โครงการ Landbridge (แลนด์บริดจ์) ของ “ประเทศไทย” คือ “อภิมหาโปรเจกต์” มูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาทที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่ออ่าวไทย (จังหวัดชุมพร) และทะเล อันดามัน (จังหวัดระนอง) ด้วยเส้นทางขนส่งทางบก ระยะทางประมาณ 90 กิโลเมตรประกอบด้วยท่าเรือน้ำลึกทั้งสองฝั่ง มอเตอร์เวย์ 6 เลน และรถไฟทางคู่ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่แทนการเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกาที่เริ่มมีความหนาแน่นสูงหลากหลายมุมกับผลกระทบด้านต่างๆ อาจารย์สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อม เปิดประเด็นแรกด้วยมิติทางเศรษฐกิจและการลงทุน เป้าหมายระดับชาติ “รัฐบาลไทย” มุ่งหวังให้โครงการนี้เป็น “เครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่”คาดการณ์ว่า...จะช่วยเพิ่ม GDP ของภาคใต้จาก 2% เป็น 10% ติดต่อกันอย่างน้อย 10 ปี และสร้างงานกว่า 280,000 ตำแหน่ง ถัดมา...การดึงดูดนักลงทุน รัฐบาลได้จัดโรดโชว์ดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ตะวันออกกลาง โดยมีรูปแบบการลงทุนแบบ Public-Private Partnership (PPP)ประเด็นสำคัญคือ...ข้อกังขาเรื่องความคุ้มค่า นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินเรือบางส่วนตั้งคำถามว่าโครงการนี้จะคุ้มทุนหรือไม่ กังวลว่า...การขนถ่ายสินค้าจากเรือลงรถไฟหรือถนนเพื่อข้ามฝั่ง อาจทำให้ต้นทุนสูงกว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกาแบบเดิม ซึ่งอาจไม่ดึงดูดใจผู้ประกอบการเดินเรือระดับโลก มิติที่สอง...มุมมองด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ พุ่งเป้าไปที่ผลกระทบต่อระบบนิเวศ นักอนุรักษ์กังวลว่าการก่อสร้างจะทำลายป่าชายเลนและทางเดินสัตว์ป่าในพื้นที่ระนองและชุมพร ซึ่งเป็นจุดที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงและมีสัตว์เฉพาะถิ่นหลายชนิดนับรวมไปถึงความเสี่ยงต่อการประมงและท่องเที่ยว ชาวบ้านในพื้นที่กังวลว่าการถมทะเลเพื่อสร้างท่าเรือและการสัญจรของเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่จะทำลายแหล่งปะการัง หญ้าทะเล และพื้นที่ทำการประมงพื้นบ้าน ซึ่งเป็นรายได้หลักของชุมชนมิติที่สาม...มุมมองด้านชุมชนและสิทธิมนุษยชน การเวนคืนที่ดิน...เกษตรกรชาวสวนทุเรียน ซึ่งเรียกว่า “ทองคำเขียว” ในพื้นที่อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร กังวลเรื่องการสูญเสียที่ดินทำกินที่สร้างรายได้มหาศาลต่อปีโดยมองว่าค่าชดเชยไม่สามารถทดแทนรายได้ที่มั่นคงในระยะยาวได้“การมีส่วนร่วม...ความโปร่งใสกลุ่มเครือข่ายรักษ์พะโต๊ะและเอ็นจีโอหลายกลุ่มวิจารณ์ว่ารัฐบาลขาดความโปร่งใสในข้อมูลและกระบวนการรับฟังความคิดเห็นยังไม่ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง”มิติที่สี่...มุมมองด้านภูมิรัฐศาสตร์...ความมั่นคงทางทะเล โครงการนี้ถูกมองว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ช่วยลดความกังวลเชิงยุทธศาสตร์จากการพึ่งพาช่องแคบมะละกาเพียงจุดเดียว ซึ่งส่งผลดีต่อความมั่นคงด้านพลังงานของจีนและญี่ปุ่น และ...การแข่งขันในภูมิภาคอาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์และมาเลเซียที่ครองส่วนแบ่งการขนส่งในปัจจุบันถึงตรงนี้ คำถามสำคัญมีว่า...โครงการแลนด์บริดจ์ (ชุมพร-ระนอง) ทำอย่างไร? ให้เกิดความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม...อาจารย์สนธิ ย้ำว่า การจัดการให้มีความเป็นไปได้ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม จำเป็นต้องสร้างสมดุลผ่านการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ที่บูรณาการทั้งสองด้านเข้าด้วยกันการจัดการโครงการแลนด์บริดจ์ให้คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ผู้เชี่ยวชาญหลายเสียงวิเคราะห์ไว้ว่าต้องสร้างพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ โครงการจะไม่คุ้มทุนหากพึ่งพาเพียงค่าธรรมเนียมการขนส่งสินค้าเพียงอย่างเดียวแนวทางต้องมีการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องในพื้นที่ เช่น อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง,พลังงาน, สินค้าฮาลาล เพื่อสร้างดีมานด์สินค้าภายในพื้นที่เอง และมีโมเดลการลงทุนแบบเอกชนร่วมลงทุน (PPP)สำหรับการจัดการโครงการเพื่อให้เกิดความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม การจัดทำรายงานผลกระทบเชิงลึก (EHIA) ต้องมีการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ที่โปร่งใสและครอบคลุม ทั้งในเรื่องการกัดเซาะชายฝั่ง การฟุ้งกระจายของตะกอนดินจากการขุดลอกและการทำลายพื้นที่ป่าชายเลน มลพิษต่างๆ รวมทั้งผลกระทบต่ออุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เต่าทะเลและสัตว์น้ำการออกแบบโครงสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การสร้างสะพานข้ามแหล่งน้ำเดิมเพื่อให้ชาวประมงยังสามารถสัญจรได้ หรือการออกแบบถนนที่ไม่ปิดกั้นทางน้ำเพื่อป้องกันปัญหาอุทกภัย การทำทางเชื่อมสัตว์ป่า เช่น สะพานข้ามทาง อุโมงค์ลอด เพื่อให้สัตว์ป่าสามารถเคลื่อนย้ายระหว่างผืนป่าที่ถูกตัดขาดได้เน้นย้ำพึงระวัง...การรักษาพื้นที่มรดกโลก พื้นที่ฝั่งอันดามันหลายแห่งอยู่ในบัญชีรายชื่อเบื้องต้นของ UNESCO (Andaman World Heritage Tentative List) การบริหารจัดการจึงต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้กิจกรรมจากท่าเรือ ถนน ทางรถไฟและอุตสาหกรรมทำลายคุณค่าความเป็นสากลของพื้นที่มรดกโลกเหล่านี้ ถ้าโครงการแลนด์บริดจ์จะเกิด...กลยุทธ์ในการบูรณาการทั้งทางด้านเศรษฐศาสตร์และสิ่งแวดล้อมให้ไปด้วยกันได้ สำคัญคือ...การมีส่วนร่วมของชุมชน จะต้องจัดทำกระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่เปิดกว้างและมีระบบเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบที่เป็นธรรม เช่น กองทุนชดเชย เพื่อลดความขัดแย้งทางสังคมถัดมา...การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การใช้ระบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดผลกระทบระหว่างการก่อสร้าง...การอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานเดิม เช่น ท่าเรือระนองหรือปรับปรุงการเชื่อมต่อทางบกที่มีอยู่แล้ว อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าและมีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าการสร้างใหม่สำคัญคือ “ต้นทุนแฝง” บางทัศนะกังวลว่าโครงการนี้มีมูลค่า 1 ล้านล้านบาทอาจกระทบต่ออุตสาหกรรมเดิมที่ทำรายได้มหาศาลอยู่แล้ว เช่น การท่องเที่ยวปีละ 6 หมื่นล้าน และการประมง...เกษตรปีละ 7 พันล้าน เอาว่า สุดท้ายแล้ว...“แลนด์บริดจ์” คือ “เดิมพันครั้งใหญ่” ของประเทศไทยจริงๆ.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม