กลศึกที่ 25 ใน “กลศึกสามก๊ก” (บุญศักดิ์ แสงระวี แปล สำนักพิมพ์ ก.ไก่ พ.ศ.2537) อ่อนไม่ควรแสดงว่าพรั่นพรึง ผมอ่านบทบู๊เตียวหุยแล้วคึก นึกถึงอิหร่าน...สู้ศึกสองรุมหนึ่ง สหรัฐฯ ยิว ได้เป็นนาน ทั้งยังไม่แสดงท่ายี่หระออกมาหนังสือกลศึกสามก๊กเล่มนี้ขายดี พิมพ์แล้วหลายครั้ง งานมหกรรมหนังสือรอบนี้ คงมีขายในสำนักพิมพ์หลายแห่ง ใครที่ไม่มีลองไปเดินหาดู แต่ตอนนี้อยากจะอ่านเติมปัญญา...ก็ไม่ผิดกฎกติกาแต่ประการใดในจดหมายเหตุสามก๊ก และข้อมูลทางประวัติศาสตร์อื่นๆมีบันทึก เรื่องเตียวหุย...ตอนนี้ไว้ แต่หลอก้วนจง คนแต่งนิยายสามก๊กจินตนาการต่อเติมเรื่องจริงไม่กี่บรรทัด กลายเป็นวรรณกรรมวิจิตรพิสดารหลังขงเบ้งตีทัพโจโฉแตกพ่ายที่ทุ่งพกป๋องและเมืองซินเอี๋ย โจโฉแค้นกรีธาทัพร้อยหมื่น บุกทัพเล่าปี่ตั้งใจจะขยี้ให้เป็นผง ทัพเล่าปี่มีกำลังน้อย รบพลางถอยพลางติดกลางวงล้อมโจโฉที่เมืองตองเอี๋ยงเล่าปี่สู้สุดกำลังแหวกวงล้อมออกมาได้ แต่ก็พลัดกับจูล่งและครอบครัวตัวเอง เตียวหุยนำทหารยี่สิบกว่าคนย้อนกลับไปตั้งใจช่วย “อาเต๊า” กลางทัพโจโฉ พอถึงสะพานเตียงปันเกี้ยว มองไปทางตะวันออกเห็นดงไม้เตียวหุยคิดอุบาย ตัดกิ่งไม้ผูกหางม้า ให้ทหารวิ่งแล่นทำให้ฝุ่นฟุ้งในดงไม้ สร้างภาพลวงว่ามีทหารซุ่มอยู่เมื่อทหารโจโฉใกล้เข้ามา เตียวหุยให้จูล่งข้ามสะพานล่วงหน้าไปแล้ว ตัวเองยืนม้ากลางสะพาน โจโฉเห็นหน้าเตียวหุยเหี้ยมเกรียมไม่มีวี่แววกลัวเกรง ซ้ำเห็นฝุ่นฟุ้งในดงไม้เกิดความสงสัยทั้งได้ยินเตียวหุยตวาดด้วยเสียงกัมปนาท “ข้าคือเตียวหุย ใครจะกล้ารบกับข้า ก็เชิญ”ท่วงท่าเตียวหุยทำให้แฮหัวเกี๋ยว ทหารคนสนิทโจโฉตกใจกลัวถึงช็อก หล่นจากหลังม้าตายโจโฉสั่งทหารรั้งม้าไม่กล้ารุกต่อแล้วก็สั่งให้ถอยกลับ เตียวหุยได้ทีสั่งทหารให้รื้อสะพานเตียงปันเกี้ยวทิ้งแต่วีรกรรมลือลั่นบนสะพานเตียงปันเกี้ยว ของเตียวหุยรับรู้ถึงเล่าปี่ เล่าปี่ตำหนิว่า ถ้าสะพานยังอยู่ โจโฉก็ยังกลัวว่าจะมีทหารซุ่มในดงไม้ ไม่กล้าสั่งทหารไล่ตามตรงกันข้าม เมื่อเตียวหุยสั่งรื้อสะพาน เป็นการเปิดจุดอ่อนให้ศัตรูรู้เชิงว่าตั้งใจจะหนีจริงๆ แล้วก็จะสั่งทหารนับหมื่นไล่ตาม มีผลให้ฝ่ายเล่าปี่หนีลำบากมากขึ้นกลศึกอ่อนไม่แสดงว่าพรั่นพรึง เป็นกลศึกที่ใช้ได้เหมือนกับกลศึก แข็งกล้าต้องลึกซึ้งกลอุบายเล่าปี่อธิบายให้เตียวหุยเข้าใจการใช้กลอุบายนั้น สำคัญที่การขึ้นต้นเหมือนที่เตียวหุยทำนั้นใช้ได้ แต่ต้องรู้จักลงท้าย การรู้จักการลงท้ายที่ดี คือมิให้ฝ่ายตรงข้ามรู้เท่าทันความตื้นลึกหนาบางของฝ่ายเราเห็นได้ชัด กลศึกอ่อนแต่ไม่ควรแสดงว่าพรั่นพรึง อาศัยแต่เพียงเสียงตวาดก้องฟ้าของเตียวหุยเป็นกลศึกที่ดีก็จริง แต่ไม่สามารถทำให้ทหารม้าร้อยหมื่นของโจโฉถอยได้ยังต้องประกอบไปด้วยฝุ่นละอองที่ลอยฟุ้งในดงไม้ อีกประการหนึ่งน่าเสียดายที่เตียวหุยคิดถึงแต่การเริ่มต้น มิได้ใคร่ครวญถึงผลลงเอย ซึ่งจะว่าไปก็คงเข้าตะเภาเดียวกับคุณทรัมป์สั่งบอมบ์อิหร่านฆ่าผู้นำจิตวิญญาณ กับพวกได้เป็นแผง...ถือว่าทรัมป์ขึ้นต้นได้ดีรบติดพันมาถึงวันนี้สามอาทิตย์กว่า กลายเป็นว่าคุณทรัมป์เจอกับดัก เดินหน้าไม่ได้ถอยก็ไม่เป็นสงครามในสามก๊ก...แต่ละครั้งก็ลงเอย มีฝ่ายแพ้มีฝ่ายชนะ...แต่สงครามสมัยใหม่ในตะวันออกกลาง ติดพันมาถึงอาทิตย์ที่สี่...ผู้สันทัดกรณีมองว่า จะลงเอยด้วยชัยชนะของทั้งสองฝ่ายคุณทรัมป์คุยตามสไตล์ว่า แกชนะเด็ดขาด แต่มีหลายฝ่ายว่างานนี้อิหร่านต่างหากชนะใจกองเชียร์ ที่ยืนระยะสู้ได้จนคุณทรัมป์ต้องจ๋อยไปนาน งานยึดคิวบา และจะยึดอะไรต่อมิอะไร ก็แค่เป็นงานแก้ผ้าเอาหน้ารอดส่วนประเทศที่แพ้ตลอดกาล ก็ประเทศบ้านเล็กเมืองน้อยรวมไทยด้วยนั่นปะไร! เจองานน้ำมันแพง...ก๊าซแพง...ก็หน้าซีดตัวเซียวไปด้วยกัน.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม