตัว “โค้ชเจมส์” ส่งศาลอาญาฝากขัง พฤติการณ์สอนเทรด แนะนำไอบีล่าสมาชิกป้อนแก๊งตุ๋น เจ้าตัวอ้างแค่สอนเทรดฟรี ไม่ได้ล่อลวงให้ลงทุน “เท้ง” หอบหลักฐานร้องจีนแก้สารพิษเหมืองปนเปื้อนแม่น้ำ บี้ รบ.ใช้การทูตจี้จีนร่วมสะสาง เหน็บบินไปจีนหาช่องแก้มลพิษ-ทุนเทา-ไฟขัดแย้งไทย-กัมพูชา-สวมสิทธิ์พ่อทิพย์ เฉ่งนายกฯแวดล้อมพัวพันแต่ทุจริต ศาล รธน.ตีตกคำร้องเลือก สว.มิชอบ สั่งชะลอชี้ขาดคดีบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด “ไอซ์” คาใจใครจ่ายเบิร์ธเดย์ “สุชาติ” ในกระทรวง ทส. เกณฑ์ ขรก.ร่วมยินดี-มอบของขวัญเจ้าหน้าที่ชุดศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ นำหมายจับศาลอาญาจับกุม น.ส.มัลลิกา มากสลุด ผู้บริหารและกรรมการบริษัท คิวอาร์เอส เอ็ดดูเคชั่น จำกัด แจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันฟอกเงิน เป็นรายที่ 2 ครบ 2 รายตามที่ศาลอาญาอนุมัติหมายจับไว้ก่อนหน้านี้“รุทธพล” เผยดีเอสไอจับแล้ว “มัลลิกา”เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลในคดีฟอเร็กซ์ (Forex) ว่า เช้าวันที่ 15 ก.ค. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้จับกุม น.ส.มัลลิกา มากสลุด ผู้บริหารและกรรมการบริษัท คิวอาร์เอส เอ็ดดูเคชั่น จำกัด โบรกเกอร์ของบริษัท คิวอาร์เอส นำตัวมาดีเอสไอเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม ถือเป็น 1 ใน 2 หมายจับที่ศาลอนุมัติจับกุมครบ 2 คน น.ส.มัลลิกาเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญที่จะสอบสวนต่อไป ยังไม่มีบุคคลที่ต้องจับกุมเพิ่ม มีเพียงที่ดีเอสไอต้องออกหมายเรียกมาสอบสวนและสอบปากคำ รวมถึงนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เชื่อว่านายภาวุธไม่หลบหนี เพราะพร้อมเข้ามายืนยันข้อเท็จจริงอยู่แล้ว ดีเอสไอน่าจะเรียกมาสอบช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ ดีเอสไอต้องสอบสวนผู้ต้องหาต่างๆให้แล้วเสร็จโดยเร็วอยู่แล้วฟันข้อหาร่วมกันฉ้อโกง-ฟอกเงินก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 01.00 น. ที่ รพ.พระราม9 กทม.ที่อ้างเจ็บป่วยเข้ารับการรักษาพยาบาล มีกำหนดออกจาก รพ. เวลา 08.30 น. ชุดศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ นำหมายจับศาลอาญาที่ 4015/2569 ลงวันที่ 13 ก.ค.69 เข้าจับกุม น.ส.มัลลิกา มากสลุด ผู้บริหารและกรรมการบริษัท คิวอาร์เอส เอ็ดดูเคชั่น จำกัด (บริษัทผู้ดำเนินการ QRS Global ในไทย) ควบคุมตัวส่งให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ที่ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ชั้น 9 ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 09.05 น.ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทเป็นนายหน้า ซื้อขายหลัก ทรัพย์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต ประกอบธุรกิจ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่ได้จดทะเบียน ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน เพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงินแฉหลอกลงทุนประกัน 7 วันกำไร 30%ผู้สื่อข่าวสอบถาม น.ส.มัลลิกาว่า มีอะไรอยากพูดชี้แจง หรืออยากขอความเป็นธรรมหรือไม่ ดีเอสไอจับกุมตัวโค้ชเจมส์ได้แล้ว จะชี้แจงถึงความสัมพันธ์เชื่อมโยงหรือไม่ แต่ น.ส.มัลลิกาไม่ได้ตอบคำถามเดินก้มหน้าตลอดเวลา เจ้าหน้าที่พาตัวขึ้นไปบนอาคารเข้าสู่ขั้นตอนแจ้งข้อกล่าวหาและสอบสวนปากคำตามขั้นตอน มีรายงานจากดีเอสไอระบุพฤติการณ์ น.ส.มัลลิกา พบหลักฐานจดทะเบียน ตปท.แต่นำใช้ประกอบธุรกิจในไทย ชักชวนลงทุนผ่านโฆษณา อ้างรับประกันผลตอบแทนกำไร เสนอผลตอบแทนสูงถึงร้อยละ 20-30 ภายใน 7 วัน ชักชวนผู้ลงทุนเข้ากลุ่มปิดรับสัญญาณการซื้อขาย (Signal Trade) ควบคุมหรือหน่วงเวลาการส่งคำสั่งซื้อขาย ควบคุมกราฟและราคา ปลอมแปลงกราฟในแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ให้ไม่สอดคล้องกับราคาตลาดโลก ส่งผลให้ผู้ลงทุนเสียหาย สูญเสียเงินลงทุน เมื่อต้องการถอนเงิน มักถูกกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมให้ชำระภาษีค่าธรรมเนียมการถอนเงินล่วงหน้า หรืออ้างเหตุขัดข้องของระบบ อีกทั้งใช้รูปแบบการตลาดแบบเครือข่าย เมื่อผู้ลงทุนเริ่มเสียหาย จะถูกชักชวนให้สมัครเป็นผู้แนะนำโบรกเกอร์ ไปหาชักชวนผู้ลงทุนรายใหม่เข้าสู่ระบบ แลกกับค่าตอบแทนรูปแบบเงินเดือนและค่านายหน้าจากค่าธรรมเนียมซื้อขายของผู้ลงทุนที่ตนแนะนำอัตราร้อยละ 10-50 กรณีผู้ลงทุนเทหมดหน้าตักจนขาดทุนพอร์ตเหลือศูนย์ ติดลบหรือถูกปิดสถานะซื้อขาย ผู้แนะนำโบรกเกอร์จะได้ค่าตอบแทนพิเศษเพิ่มเติมจากโบรกเกอร์อีก4 บริษัทเครือ QRS ทำเป็นขบวนการรายงานการสอบสวนพฤติการณ์ทางคดีบริษัท QRS พบว่า บริษัทโบรกเกอร์ที่รับเทรดมี 4 รายคือ 1.บริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด (รับจัดฝึกอบรมสัมมนา) 2.บริษัท จีโอเอฟเอ็กซ์ จำกัด (นิติบุคคลประเทศเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์) บริษัท จีโอเอฟเอ็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (สอนเทคนิคการวิเคราะห์ การลงทุน) และบริษัท ทัชสโตน มาเก็ตติ้ง จำกัด : TouchStone Markets Ltd (นิติบุคคลสัญชาติอังกฤษ ถูกแจ้งเตือนว่าไม่ได้รับใบอนุญาตให้บริการ หรือส่งเสริมผลิตภัณฑ์ทางการเงินในสหราชอาณาจักร และเข้าข่ายการหลอกลวงหรือเป็นสแกม) 3.บริษัท HF Markets (SV) Ltd (นิติบุคคลจดทะเบียนในเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ ประเทศในหมู่เกาะแคริบเบียน) และ 4.บริษัท คิวอาร์เอส โกลบอล จำกัด : QRS Global (นิติบุคคลสัญชาติอังกฤษ ให้บริการซื้อขายออนไลน์ในตลาด Forex ทองคำ) บริษัท คิวอาร์เอส เอ็ดดูเคชั่น จำกัด (สัมมนาสอนเทรดสินทรัพย์ทางการเงิน) บริษัท เดอะ วิสดอม เวย์ จำกัด (แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ตั้งเดียวกันกับบริษัท คิวอาร์เอส เอ็ดดูเคชั่น จำกัด) บริษัท คิวอาร์เอส โกลบอล จำกัด นิวซีเเลนด์ (โบรกเกอร์ซื้อขายสินทรัพย์ออนไลน์) และบริษัท คิวอาร์เอส โกลบอล จำกัด สหภาพโคโมรอส หมู่เกาะในทวีปแอฟริกายันเส้นเงินกลุ่มโบรกเกอร์โยงถึง “ภาวุธ”ทั้งนี้ พบว่าบริษัท คิวอาร์เอส โกลบอล จำกัด (QRS Global) เป็น 1 ใน 4 บริษัทกลุ่มโบรกเกอร์ (Broker) ที่มีเส้นทางการเงินรับโอน หรือรับประโยชน์จากผู้เสียหายจำนวนมากที่ลงทุนเทรดฟอเร็กซ์ ทั้งยังมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับนายภาวุธ พงษ์ วิทยภานุ หรือป้อม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. นายภาวุธยืนยันเองว่าเป็นเพียงผู้เทรด ได้เทรดทองคำกับบริษัท คิวอาร์เอสฯรายเดียว เมื่อเทรดได้จึงรับโอนเงินมาจากบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด เมื่อวันที่ 18 ก.ค.67 จำนวน 28 ล้านบาท (รับโอนครั้งละ 2 ล้านบาท 14 ครั้ง) รวมถึงบริษัท คิวอาร์เอส โกลบอล จำกัด ยังเกี่ยวข้องกับนายมานิตย์ ผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB : Introducing broker) ที่สัมพันธ์เชื่อมโยงสนิทสนมกับนายภาวุธ เคยเดินทางไปเที่ยวประเทศฝรั่งเศสด้วยกัน มีภาพร่วมงานประชุมสัมมนา ที่สำคัญนายมานิตย์เกี่ยวข้องและเส้นทางการเงินโยงกับบริษัท ALPFX บริษัทที่โอนเงินทอดแรกไปยังบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด ก่อนบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัดจะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวของนายภาวุธนำตัว “โค้ชเจมส์” ฝากขังนอนคุกเวลา 13.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ร่วมกันนำตัวนายธีรพงษ์ คงแก้ว หรือโค้ชเจมส์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 4028/ 2569 ลงวันที่ 13 ก.ค.69 คดีหลอกลงทุนเทรดเงินตราต่างประเทศ ฟอเร็กซ์ ออกจากอาคารดีเอสไอเตรียมไปฝากขังศาลอาญารัชดาภิเษก หลังสอบสวนปากคำเสร็จสิ้นเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 14 ก.ค. ผู้สื่อข่าวถามว่ามีอะไรอยากพูด หรือชี้แจงการลงทุนเทรดฟอเร็กซ์หรือไม่ มีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องกับบริษัท อีเทอร์เวลธ์จำกัด และบริษัท HF Markets (SV) Ltd หรือ HFM โค้ชเจมส์กล่าวว่า ส่วนใหญ่เป็นเงินที่ตนนำฝากและเอาไปเทรด เมื่อถามว่าที่มีคลิปวิดีโอก่อนหน้านี้ว่าโค้ชเจมส์กล่าวถึงการ “ALL IN” เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้จะมาลงทุน เพราะเชื่อว่าจะได้รับกำไรและผลตอบแทน โค้ชเจมส์กล่าวว่า ไม่เคยการันตี เพราะพวกเขามีหน้าที่ต้องไปเรียนรู้ ศึกษาและเทรดเอง ไม่ได้บอกให้พวกเขาต้องออลอิน (ALL IN) เอารถเอาบ้านมาขาย เพื่อออลอินตรงนี้ แต่เอากำไรมาออลอินในพอร์ต หรือการต่อกำไรตรงนี้มากกว่า ไม่ได้เชิญชวน แต่ให้ความรู้ เป็นอีกศาสตร์ความรู้หนึ่งมากกว่าต่อมาศาลอนุญาตให้ฝากขัง พร้อมพิจารณาไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราว ส่งตัวโค้ชเจมส์เข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครต่อไปโอดสอนเทรดฟรี ปัดลวงให้ลงทุนเมื่อถามว่าสิ่งที่นำเสนอที่ผ่านมา เรื่องการลงทุนเทรดเงินตราต่างประเทศฟอเร็กซ์ เกิดจากประสบการณ์ที่อยู่แวดวงนี้มาหลาย 10 ปี มองว่าไม่เข้าข่ายหลอกให้คนมาลงทุน หรือต้องสูญเสียเงินใช่หรือไม่ โค้ชเจมส์กล่าวว่า ไม่เลยครับ หลักๆคือตนสอนฟรี สอนเรื่องข้อมูลด้วยซ้ำ จึงอยากขอความเป็นธรรม ขอปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด ส่วนการยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวชั่วคราวชั้นศาล จะสูงถึงหลักหนึ่งล้านบาทหรือไม่ ต้องขอดูรายละเอียดก่อน จากนั้นพนักงานสอบสวนคดีพิเศษคุมตัวโค้ชเจมส์ขึ้นรถยนต์ พาตัวไปฝากขังยังศาลอาญารัชดาภิเษก ทั้งนี้ “โค้ชเจมส์” มีใบหน้าสดใสยิ้มแย้มฟังคำถามผู้สื่อข่าว พยายามตอบทุกคำถาม ไม่มีท่าทีวิตกกังวลหรือเครียดผิดปกติชี้สอนเทรดป้อนแก๊งตุ๋น–แนะนำ IBมีรายงานว่าโค้ชเจมส์เป็นโค้ชสอนเทรดระยะสั้นชื่อดัง มีผู้ติดตามผ่านสื่อสังคมออนไลน์หลายแสนราย มักใช้วลี “ALL IN” เป็นที่จดจำ มีบทบาทแนะนำให้ผู้ลงทุนเปิดบัญชีซื้อขายกับโบรกเกอร์ Eterwealth และ HFM รับหน้าที่ผู้แนะนำโบรกเกอร์ หรือ Introducing Broker (IB) หรือไอบี สอนการเทรดให้แก่บริษัทแห่งหนึ่ง ในเครือข่ายกลุ่มผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับการลงทุนและการซื้อขาย และยังชักชวนให้ร่วมลงทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ และอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ โดยจะได้รับผลประโยชน์ตอบแทน อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินจะพึงจ่ายได้ พฤติการณ์เป็นการกระทำความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับใบอนุญาตร่วมประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่ได้จดทะเบียน ร่วมกันนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน เพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน“เท้ง” บี้ รบ.ใช้การทูตจี้จีนแก้สารพิษเมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ปชน. พร้อมนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรค ปชน. แถลงหลังการประชุม ครม.เงา ถึงปัญหาสารปนเปื้อนในแม่น้ำว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ค.ได้พูดคุยกับทูตจีน ที่สถานทูตจีน สถานทูตให้คำมั่นกลับมาว่าหากมีข้อมูลข้อเท็จจริงทำให้เห็นว่าเหมืองที่เปิดอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านก่อให้เกิดมลพิษจริง เป็นเหมืองที่ส่งออกนำเข้าไปยังประเทศจีน ทางการจีนพร้อมเข้ามาจัดการ เราได้ยื่นเอกสารกว่า 500 หน้า ทั้งข้อมูลวิทยาศาสตร์ งานวิจัยรองรับ พิกัดเหมือง 2,676 เหมืองในประเทศเพื่อนบ้าน ที่ร้องขอให้จีนตรวจสอบตามกฎหมายที่จีนมีอยู่แล้ว แต่จีนเรียกร้องกลับรัฐบาลไทย คือรัฐบาลจีนไม่สามารถแบกรับและแก้ไขเพียงคนเดียวได้ ต้องมีรัฐบาลไทยและประเทศเพื่อนบ้านแก้ไขปัญหาร่วมกัน เชื่อมั่นหากรัฐบาลไทยใช้การทูตที่ถูกต้อง ถือธงนำ รัฐบาลจีนพร้อมสนับสนุนทางการไทยเช่นเดียวกัน พร้อมตั้งคณะทำงานหลายฝ่ายประกอบด้วยทางการจีน ฝ่ายไทย เมียนมาและประเทศอื่นๆ ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกันฉะนายกฯแวดล้อมพันทุจริตวงราชการนายณัฐพงษ์กล่าวอีกว่า ที่นายกฯจะไปเยือนจีน วันที่ 16-20 ก.ค. คาดหวังอยากเห็นนายกฯถือของฝากกลับประเทศไทย การแก้ไขปัญหามลพิษ ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ปัญหาทุนสีเทา การสวมสิทธิ์พ่อทิพย์แม่ทิพย์ ทางการไทยพร้อมถือธงนำใช้เวทีการทูต และประเทศจีนพร้อมสนับสนุนการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไรบ้าง ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาตั้งข้อสังเกตข่าวใหญ่ๆทั้งหลายล้วนเกี่ยวข้องกับวงโคจรของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ทั้งสิ้น นายกฯอาจมองว่างานในกระทรวงมหาดไทยเป็นงานพาร์ตไทม์ ไม่ได้ลงมากำกับดูแลเข้มข้น รู้ปัญหาแต่ไม่กล้าลงไปทำ หรือแย่ไปกว่านั้นนายอนุทินและบริวารมีส่วนพัวพันการทุจริตในแวดวงราชการต่างๆ20 ก.ค. เปิดเวทีโชว์ข้อเสนอแก้ทุจริตนายณัฐพงษ์กล่าวอีกว่า ทุกสาเหตุล้วนแสดงถึงความล้มเหลวแก้ไขปัญหาของนายอนุทิน พรรคปชน.ไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์ หรือทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเดียว ทางออกที่สำคัญจะทำอย่างไรทำให้เรื่องสีเทา และการทุจริตคอร์รัปชันในบ้านเมืองเราสิ้นไป วันที่ 20 ก.ค. เราเตรียมเวทีพูดเรื่องต่างๆเหล่านี้ว่าในฐานะประชาชนคนไทยทุกคน ตั้งแต่เกิดจากครรภ์มารดาจนถึงเชิงตะกอน ที่ต้องรับบริการของสาธารณะทุกช่วงวัย ต้องจ่ายต้นทุนต่างๆที่เกิดขึ้นจากการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นต้นทุนที่ไม่จำเป็นต้องเสียไปเท่าไหร่ เรามีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมแก้ปัญหาเหล่านี้ อยากขอเชิญทุกคนลองไปร่วมฟัง กรณีเหตุเพลิงไหม้ที่โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ข้อเสนอปรับเปลี่ยนกฎหมาย การจัดโซนนิ่งอำนาจขึ้นตรงต่อ รมว.มหาดไทย หากถ่ายโอนอำนาจไปให้ท้องถิ่นเช่น ผู้ว่าฯ กทม.อาจทำให้การจัดโซนนิ่งกำกับดูแลใกล้ชิด มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ได้“แทน” บี้สอบ อบจ.นครศรีฯเอี่ยวฮั้ว สว.ที่รัฐสภา นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ในงานเสวนาครบรอบ 2 ปีการเลือก สว.มีพยานท่านหนึ่งพูดว่ามีคน อบจ.นครศรีธรรมราช เกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว.ด้วย ถ้ามีพยานหลักฐานชัดเจนประมาณนี้ ขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเคร่งครัด ทราบว่า อบจ.นครศรีธรรมราชเตรียมจ่ายเงินสะสม และเตรียมใช้ไฟฟ้านวัตกรรมที่หลายฝ่ายบอกว่าไฟนวัตกรรมมีล็อกสเปกสิ้นเปลืองงบฯหรือไม่ ไฟฟ้าเดิมถูกกว่าไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ ไม่ทราบว่านายก อบจ. รองนายก อบจ. หรือคณะผู้บริหารคนใดส่งแค็ตตาล็อกไป ถ้าประมูลใช้โคมไฟถนนด้วยนวัตกรรม Light เป็น LED รหัสลงท้ายด้วย 046 ถือว่าล็อกสเปก จะติดตามใกล้ชิด และร้องคณะกรรมการ ป.ป.ช.ไปตรวจสอบ“อุดม” นั่ง ปธ.ศาล รธน.คนใหม่วันเดียวกัน มีการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อเลือกประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ระหว่างบุคคลผู้ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคือ พล.ต.ท.จักพงศ์ วิวัฒน์วานิช กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ยังไม่พ้นจากตำแหน่ง ประกอบด้วย นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม นายวิรุฬห์ แสงเทียน นายจิรนิติ หะวานนท์ นายนภดล เทพพิทักษ์ นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ นายอุดม รัฐอมฤต นายสุเมธ รอยกุลเจริญ และนายสราวุธ ทรงศิวิไล หลังประชุมนานเกือบ 2 ชั่วโมง ที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเลือกนายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจะมีหนังสือแจ้งผลการเลือกประธานศาลรัฐธรรมนูญไปยังสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ขอให้ดำเนินการตามที่กฎหมายบัญญัติต่อไปศาล รธน.ไม่รับคำร้องเลือก สว.มิชอบศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดีนายดิเรก พรสีมา อดีตผู้สมัครรับเลือกเป็น สว. ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 กรณีถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพ จากการที่ กกต.และเลขาธิการ กกต.จัดการเลือก สว.ระดับอำเภอและระดับจังหวัดไม่เป็นการลงคะแนนโดยลับและมิได้เป็นไปโดยสุจริต หรือเที่ยงธรรม ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 2 มาตรา 3 มาตรา 4 และมาตรา 5 เมื่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า หากผู้ร้องเห็นว่าเป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพ ย่อมอาจใช้สิทธิทางศาลอื่นได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 วรรคสาม ส่วนกรณีผู้ร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้การเลือก สว.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ศาลเห็นว่ารัฐธรรมนูญหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้กำหนดกระบวนการร้อง หรือผู้มีสิทธิขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยไว้เป็นการเฉพาะแล้ว ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 47 (2) ซึ่งมาตรา 46 วรรคสาม บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา ดังนั้นผู้ร้องจึงไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ได้ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัยสั่งชะลอวินิจฉัยคดีบัตร ลต.บาร์โค้ดศาลรัฐธรรมนูญยังได้ประชุมปรึกษาคดีเรื่องพิจารณาที่ ต.30/2569 กรณีผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ตามที่ได้รับเรื่องร้องเรียน 22 คำร้อง ขอให้พิจารณายื่นคำร้องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณี กกต.และคณะจัดการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 ใช้รหัสแท่งหรือบาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์โค้ด เชื่อได้ว่าสืบทราบและตรวจสอบตัวตนของผู้ลงคะแนน รวมถึงผลการลงคะแนนได้ ส่งผลให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ อันเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 4 มาตรา 25 มาตรา 32 มาตรา 34 มาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรคสอง มาตรา 85 มาตรา 95 และมาตรา 224 ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้รอความเห็นของพยานผู้เชี่ยวชาญ และเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา ให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อนำเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญต่อไป“สิทธิโชติ” ขอให้มั่นใจ กกต.สางฮั้ว สว.ที่โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ คณะกรรมการ กกต.กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาคดีฮั้ว สว.ว่า การพิจารณาคดีไม่ได้มีการตั้งธง แต่ดำเนินการไปตามพยานหลักฐานที่คณะสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 รวบรวมไว้ ไม่ได้ทำโดยเปิดเผย ทำให้หาพยานหลักฐานยาก พยานที่เข้ามาให้การต้องปกปิดชื่อเพื่อความปลอดภัย ในส่วนพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ได้รับความร่วมมือจากดีเอสไอ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แม้รวบรวมหลักฐานได้จำนวนหนึ่ง หลักฐานต้องฟังได้ชัดเจนว่าเขาได้กระทำความผิด หากหลักฐานไม่ถึงขั้นความผิดอาญา แต่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิด กกต.ส่งเรื่องไปเพื่อเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หรือให้พ้นจากตำแหน่งได้ แต่อาจไม่ถึงอาญา กกต.จะทำให้ดีที่สุดแต่จะเป็นไปตามที่สังคมบางส่วนอยากให้เป็นหรือไม่ตอบไม่ได้ อยู่ที่ดุลพินิจ กกต.ทั้ง 7 ท่าน คาดว่าจะลงมติช่วงเดือน ส.ค.“ทักษิณ” อาลัยสิ้น “ชีค ฮาหมัด บิน คาลิฟา”เมื่อเวลา 10.57 น. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทวีตข้อความผ่าน X ระบุว่า ข้าพเจ้าขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสิ้นพระชนม์ของชีค ฮาหมัด บิน คาลิฟา อัล ธานี อดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระองค์ในหลายวาระ และได้ทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับรัฐบาลของพระองค์ เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยและรัฐกาตาร์ เมื่อครั้งที่ข้าพเจ้าดำรงตำแหน่งนายกฯพระองค์จะทรงเป็นที่จดจำจากพระปรีชาสามารถในการเป็นผู้นำที่โดดเด่น และพระราชกรณียกิจอันเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศกาตาร์ให้ทันสมัย จะส่งต่อไปยังอนาคตอีกหลายช่วงอายุคน ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งมายังพระบรมวงศานุวงศ์ของอดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ (Father Emir) และชาวกาตาร์ต่อการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่นี้“ลูกเทพ” ดิ้นโต้ ปชป.เย้ยไร้ผลงานเมื่อเวลา 16.39 น. น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์ภาพพื้นหลังสีฟ้าลงข้อความว่า “ดีแต่พูด” ตอบโต้ สส.พรรค ปชป.ที่วิจารณ์เรื่องข้าวแกง 40 บาท พร้อมโพสต์ว่า “ครม.ลูกเทพ ไม่มีความสามารถเอย ข้าวแกงกุ้งมังกร 40 บาทเอย...” หยุดผลิตวาทกรรมดีแต่พูดเสียทีเถอะ ไม่คิดบ้างเหรอเราเพิ่งทำงานมา 3 เดือน ผลงานกำลังผลิตออกมาเรื่อยๆ ตอน AI Passport เกาะขบวนด่า ตอนนี้สายเทคออกมาชื่นชมงานกันหมด โกงสอบท้องถิ่นประกาศชัดเจนฟันไม่เลี้ยง ใครผิดจัดการหมด วันนี้ทำค่าไฟให้ถูกลงไปอีก พวกเราผ่านงานผ่านการเป็น สส.มาหลายสมัย รับผิดชอบในฐานะ สส.เขตมาตลอด พวกเรารู้เข้าใจว่าประชาชนต้องการอะไร ไม่ใช่พวกพูดมาก พวกเราพูดแล้วทำ หลังๆทำแล้วยังไม่พูดก็มีอีกเยอะ คำว่า “ดีแต่พูด” มันหลอกหลอนมานานเท่าไหร่แล้ว“ไอซ์” ถาม ทส.เบิร์ธเดย์ “สุชาติ” ใครจ่ายวันเดียวกัน น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. โพสต์เฟซบุ๊กว่า วันนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีงานใหญ่จัด HBD นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯที่กระทรวง มีกำหนดการดังนี้ ปลัดกระทรวงกล่าวอวยพร รับชมคลิปวิดีโออวยพรวันเกิด จากกรมอุทยานฯ เชิญรัฐมนตรีสุชาติขึ้นเวที ผู้บริหารหน่วยงานมอบของขวัญ ปลัดพร้อมอธิบดีอัญเชิญเค้กขึ้นเวที คำถามคือเป็นเรื่องปกติหรือไม่ที่ใช้เวลาและสถานที่ราชการจัดงานวันเกิดให้รัฐมนตรี สถานที่ น้ำ ไฟ อุปกรณ์ต่างๆ อัตรากำลังข้าราชการกระทรวง ทั้งระดับล่างและระดับสูงที่ควรเอาเวลาทำงานมาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนใช่หรือไม่ แล้วทำไมถึงเอาเวลาที่มีค่านี้เอามา HBD รัฐมนตรี มีระเบียบราชการข้อไหนรองรับ ทุกอย่างมีมูลค่าทั้งสิ้น ใครจ่าย ให้ข้าราชการตัวเล็กตัวน้อยมาร่วมระดับกรมหน่วยละ 13 คน รัฐวิสาหกิจหน่วยละ 7 คน กองหน่วยละ 5 คน กลุ่มหน่วยละ 3 คน เขาอาจจะไม่ได้ยินดีที่นายสุชาติเกิด ต้องไปบังคับขู่เข็ญให้เขามาร่วมด้วยอย่างนั้นหรือ รบกวนรัฐมนตรีสุชาติและปลัดกระทรวงชี้แจงด้วย “ป.ล.สุขสันต์วันเกิดพี่เฮ้งค้า ทำอะไรไว้ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ขอให้ได้สิ่งนั้นตอบแทน”อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่