เห็น “ภาพหน้าหนึ่งไทยรัฐ” แล้ว ก็สงสารเด็กไทยในยุคนี้มาก นักเรียนจากทั่วประเทศ 13,895 คน แห่ไปสอบเข้าเรียน ม.4 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ที่อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ด้วยความหวังเต็มเปี่ยม แต่โรงเรียนเตรียมฯรับเข้าเรียนได้เพียง 1,520 คน อัตราการแข่งขันครั้งนี้เท่ากับ 1 ต่อ 9.14 จะมีนักเรียน 12,375 คน ที่ต้องอกหักผิดหวังกลับบ้าน บางแผนการเรียน เช่น วิทยาศาสตร์–คณิตศาสตร์ ที่เป็นวิชาแห่งอนาคตของชาติ รับนักเรียนแค่ 1,000 คน แต่มีนักเรียนสมัครสอบสูงถึง 10,220 คน อัตราแข่งขันเท่ากับ 1 ต่อ 10.22 โหดมากเลยนักเรียนแห่ไปสอบเข้า โรงเรียนเตรียมฯ ไม่ใช่แฟชั่น แต่เพราะเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงเรื่องคุณภาพการศึกษายอดเยี่ยม เด็กเตรียมฯสอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยได้จำนวนมากทุกปี ทำให้นักเรียนทั่วประเทศอยากเข้าโรงเรียนเตรียมฯ เด็กไทยทุกคนโหยหา “โรงเรียนดี” แต่ กระทรวงศึกษาฯ ไม่สามารถพัฒนาโรงเรียนให้ดีพอที่นักเรียนอยากจะเรียนต่อได้นี่คือหลักฐาน ความล้มเหลวเรื่องการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาฯ ในอดีตกระทรวงศึกษาฯเคยเป็นกระทรวงเกรดเอ พอมีนักการเมืองไปเป็นรัฐมนตรี ตอนนี้กลายเป็นกระทรวงเกรดซีไปแล้ว ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีศึกษาฯคนปัจจุบัน หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้เป็นรัฐมนตรีศึกษาฯตามโควตา ก็ไม่มีผลงานเด่น ภาพนักเรียน 13,895 คน แห่ไปสอบเข้าเรียนโรงเรียนเตรียมฯ จึงสะท้อนความล้มเหลวของกระทรวงศึกษาได้เป็นอย่างดี ก็หวังว่า การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ที่ นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังฟอร์มตัวกันอยู่ จะให้ความสำคัญต่อคนที่จะตั้งเป็นรัฐมนตรีศึกษาฯ เพื่อฟื้นฟูการศึกษาของชาติกลับมา อยากให้ เชิญคนเก่งที่มีความรู้เรื่องการศึกษายุคใหม่มาเป็นรัฐมนตรี เหมือนที่เชิญ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ มาเป็น รัฐมนตรีคลังอย่าแต่งตั้ง นักการเมืองที่ไม่มีความรู้เรื่องการศึกษา เป็น รัฐมนตรีศึกษาฯ ตามโควตาอีก มันเหมือนเป็นการ “บ่อนทำลายอนาคตของชาติในระยะยาว” ทำให้ ศักยภาพการศึกษาของเด็กไทยตกต่ำลงทุกปีในเวทีโลก อย่างที่เป็นข่าวทุกปีในขณะที่ คนรวย คนมีฐานะ นักการเมืองที่ร่ำรวย ข้าราชการที่ร่ำรวย ก็ส่งลูกไปเรียน โรงเรียนในต่างประเทศ ส่งลูกไปเรียนใน โรงเรียนอินเตอร์ ที่มีอยู่มากมายในเมืองไทย แต่มีค่าเล่าเรียนสูงลิ่วปีละเป็นล้าน คนทั่วไปไม่สามารถจ่ายค่าเล่าเรียนได้ ก็ยิ่งทำให้การศึกษาไทยเหลื่อมล้ำหนักขึ้นไปอีก ผมเห็นตัวเลขแล้วก็ตะลึง ตัวเลขล่าสุดปีที่แล้ว ปี 2568 ประเทศไทยมีโรงเรียนนานาชาติ (International School) มากถึง 250 แห่ง มีนักเรียนเกือบ 80,000 คน รายได้ของโรงเรียนนานาชาติหรือโรงเรียนอินเตอร์ในไทยมีมูลค่ากว่า 87,000 ล้านบาทต่อปี และยังเพิ่มขึ้นทุกปีหลักสูตรในโรงเรียนอินเตอร์ ก็ไม่เหมือนหลักสูตรโรงเรียนไทย โรงเรียนอินเตอร์ส่วนใหญ่ใช้หลักสูตรจากอังกฤษ 50% หลักสูตรสหรัฐฯ 30% หลักสูตรประยุกต์มีเพียง 12% ที่เหลือเป็นหลักสูตรเฉพาะประเทศ เช่น ฝรั่งเศส สวิส จีน สิงคโปร์ ประมาณ 8%ดังนั้น ไม่ต้องแปลกใจ ทำไมเด็กไทยรุ่นใหม่ที่เรียนโรงเรียนอินเตอร์ จึงไม่รู้จักประวัติศาสตร์ชาติไทย ไม่รู้จักพระมหากษัตริย์ไทย ไม่รู้จักเพลงชาติไทย เพราะ เขาไม่ได้เรียนหลักสูตรของกระทรวงศึกษาฯไทย เรื่องนี้ต้อง กล่าวโทษกระทรวงศึกษาฯไทยที่ปล่อยปละละเลยให้ทำแบบนี้ แต่นักเรียนอินเตอร์เขาเรียนประวัติศาสตร์อังกฤษเรียนประวัติศาสตร์สหรัฐฯ พูดภาษาอังกฤษได้ดีกว่าภาษาไทยยิ่งเห็นค่าเล่าเรียนโรงเรียนอินเตอร์แล้วก็ยิ่งขนลุกเตรียมอนุบาล ค่าเรียนปีละ 5–6 แสนบาท อนุบาล ปีละ 7–9 แสนบาท ระดับมัธยมเกรด 6–12 ปีละ 1 ล้านบาทอัป ยังไม่นับค่าใช้จ่ายอย่างอื่นอีกไม่รู้ปีละกี่แสนบาท คนที่จะส่งลูกเรียนโรงเรียนอินเตอร์ได้ต้องมีความมั่งคั่งอย่างน้อย 1 ล้านดอลลาร์ ราว 32 ล้านบาท ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ปี 2569 ไทยจะมีคนรวยระดับ 1 ล้านดอลลาร์ เพิ่มเป็น 162,000 คน คนรวยเหล่านี้ส่วนใหญ่ส่งลูกเข้าโรงเรียนอินเตอร์ ไม่ต้องไปแย่งสอบกับใคร ถ้ารัฐบาลไม่เร่งแก้ไข อนาคตจะยิ่งเหลื่อมล้ำ และ รัฐมนตรีศึกษาฯใหม่ คือคำตอบ.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม