วันนี้ผมมีเรื่องดีๆ และเป็นมงคลมาคุยกันในช่วงเทศกาลมงคล “ตรุษจีน 2569” อีกเรื่องหนึ่งครับ...จากการแถลงข่าวของมูลนิธิบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ กับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่เองแต่ก่อนที่จะไปว่ากันถึงข่าวดีหรือเรื่องดีๆที่ว่า ผมขออนุญาตประชาสัมพันธ์เรื่องดีๆเช่นกันสั้นๆ...3 ข่าวรวด ดังนี้ครับได้แก่ ข่าวงาน แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชครั้งที่ 38 ณ จังหวัดลพบุรี และ งานยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก 2569 ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ท่านนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เดินทางไปเป็นประธานเปิดให้ทั้ง 2 งานผมได้รับการยืนยันจากน้องๆที่มีโอกาสไปร่วมงานของทั้ง 2 จังหวัดมาแล้วว่ายิ่งใหญ่อลังการและอุดมไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นไทย...สมควรและคุ้มค่าอย่างยิ่งที่ใครก็ตามจะตัดสินใจไปเที่ยวชมทั้ง 2 งานนี้ ซึ่งจะมีถึง 22 ก.พ. และเลิกพร้อมๆกันส่วนอีกงานหนึ่งก็คืองาน “110 ปี ตรุษจีนแห่งสีสัน เมืองสวรรค์ 5 ภาษา” หรือ งาน “ตรุษจีนนครสวรรค์” ที่จะเลิกราในวันเสาร์ที่ 21 ก.พ.นี้ แต่ทางจังหวัดฝากให้ผมช่วยเรียนท่านผู้อ่านว่า “หัวใจ” สำคัญของงานนี้ จะอยู่ในคืนวันพรุ่งนี้ (พฤหัสบดีที่ 19 ก.พ.) และกลางวันมะรืนนี้ (ศุกร์ที่ 20 ก.พ.) ที่จะมีพิธีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ไปรอบๆ เมืองด้วยขบวนกว่า 10 ขบวน ยิ่งใหญ่อลังการยาวเหยียดไปเต็มท้องถนนขอเชิญไปชมความงดงามและไปรับพรจากเจ้าพ่อเจ้าแม่ที่จะเสด็จมาในขบวนแห่ทั้งภาคกลางคืนและภาคกลางวัน...สุดแต่ท่านผู้อ่านจะสะดวกในวันไหน? ผมขอฝากไว้ด้วยก็แล้วกันสำหรับงานที่ผมพาดหัวไว้ อันได้แก่งาน “The Spirits of Maritime Crossing : วิญญาณข้ามมหาสมุทร 2026” นั้น ถือเป็นงานนิทรรศการด้านศิลปะระดับโลก ที่จะจัดขึ้น ณ นครเวนิส สาธารณรัฐอิตาลี ในระหว่างวันที่ 9 พฤษภาคม-2 สิงหาคม 2569 อีกประมาณ 2 เดือนเศษๆที่จะมาถึงโดยจะเป็นส่วนหนึ่งของงาน “มหกรรมศิลปะนานาชาติเวนิส เบียนนาเล่ ครั้งที่ 61” ที่จะมีการแสดงงานศิลปะครั้งใหญ่ในจุดสำคัญๆ ของนครเวนิส 2 ปีครั้ง เป็นที่รับรู้จากผู้สนใจงานศิลป์ทั่วโลกครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ที่ มูลนิธิบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ และ บริษัทไทยเบฟเวอเรจฯ จะร่วมกันส่งผลงานของศิลปินจากประเทศ ไทย และจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปแสดงร่วมกับศิลปินนานาชาติทั่วโลก หลังจากประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการจัดแสดงเมื่อครั้งก่อน หรือครั้งที่ 60 เมื่อเมษายน 2567 ที่ผ่านมาคุณ ฐาปน สิริวัฒนภักดี ในฐานะประธานกรรมการ และผู้ก่อตั้งมูลนิธิบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ กล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่าการแสดงนิทรรศการทั้ง 2 ครั้งนี้ ถือเป็นการสานสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างสาธารณรัฐอิตาลีและประเทศไทยย้อนกลับไปได้ถึงปี ค.ศ.1897 เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จประพาสนครเวนิสเพื่อทอดพระเนตรงานเวนิส เบียนนาเล่ ในอดีต ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างสยามกับอิตาลีมาตั้งแต่ยุคดังกล่าวสำหรับรายชื่อของ 20 ศิลปินจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งนี้จะมีจากประเทศไทยถึง 7 ราย ทั้งศิลปินที่โด่งดังอยู่แล้วไปจนถึงศิลปินรุ่นใหม่ ได้แก่ เรืองศักดิ์ อนุวัตรวิมล, พิเชษฐ กลั่นชื่น, ต่อลาภ ลาภเจริญสุข, พิมดาว พานิชสมัย, ศรชัย พงษ์ษา, วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ และ ภาราดา วิรัสวีร์นอกนั้น ก็เป็นศิลปินจากอินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, เวียดนาม, บรูไน, เมียนมา, สิงคโปร์, ลาว, กัมพูชา และจากประเทศอื่นๆ ที่มาร่วมสมทบในกลุ่มนี้ ได้แก่ เซอร์เบีย, ไอร์แลนด์ เป็นต้นสามารถติดตามภาพ และข่าวระหว่างเปิดการแสดงได้จาก Facebook และ Instagram : BKKartbiennale ได้เป็น ระยะๆจากนี้เป็นต้นไปผมจำได้ว่าเมื่อ 2 ปีก่อนเคยเขียนให้กำลังใจด้วยความชื่นชมมาแล้ว เมื่อพบว่าผู้เข้าชมงานให้ความสนใจผลงานของศิลปินอาเซียน โดยเฉพาะจากประเทศไทยเราอย่างมาก...หวังว่าปีนี้จะประสบความสำเร็จไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันนะครับท่านประธาน!"ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม