สี่ห้าปีแล้วล่ะกระมัง เมื่อผมนั่งจิบกาแฟดำริมสระน้ำสวนจตุจักร เติมพลังก่อนออกเดินให้ได้สักรอบก็ราว 3 กม. ก็แค่สงสัย ตึกใครหว่า? สูงยังกะไม้บรรทัด โผล่โด่เด่เข้ามาทิ่มลูกตาวันถล่ม...ครืนลงมาทั้งหลังนั่นเอง จึงรู้จากข่าวตึก สตง.เลยเจเจมอลล์นิดเดียวระหว่างเวลาค้นหา...คน...ผมเดินถึงจุดระยะ 1400 เมตร ห่างซากตึกสัก 200 เมตร แรงสะเทือนใจยังมี ผมหยุดริมรั้วสวน ยืนภาวนา อนิจจา สังขารา... (สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ!) ส่งใจไปลุ้นชีวิตที่รอดก็ควรจะรอด ชีวิตที่ละวางสังขารแล้ว ก็ขอให้ไปสู่สุคติจนเมื่อได้อ่านบทกวีรางวัลชมเชย หนังสือเล่ม วรรณกรรมพานแว่นฟ้า ปี 2568 ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เรื่องเสียงร่ำไห้ใต้ซากตึก ที่อภิชาติ ดำดี แต่ง อารมณ์สะเทือน ที่หายไปนานก็กลับมาอีกลองอ่านไปด้วยกัน...แล้วค่อยมาถามใจคุณหรือผม น้ำตาใครจะไหลมากน้อยกว่าเห็นไหมนั่น...ตึกใหญ่ชื่อ “ประเทศไทย” “ความสุจริตโปร่งใส” นั่นคือเสาค้ำยันแรงโยกผลักทั้งหนักเบา ยืนคู่เหย้าเจ้าพระยามาเนิ่นนาน ถ้ารัฐจากเลือกตั้งยังสุจริต ประชาชนทั่วทิศย่อมเป็นฐาน “รอยเลื่อนนอกกติกา” มาแผ้วพาน ทุกเสาคานจะโอบอุ้มช่วยคุ้มกันหากบ้านเมืองลุกลามความทุจริต ย่อมสะกิดรอยเลื่อนให้เคลื่อนไหว เกิดวิกฤติศรัทธาขึ้นคราใด คือเงื่อนไขปฏิวัติล้มรัฐสภาเปิดทางให้รอยเลื่อนเคลื่อนรถถัง บดทับหีบเลือกตั้งพังตรงหน้า เมื่ออำนาจรัฐใหม่ได้เข้ามา ปวงประชากระเด็นออกนอกอาคารกี่สะท้านสะเทือนไหวไม่เสถียร กี่บทเรียนในวัฏฏะรัฐประหาร ตึกคงทนคุ้มประเทศทุกเหตุการณ์ ต้องมีเสา “ธรรมาภิบาล” ค้ำบ้านเมืองเห็นไหมนั่น...ตึกถล่มล้มทั้งยืน แผ่นดินสะอื้นแตกร้าวบอกราวเรื่อง ทุกเม็ดเงินแผ่นดินใช้สิ้นเปลือง จริงหรือที่จะประเทืองประเทศไทยเสาคานพื้นโค่นพังทั้งโครงสร้าง กี่ร้อยร่างรวยรินกลางดินไหว ในเงียบงันซากตึกลึกลงไป ได้ยินไหมเสียงร้องจากกองกูณฑ์ ถ้า “การเมือง ราชการ ธุรกิจ” สมคบคิดจนเมืองราพณาสูร “นอมินีรวมหัวฮั้วประมูล” ดินอาดูรฟ้าร่ำหลั่งน้ำตายินไหมเสียงลมหายใจใต้ซากตึก ปลุกมโนสำนึกไทยทั่วหล้า พบเห็นการโกงกินอย่าชินชา วิถีทางรัฐสภาคือช่องทาง“เสียง” ผู้แทนป่าวร้องก้องดัง ยิ่งต้องช่วยทำความจริงให้กระจ่าง “มือผู้แทน” หาญกล้าอย่าปล่อยวาง ต้องอุ้มร่างคนยากผู้จากลา ใช้ระบบรัฐสภาทำหน้าที่ เป็นเวทีร่วมกันแก้ปัญหา อย่าให้เสียงร่ำร้องของประชา ล่องลอยมาลับหายในสายลมยินไหมเสียงร่ำไห้ใต้ซากตึก ในหลุมลึกจมปลักที่หมักหมม กลบทุนเทาซุกไว้อยู่ใต้พรม ประเทศไทยจะถล่มล้มทั้งยืนสารภาพครับ เมื่อผมเริ่มอ่านบทกวี...นี้ ผมก็น้ำตาซึม อินไปกับความลึกซึ้ง ละเอียดละไมของเนื้อหาภาษากลอน คุณสุชาติ เขียนบทกวีชิ้นนี้ได้ดีลงตัวจริงๆใคร...อยู่ใกล้ ช่วยตัดบทกวีชิ้นนี้ไปให้ นายกฯอนุทินได้อ่าน... เผื่อจะเป็นตัวช่วยให้ท่านตัดสินใจ...เลือกคนเข้าร่วม ครม.ได้ชัดเจนขึ้น...ที่เริ่มๆเค้าลางกองเชียร์ท่าน ลุ้นกันว่ากำลังเข้ารูปเข้ารอยนี่นา!บทกวีนี้คือคำเตือนจากประชาชน ถ้าปล่อยให้นักการเมืองทุนเทาเข้ายึดเมือง ไม่ช้าประเทศไทยจะถล่มล้มทั้งยืนตามตึกสตง.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม