ข่าวสงครามสมัยใหม่ที่ฟังด้วยหู ยิงจรวดข้ามทวีป ดูอึกทึกครึกโครมมาก...แต่เมื่อดูด้วยตา โธ่ถัง! จรวดที่ว่าร้ายกาจ ถูกจรวดยิงสกัด ระเบิดร่วงซะงั้น กลางฟ้า...พูดๆไป เหมือนเกมเด็กเล่นทางจอคอมพิวเตอร์นึกถึงตอน อะแซหวุ่นกี้ชมพระยาจักรี (รัชกาลที่ 1) ตอนรบชิงเมืองพิษณุโลกกัน ออกปากชมหน่วยก้านดี วันหน้าเป็นกษัตริย์ได้ แสดงว่า การรบกันด้วยหอกดาบ นักรบต้องใช้ลูกเล่นลีลาฝีมือ ใครเก่งก็ชื่นชมกันสงครามล่าสุด...เฮียทรัมป์แกบ้าเลือด สั่งบุกอิหร่าน...ข่าวยืนยันท่านผู้นำสูงสุด ท่านประธานาธิบดี และสารพันท่านผู้มีอำนาจทั้งทีม ว่ากันว่ามากถึงห้าสิบคน เละตุ้มเป๊ะไปกับอิทธิฤทธิ์ อาวุธสมัยใหม่โอ้! เว้ย! งานนี้ซี ร้ายจริงผมกำลังคิด...สมัยโบราณที่โทษประหารไพร่ บั่นคอ ริบเรือนนั้น ถ้าเป็นการประหารคนระดับผู้นำเป็นไง? พอดี หนังสือ นิทานมิบ (พิมพ์คำ พิมพ์ครั้งที่ 2) ยังอยู่ใกล้มือ...เปิดไปไม่กี่หน้า เจอเรื่องที่ 13 ทุบเสียด้วยท่อนจันทน์ เอนก นาวิกมูล เรียบเรียงจากคำให้การของขุนหลวงหาวัด (ฉบับหลวง) แล้วเขียนใหม่ให้เด็กๆอ่านง่ายในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมื่อราว 300 ปีมาแล้ว พระศรีศิลป์ผู้เป็นพระภาติยะ (หลาน) พระนารายณ์ คิดกบฏจะแย่งราชสมบัติถึงสองคราวคราวแรกพระศรีศิลป์เอาพระแสงจะแทงพระนารายณ์ พระนารายณ์ทรงจับฉวยป้องกันพระองค์เอาไว้ได้ แต่เห็นว่าเป็นโอรสของพระไชยาทิตย์ ผู้เป็นเชษฐาที่รัก (พี่ชาย) ก็ทรงงดโทษเสียทีหนึ่งก่อนคราวหลังพระศรีศิลป์ทำการร้ายอีก โดยวันหนึ่งถือพระแสงไปยืนแอบอยู่หลังบานประตู ที่พระนารายณ์จะเสด็จเข้าไป บังเอิญมีเจ้าพนักงานไปพบเห็นเข้าก่อน พระศรีศิลป์จึงถูกจับตัวได้ครั้งนั้น พระนารายณ์ไม่ทรงงดโทษให้อีกแล้ว โปรดเกล้าฯให้นายเพชฌฆาตนำตัวพระศรีศิลป์ไปประหารชีวิตเสียตามธรรมเนียมวิธีประหาร เพชฌฆาตเอาเชือกมัดพระองค์ แล้วจับลงใส่ขันสาคร คือขันขนาดใหญ่ที่ใส่น้ำอาบ แล้วเอาทั้งขัน ทั้งคน ใส่ลงในถุงแดงนำไปฝังเสียทั้งเป็น มีคนเฝ้าดูอยู่จนกว่าจะครบ 7 วันจึงไปฝ่ายพระศรีศิลป์ เมื่อถูกฝังทั้งเป็นครบทั้ง 7 วันแล้ว มหาดเล็กผู้หนึ่งมีใจภักดี ลอบไปขุดหลุมที่ฝังพระศรีศิลป์ดูปรากฏว่าพระศรีศิลป์กลับยังไม่ตาย ก็เอาขึ้นมา ช่วยพาหลบไปซ่อนที่อื่นพระศรีศิลป์จึงทำการซ่องสุมผู้คน คิดขบถอีกเป็นคราวที่ 3คราวที่ 3 พระศรีศิลป์รวมพลเข้าตีพระราชวังของพระนารายณ์เวลาพลบค่ำ พระนารายณ์เสด็จออกมาต่อสู้ เป็นการสามารถ จนกระทั่งรุ่งเช้า พระนารายณ์มีพระอานุภาพกล้าแข็งกว่า จึงจับตัวพระศรีศิลป์ได้ครั้งนั้น เสร็จการแล้ว จึงโปรดเกล้าฯให้เพชฌฆาตประหารพระศรีศิลป์อย่างใหม่คือให้เอาตัวทุบเสียด้วยท่อนจันทน์ คือไม้จันทน์หอมท่อนใหญ่พอตายแล้วจึงนำเอาใส่ขันสาคร และถุงแดงไปฝัง ไม่ต้องฟื้นอีกการทุบเจ้านายด้วยท่อนจันทน์ เริ่มมีแต่ครั้งสมเด็จพระนารายณ์นั้น พม่าสมัยพระเจ้าสีป่อ...พระมเหสีศุภยาลัต ก็ทรงเอาอย่างไปใช้ ประหารพระญาติถึง 80 คนผมอ่านจากหนังสือพม่าเสียเมือง อาจารย์หม่อมคึกฤทธิ์ เขียนว่า กว่าจะฆ่าครบทุกคน ต้องเร่งเสียงเครื่องดนตรีละครกลบเสียงร้องโหยหวน ซึ่งดังข้ามกำแพงวังไปสามบ้านแปดบ้าน แต่ละคนกว่าจะตายคงทุกข์ทรมานน่าดูถ้าเทียบกับงานถล่มอิหร่าน ทุกท่านผู้นำตายแบบไม่ทันได้รู้เนื้อรู้ตัว ก็ถือได้ว่าตายแบบสบายๆ.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม