สงครามน้อยใหญ่ คงเกิดขึ้นเรื่อยๆนะครับ...เมื่อ 24 ส.ค.2557 ศาสตราจารย์เกียรติคุณ กุสุมา รักษมณี ภาควิชาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร จึงเขียนไว้ ในหมายเหตุเฟซบุ๊ก กุสุมา 80เรื่อง ศัตรูโดยธรรมชาติ กับศัตรูโดยสาเหตุสติสตังผมยังอึงคะนึง กับข่าวสหรัฐฯถล่มอิหร่าน...จะคิดจะเขียนอะไรเลียบๆเคียงๆกับเขาไป ก็ยังหาแง่มุมเข้าท่าไม่ถนัด ก็ได้โอกาส ขอยืมวิธีคิดของอาจารย์อยากรู้นะครับ อาจารย์ผู้หญิงท่านจะมองปัญหาสงครามเปรียบไปทางวรรณคดี...อย่างไร?อาจารย์กุสุมา เริ่มต้นว่า กำลังอ่านบทแปลปัญจตันตระ จากฉบับภาษาสันสกฤต ในส่วนที่แปลเอง และจะนำเสนอที่ประชุมพิจารณาพรุ่งนี้“ขอบใจคำอธิบายของหนู เมื่อกาขอเป็นมิตร”หนูบอกว่า “เราเป็นศัตรูกันตามธรรมชาติ เพราะหนูเป็นอาหารของกา แล้วจะเป็นมิตรกันได้ยังไง?”เมื่อกาขอให้อธิบาย หนูก็บอกว่า ศัตรูโดยสาเหตุนั้น เมื่อแก้ไขสาเหตุ แล้วก็กลับมาเป็นมิตรกันได้เขียนงานวิชาการถึงตรงนี้ อาจารย์ก็มีวงเล็บว่า คงไม่เหมือนคนที่สู้รบกันมั้ง ถ้าพูดจากันให้เข้าใจ เหตุขัดเคือง ก็เลิกสู้กันได้ “แต่ศัตรูโดยธรรมชาติแก้ไขไม่ได้หรอก”หนูบอกว่าศัตรูโดยธรรมชาติมีสองอย่าง หนึ่งคือ ทั้งสองฝ่ายต่างทำร้ายกัน เช่น ราชสีห์กับช้าง มีฤทธิ์เสมอกัน ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะสองคือ ฝ่ายหนึ่งระรานอีกฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายหลังไม่ได้ทำร้าย ไม่ได้เบียดเบียน เช่นแมวกับหนูหนูมันทำร้ายแมวที่ไหนเล่า!(เอ๊ะ! ตรงนี้ขอค้าน ถ้าเป็นทอมกับเจอรี่ เจ้าหนูเจอรี่มันทำร้ายเจ้าแมวทอมตลอดเลยนะ)นี่คือเหตุผลที่หนูในนิทาน ชี้แจงกับกาเขียนถึงตรงนี้ อาจารย์กุสุมา ออกตัวว่า ที่เล่านี้ ไม่ใช่สำนวนแปล แต่เก็บมาเล่าให้ฟังง่ายๆ ตัวละครในปัญจตันตระเขาพูดจาคมคายเป็นหลักเป็นฐาน สอนมนุษย์ได้สบายๆมาคิดอีกที ที่มนุษย์ทำสงครามกัน น่าจะไม่ใช่ศัตรูโดยสาเหตุละมัง เพราะไม่ฟังเหตุผลอะไรหรือจะเป็นศัตรูตามธรรมชาติ คือเกิดมา เพื่อห้ำหั่นกันเท่านั้นจบข้อเขียนอาจารย์กุสุมา แค่นี้...ผมสะดุดใจก็ตอนที่อาจารย์เริ่มต้นว่า ขอบใจคำอธิบายของหนู เมื่อกาขอเป็นมิตร...ครับ สำหรับผมโตมาจนแก่ ไม่เคยรู้ หนูเป็นอาหารของกาเห็นกา รู้จักกาด้วยตาตัวเองบ้าง แต่ที่ลึกซึ้งกว่า รู้จักกาจากเพลงกล่อมเด็ก...บท กาเหว่าเอย ไข่ให้แม่กาฟัก แม่กาก็หลงรัก คิดว่าลูกในอุทร หาข้าวมาเผื่อ คาบเหยื่อมาป้อน...ยังจำได้ อย่างไม่เข้าใจความหมายนักว่า ตอนจบ เพลงกล่อมเด็กบทนี้ นายพรานเอาปืนมาจ้อง ยิงแม่กาดำ...ตาย...ฟังเมื่อไหร่ก็เศร้าเมื่อนั้นบทดอกสร้อย อีกบท มาอ่านเจอตอนโต “กาเอ๋ย กาดำ รู้จำรู้จักรักเพื่อน...” ที่จำก็เพราะสะดุดใจ นิสัยจริงๆของกา ชอบบินมาขโมยจิก...ของตามบ้านไม่เห็นน่ารักตรงไหนแต่กาในเพลงกล่อมเด็ก และบทดอกสร้อย ทั้งน่ารัก ทั้งน่าสงสาร...ในใจผมเรื่อยมา เมื่อมาอ่านของอาจารย์ “กากินหนู” กาเป็นตัวร้าย...เป็นศัตรูโดยธรรมชาติของหนู ก็สะดุดใจไม่กล้าคิดต่อเลยนะครับ...ใคร ผู้ใด จะหาญกล้าเป็นกา มากินหนู ก็เห็นๆกันนี่นา...ยุคนี้ มีทั้งหนู มีทั้งเนฯ.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม