“พิพัฒน์” ลั่นสัปดาห์นี้ทุกสถานีบริการต้องมีน้ำมันขายตามปกติ หลังนายกฯสั่งดึงน้ำมันสำรอง ออกมาอุ้มประชาชน ด้าน สศช.-พลังงาน แจงต้นตอดีเซลความต้องการพุ่งปรี๊ด 84 ล้านลิตร ยันน้ำมันดิบมีเพียงพอ หลังมีเข้ามาแล้วกว่า 3.4 พันล้านลิตร สั่งเคลียร์ปมปั๊มอ้างโควตาหมด ไม่ต้องรอถึงเดือนเมษายน พร้อมปูพรมล่า “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมัน ยืนยันขณะนี้ยังไม่พบการกักตุนผ่านมากว่าสามสัปดาห์ ความเดือดร้อนของประชาชนที่ไม่สามารถหาซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมันดีเซล ได้อย่างเพียงพอต่อการใช้ในชีวิตประจำวัน ยังเป็นประเด็นร้อนที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข รวมถึงราคาสินค้าหลายตัวที่ปรับราคาขึ้นไปเรียบร้อยนายกฯถกปัญหาน้ำมันสำรองที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 23 มี.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูล รมว.พลังงาน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (สศช.) เข้าร่วมหารือสถานการณ์ น้ำมันสำรองในประเทศ พร้อมรับฟังรายงานผลตรวจสอบคลังน้ำมันและโรงกลั่นน้ำมัน รวมถึงรับฟังรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบการกักตุนน้ำมันของบริษัทน้ำมันแห่งหนึ่งที่ จ.อ่างทอง พร้อมกันนี้ ยังได้เรียกพ่อค้าคนกลาง หรือผู้ค้าส่งน้ำมัน ที่รับน้ำมันปริมาณมากจากโรงกลั่นหรือบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ (จ๊อบเบอร์) ร่วมประชุมด้วย โดยมีรายงานว่านายอนุทิน ได้ยกเลิกภารกิจนอกทำเนียบฯตลอดทั้งวัน เพื่อติดตามปัญหาน้ำมันไม่เพียงพอ“พิพัฒน์” ระดมแก้ปั๊มขาดน้ำมันจากนั้นในช่วงบ่าย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ในฐานะ ผอ.ศูนย์ บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เป็นประธานการประชุม ศบก. มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูล รมว.พลังงาน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ (สศช.) นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดี กรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) และผู้ที่เกี่ยวข้องจากหลายหน่วยงานเข้าร่วมประชุม หลังประชุมกว่า 1 ชั่วโมง ก็ได้ออกมาแถลงข่าวร่วมกันถึงการแก้ไขปัญหาสถานีบริการน้ำมันขาดแคลนจนส่งผลกระทบต่อประชาชนอนุทินสั่งสัปดาห์นี้ต้องมีน้ำมันนายพิพัฒน์เปิดเผยว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อภาพความโกลาหลที่ประชาชนไม่สามารถเติมน้ำมันได้ ที่ประชุมครั้งนี้ได้หารือกับผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และโรงกลั่น มีการอัดฉีดน้ำมันเข้าสู่สถานีบริการเกือบ 10,000 แห่งทั่วประเทศ จากเดิมใช้วันละ 67 ล้านลิตร พุ่งเป็น 82-84 ล้านลิตรต่อวัน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งด่วนให้งดเว้นการ เก็บน้ำมันสำรอง ที่เดิมจะต้องเพิ่มขึ้นเป็น 3 เปอร์เซ็นต์ ให้คงไว้ที่ 1 เปอร์เซ็นต์ตามเดิม เพื่อนำน้ำมันสำรองส่วนนี้ทุ่มเข้าสู่ตลาดให้เพียงพอต่อความต้องการ ภายในสัปดาห์นี้พวกเราคงจะได้เห็นว่าไม่มีสถานีบริการใดที่บอกว่าไม่มีน้ำมันขาย ทางโรงกลั่นต่างๆ พยายามที่จะกลั่นให้ได้ที่ 100 เปอร์เซ็นต์ บางโรงกลั่นก็อาจจะกลั่นเกินกว่า 100% เพื่อปล่อยน้ำมันทั้งหมดให้กับผู้ค้าตามมาตรา 7 ไปบรรเทาและผ่อนคลายให้ผู้ใช้สศช.ยันคลังน้ำมันปกติด้านนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาฯ สศช. ชี้แจงถึงผลการปฏิบัติงานเชิงรุก ว่า กระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกรมธุรกิจพลังงาน ได้ตรวจสอบคลังน้ำมันหลัก 8 แห่ง ผลการตรวจสอบไม่พบความผิดปกติใดๆ ปริมาณรับ-จ่ายถูกต้องตรงกัน และได้สั่งการให้ติดประกาศราคาหน้าคลังน้ำมันไม่ให้สูงกว่าราคาสถานีบริการเรียบร้อยแล้ว ส่วนปัญหาปั๊มน้ำมันขาดแคลนในขณะนี้เกิดจากข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ ทั้งการส่งทางท่อที่มีปฏิทินสลับชนิดน้ำมัน รวมถึงการขนส่งทางรถที่เติมน้ำมันเข้าปั๊มไม่ทันต่อความต้องการที่พุ่งสูงผิดปกติ ปั๊ม น้ำมันบางแห่งที่เคยขายได้วันละ 15,000 ลิตร ปกติจะเพียงพอขายได้ทั้งวัน กลับพบว่าน้ำมันถูกเหมาซื้อจนหมดเกลี้ยงตั้งแต่ช่วงเที่ยง ซึ่งจากที่กรมการปกครองปูพรมตรวจสถานีบริการ 9,387 แห่งทั่วประเทศ พบว่ามีถึงราว 8,000 แห่ง ที่เผชิญปัญหาด้านการขนส่งและต้องรอรถบรรทุกวิ่งเข้าไปส่งน้ำมันนำเข้าน้ำมันดิบ 3.4 พัน ล.ลิตรเลขาฯ สศช.กล่าวอีกว่า ปริมาณน้ำมันดิบที่เข้ามาเพียงพอที่จะกลั่นเพื่อใช้ในประเทศ นำเข้าแล้วกว่า 3,400 ล้านลิตร ในช่วง 20 วันแรกของเดือน มี.ค. แต่ความต้องการใช้เฉลี่ยเพิ่มจาก 65-66 ล้านลิตร เป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน และบางวันเฉพาะดีเซลสูงถึงกว่า 100 ล้านลิตร สูงกว่าค่าเฉลี่ยเกือบ 2 เท่า ในขณะที่กำลังการกลั่นดีเซลสูงสุดในประเทศทำได้ประมาณ 77 ล้านลิตรต่อวัน แม้โรงกลั่นจะพยายาม เร่งกำลังผลิตขึ้นไปถึง 110 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ตามแจงปมปั๊มอ้างโควตาหมดส่วนกรณีที่ปั๊มน้ำมันหลายแห่งอ้างกับประชาชน ว่าโควตาหมดและต้องรอรับน้ำมันรอบใหม่ในวันที่ 1 เม.ย.นั้น นายดนุชากล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาปั๊มมียอดขายพุ่งกระฉูดจนโควตาเต็มจริง แต่หลังจากที่รัฐบาลประกาศมาตรการผ่อนคลายการเก็บสำรองน้ำมันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เปิดทางให้ผู้ค้าหลัก เช่น บางจากสามารถดึงน้ำมันสำรองจัดส่งให้สถานีบริการเหล่านั้นได้ทันที ไม่ต้องรอถึงเดือน เม.ย.พลังงานสั่งเช็กสต๊อกรายวันขณะที่นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน อธิบายเสริมว่า ปัญหาความแออัดหน้าปั๊มเกิดจากกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมและภาคขนส่งหันมาเติมน้ำมันที่สถานีบริการ แทนการซื้อจากผู้ค้าส่ง (Jobber) เนื่องจากผู้ค้าส่งมีน้ำมันไม่พอและราคาต้นทุนสูงกว่าหน้าปั๊ม รัฐบาลแก้ปัญหาด้วยการจัดระบบใหม่เพื่อสร้างความโปร่งใสให้ผู้ค้า ม.7 รวมถึงจ๊อบเบอร์ต้องรายงานว่าได้รับน้ำมันหรือ ผลิตมาเท่าไหร่ และขายไปเท่าไหร่ ต้องรายงานมาที่กรมธุรกิจพลังงานทุกวัน ถ้าปั๊มไหนทราบว่ามีน้ำมันมาแล้วไม่ขาย ถือว่ามีความผิดดึงน้ำมันสำรองอุดช่องโหว่ส่วนนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า กำลังการผลิตดีเซลในปัจจุบันเพิ่มขึ้นจาก 76 ล้านลิตร เป็น 80 ล้านลิตรต่อวัน แต่ยอดการใช้อยู่ที่ 84 ล้านลิตร ต้องดึงน้ำมันจากสต๊อกกลับมาใช้ พร้อมเตือนผู้ค้าน้ำมันให้ปฏิบัติตามกฎหมาย อย่างเคร่งครัด จากที่มีคำสั่งนายกรัฐมนตรีให้ผู้ค้ามาตรา 7 และมาตรา 10 ส่งข้อมูลให้กรมธุรกิจพลังงานทุกวัน ภายในเวลา 18.00 น. ผู้ค้าที่ยังไม่ส่งข้อมูลจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนการแก้ปัญหากำลังการผลิตน้ำมันดีเซลที่ได้น้อยกว่าความต้องการใช้นั้น ได้แก้ไขด้วยการดึงเอา Working Stock หรือน้ำมันสำรองสำหรับปฏิบัติการของภาคเอกชนออกมาใช้ ประกอบกับการที่ภาครัฐยอมผ่อนผันกฎหมายเรื่องการเก็บสำรองน้ำมันเป็นการเปิดโอกาส ให้บริษัทผู้ค้าสามารถกระจายน้ำมันที่มีอยู่ออกมาอุดช่องโหว่ความต้องการส่วนต่างนี้เข้าสู่ระบบได้รวดเร็วขึ้นเคลียร์ปมสำรอง 100 วันส่วนข้อซักถามถึงปริมาณน้ำมันสำรองที่ไทยมีพอใช้ 100 กว่าวันนั้น ปลัดกระทรวงพลังงานชี้แจงว่า ต้องรอดูสถานการณ์ก่อนว่าตัวเลขการใช้ที่พุ่งสูงนี้ เป็นเพราะความตื่นตระหนกที่ทำให้คนแห่เติมตุนไว้หรือไม่ หากสถานการณ์นิ่งลง ประกอบกับการนำน้ำมันสูตร B7 และ B20 เข้ามาเสริม จะช่วยลดการใช้น้ำมันดีเซลพื้นฐานลงได้ จะทำให้สัดส่วนตัวเลขปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศยังคงอยู่ในระดับ 90-100 วันเช่นเดิมสนธิกำลังปูพรมล่า “ไอ้โม่ง”ต่อมานายพิพัฒน์ ได้ตอบคำถามถึงการสั่งลุยล่าไอ้โม่ง ฉวยโอกาสกักตุน ว่าจากการระดมกำลังชุดเฉพาะกิจ ซึ่งสนธิกำลังจากทั้งกระทรวงมหาดไทย ตำรวจ DSI และอีกหลายหน่วยงาน ลงพื้นที่ปูพรมตรวจสอบสถานีบริการและคลังน้ำมันทั่วประเทศ ขณะนี้ยังไม่พบกลุ่มไอ้โม่ง หรือผู้ที่หาผลประโยชน์จากการกักตุน นอกเหนือจากกรณีที่จับกุมได้ที่ จ.อ่างทอง และการพยายามลักลอบส่งออกน้ำมัน 20,000 ลิตรไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวเสริมในประเด็นนี้ว่า มาตรการบังคับให้ผู้ค้ารายงานสต๊อกรับ-จ่ายทุกวันจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการล่าตัวผู้กระทำผิด เพราะเมื่อนำตัวเลขมาเทียบกัน หากพบว่ามีน้ำมันหายไปจากระบบในจุดใด ก็จะทราบทันทีว่ามีการกักตุนอยู่ที่ใคร หากประชาชนพบเบาะแสความผิดปกติ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบได้ทันทีตรึงราคาน้ำมันไทยถูกกว่าที่อื่นผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านั้น ในช่วงสาย ศบก.แถลงสถานการณ์ประจำวัน นายวัชรินทร์ บุญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ระบุถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ราคาน้ำมันดิบดูไบพุ่งขึ้นสูงถึง 158 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล สูงกว่าช่วงก่อนเกิดวิกฤตการณ์ 122 เปอร์เซ็นต์ กระทรวงพลังงานได้ใช้มาตรการที่มีอยู่ เช่น กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อชดเชยให้ราคาน้ำมันในประเทศ รวมถึงส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ ได้แก่ น้ำมันไบโอดีเซล เพื่อลดภาระการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ขณะที่สถานการณ์ราคาน้ำมันในประเทศกลุ่มอาเซียน กระทรวงพลังงานได้ติดตามเรื่องของราคาจำหน่ายปลีกอย่างต่อเนื่อง พบว่าประเทศต่างๆในอาเซียนทยอยปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ประมาณ 31.14 บาทต่อลิตร ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย น้ำมันดีเซลอยู่ที่ 38-39 บาทต่อลิตร กระทรวงพลังงานจะบริหารสถานการณ์ราคาขายปลีกให้มีความมั่นคง เพื่อลดค่าใช้จ่ายของประชาชน แต่ต้องรักษาเสถียรภาพของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้เหมาะสม ทั้งนี้ ขอเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันประหยัดพลังงานเป็นส่วนสำคัญในการช่วยสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานให้กับประเทศบะหมี่ซองขึ้นราคาต้องขออนุญาตด้าน น.ส.กนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ แถลงเกี่ยวกับการควบคุมราคาสินค้าอุปโภค บริโภค และมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน ว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ปัจจุบันมีสินค้าทั้งหมด 59 รายการ ที่ดูแลราคาอย่างใกล้ชิด ซึ่งมีกลุ่มหนึ่งที่ถูกกำกับอย่างเคร่งครัดให้เป็นสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพของประชาชน เช่น อาหารสำเร็จรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง นมพร้อมดื่มเฉพาะนมจืด นมผง ปุ๋ยเคมีและอาหารสัตว์ ฉะนั้นผู้ผลิตและผู้จำหน่ายที่ประสงค์จะปรับขึ้นราคาสินค้าในกลุ่มนี้ จะต้องขออนุญาตกับกระทรวงพาณิชย์ก่อน กระทรวงจะพิจารณาถึงโครงสร้างและต้นทุนอย่างรอบด้านก่อนให้อนุญาต ส่วนสินค้าอีกกลุ่มคือกลุ่มข้าวของเครื่องใช้ประจำวัน เช่น ผงซักฟอก แชมพู น้ำยาล้างจาน กระดาษชำระ ยารักษาโรคและเวชภัณฑ์ หากจะปรับราคาขึ้นไม่ต้องขออนุญาต แต่ต้องแจ้งให้กระทรวงทราบก่อนจับมือผู้ผลิตทำสินค้าราคาพิเศษน.ส.กนิษฐา กล่าวอีกว่า นอกจากกระทรวงจะจัดโครงการธงฟ้า-ธงเขียว เพื่อแบ่งเบาภาระประชาชนแล้ว ยังจะร่วมมือกับผู้ผลิตรายใหญ่จัดทำสินค้าราคาพิเศษ ที่มีความจำเป็นในการดำรงชีวิต ผ่านร้านค้าปลีกร้านค้าชุมชน เช่น ผงซักฟอก หรือ สบู่ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็นได้ในราคาที่เหมาะสม และระหว่างวันที่ 23-25 มี.ค.จะจัดทีมผู้บริหารตรวจตลาดและแหล่งการค้าสำคัญในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อตรวจสอบและเฝ้าระวังการจำหน่ายสินค้าอย่างใกล้ชิดและป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาในช่วงที่ประชาชนมีความกังวลภาค ปชช.ยื่น 3 ข้อแก้วิกฤติพลังงานอีกด้านหนึ่งที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบ รัฐบาล กลุ่ม 14 องค์กร ภาคประชาชน นำโดย นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข รวมตัวกันจัดกิจกรรม แสดงออกทางสัญลักษณ์ พร้อมยื่นหนังสือเรียกร้อง 3 ข้อ แก้ปัญหาภาคประชาชนจากวิกฤติพลังงาน จากการสู้รบในตะวันออกกลาง ได้แก่ 1.ยกเลิกการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ปรับลดค่าการกลั่นน้ำมัน และตรึงราคาแก๊สหุงต้ม (LPG) สำหรับภาคครัวเรือน 2.ลดค่าไฟฟ้า ให้เหลือหน่วยละ 3 บาท และ 3.กำหนดมาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ควบคุมสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ ไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคา จัดทำสินค้าราคาถูกออกจำหน่ายในทุกชุมชน และอุดหนุนคูปองน้ำมันให้กับไรเดอร์ผู้ให้บริการขนส่งอาหารและผู้โดยสาร จากนั้นกลุ่มได้แสดงละคร แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ พร้อมถือป้ายข้อความที่มีข้อเรียกร้องต่างๆ ก่อนมอบหนังสือข้อเรียกร้องให้แก่ตัวแทนทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้ นายสมยศกล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าการบริหารจัดการของนายอนุทินในตอนนี้ล้มเหลว ทั้งการให้ข้อมูลประเด็นน้ำมันสำรองในประเทศที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และมองว่าวิกฤตการณ์นี้มีกลุ่มทุนที่ฉวยโอกาสเข้ามาสร้างกำไร อยากให้มีการปรับโครงสร้างใหม่ต่อคิวเข้าตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางขณะสถานการณ์ตามสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ ในเช้าวันเปิดทำงานตามปกติ ปรากฏว่าส่วนใหญ่ยังคงมีประชาชนขับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รวมถึงถือแกลลอนมาเข้าคิวเติมน้ำมันเป็นแถวยาวเหยียดเหมือนเช่นเคย โดยที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดของทุกวัน ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางจะมีภาพการเข้าคิวหิ้วแกลลอนของประชาชนในพื้นที่ต่อคิวเติมน้ำมันจนกลายเป็นภาพชินตากันไปแล้ว ด้วยความหวังในการได้น้ำมันไปใช้ในการเดินทาง เติมเครื่องจักรกลการเกษตรโชว์บัตร ปชช.ก่อนรับบัตรคิวส่วนที่ อ.พบพระ จ.ตาก ทางอำเภอประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการ กำหนดมาตรการให้เติมน้ำมันได้ไม่เกิน 500 บาทต่อคนต่อครั้ง ต้องเติมใส่พาหนะหรือบรรจุในภาชนะที่ปลอดภัยเท่านั้น พร้อมกำหนดให้ผู้ที่เติมน้ำมันต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อรับบัตรคิว และกำหนดสิทธิการเข้าถึงบริการ โดยสงวนไว้สำหรับผู้ถือบัตรประชาชนไทยเป็นหลัก ทำให้ตั้งแต่ช่วงเช้าตามสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคัก แต่เป็นระเบียบมากขึ้น รวมถึงมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและดูแลความเรียบร้อยอย่างใกล้ชิดรถน้ำมันรอส่งลาวเพิ่มขึ้นที่บริเวณด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) จ.มุกดาหาร ตลอดเช้าวันที่ 23 มี.ค.พบว่ายังมีรถน้ำมันกว่า 40 คัน มารอคิวเพื่อส่งน้ำมันตามปกติ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่ามีรถขนน้ำมันเพิ่มขึ้นกว่าวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา เกือบเท่าตัว รอข้ามแดนไปที่แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว รวมถึงมีรถน้ำมันจากบริษัทของลาวข้ามฟากมารับน้ำมันที่ไทยเช่นกัน ขณะที่หลายปั๊มในจังหวัดมุกดาหารยังคงประสบปัญหาน้ำมันไม่พอต่อความต้องการเหมือนหลายวันที่ผ่านมา และมีรถมาต่อคิวเติมน้ำมันตั้งแต่ 7 โมงเช้า บางปั๊มขึ้นป้ายน้ำมันอยู่ระหว่างการขนส่ง ส่วนใหญ่เป็นน้ำมันดีเซลปั๊มบ้านทุ่งมีน้ำมันเพียงพอต่างจากที่ปั๊มน้ำมันบางจาก สาขาบ้านทุ่ง ตำบลทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ภายในปั๊มมีรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อจำนวนมากทยอยเข้าคิวรอเติมน้ำมันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถที่วิ่งออกมาจากท่าเรือและนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จุดที่ได้รับความสนใจคือบริเวณหน้าปั๊มมีการติดป้ายประกาศขนาดใหญ่ระบุข้อความว่า “สถานีน้ำมันปั๊มบางจาก มีน้ำมันเพียงพอทุกคันทุกเวลา” ถือเป็นภาพที่สวนทางกับสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงนี้ที่หลายพื้นที่ยังประสบปัญหาน้ำมันขาดแคลนพจ.อ่างทองแจ้งเอาผิด บ.น้ำมันสำหรับความคืบหน้าคดีที่ตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) ตรวจสอบน้ำมัน 3 แสนลิตร ที่คลังน้ำมันใน จ.อ่างทอง เมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาเวลา 08.45 น.วันที่ 23 มี.ค.นายก้องเกียรติ กิตติคุณ พลังงานจังหวัด (พจ.) อ่างทอง นำเอกสารมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง กรณีบริษัท วี เอ ออยล์ จำกัด ไม่ออกใบกำกับการขนส่งน้ำมันมาให้กับบริษัท ทริลเลียนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด อ.เมืองอ่างทอง เป็นคลังน้ำมันที่ตั้งใน จ.อ่างทอง จากหลักฐานที่ ปคบ. รวบรวมไว้ บริษัท วี เอ ออยล์ จำกัด ซื้อน้ำมันจากคลังน้ำมันไออาร์พีซี รวม 7 ครั้ง และจะต้องนำน้ำมันทั้งหมดลงไว้ที่ บจ.วี เอ ออยล์ ที่ตั้งในกรุงเทพมหานคร หรือหากจะไปลงที่ใดต้องแจ้งปลายทางในใบกำกับการขนส่งให้ชัดเจน แต่ปรากฏว่ามีการนำน้ำมันมาลงไว้ที่ บจ.ทริลเลียนปิโตรเทรดดิ้ง อ.เมืองอ่างทอง ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง 2543 มาตรา 30 มาตรา 56 มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับส่อเป็นน้ำมันต่ำกว่าเกณฑ์ที่ บช.ก. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเดียวกันนี้ว่า เบื้องต้นจากการตรวจอย่างไม่เป็นทางการ พบว่าคุณภาพน้ำมันในคลังดังกล่าวอาจไม่ได้มาตรฐาน แต่ยังต้องรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อยืนยันรายละเอียด หากผลออกมาชัดเจนว่าคุณภาพต่ำกว่าเกณฑ์ ผู้ประกอบการจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิงทันที นอกจากนี้ยังสั่งกำชับให้ตรวจสอบประเด็นการขายเกินราคาและการปนเปื้อนประกอบกันด้วย แต่ขณะนี้ยังไม่พบข้อมูลว่ามีนักการเมือง หรือผู้มีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่าง รัดกุม รวมทั้งขยายผลไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ส่วนปริมาณน้ำมันที่ตรวจพบมากกว่า 300,000 ลิตรนั้น ยังไม่มีการสั่งอายัด เนื่องจากข้อมูลจากพลังงานจังหวัด ระบุว่าปริมาณดังกล่าวยังอยู่ในระดับปกติของคลังขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพรองรับได้มากกว่านั้น เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่มเติมว่าผู้ประกอบการรายนี้ มีคลังเก็บน้ำมันในพื้นที่อื่นอีกหรือไม่จับลอบส่งน้ำมันกว่า 5 แสนลิตรด้าน กรมสรรพสามิตระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 6-22 มี.ค.2569 กรมสรรพสามิตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตรวจพบการกระทำผิดเกี่ยวกับสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน รวมทั้งสิ้น 55 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 7.60 ล้านบาท และตรวจยึดของกลางประเภทน้ำมันเชื้อเพลิงได้รวม 519,215 ลิตร ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 มี.ค. ตรวจยึดน้ำมันดีเซลลักลอบขน ส่งกว่า 20,000 ลิตร พร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำผิด และจับกุมผู้ต้องหาได้ในที่เกิดเหตุ ณ บริเวณท่า 11 คลัง 8 หมู่ 3 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตากอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่