น.ส.อุไรพร จันทะอุ่มเม้า ผู้อำนวยการกองการพยาบาล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) กล่าวถึงกรณีมีการเสนอแนวทางแก้ไขปัญหากำลังคนพยาบาล โดยปรับการจัดเวรจากวันละ 3 ผลัด ผลัดละ 8 ชั่วโมง เป็นวันละ 2 ผลัด ผลัดละ 12 ชั่วโมง ว่า สถานการณ์ กำลังคนทางการพยาบาลของ สธ.ยังคงขาดแคลน มีอัตราการลาออกสูง อีกทั้งสูญเสียจากการเกษียณอายุราชการ และหาอัตรากำลังทดแทนได้ยาก เนื่องจากภาระงานที่หนักและความต้องการบริการที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้องขึ้นเวรถี่ขึ้นและต้องควบ 2 เวร หรือ 16 ชั่วโมงใน 1 วัน และมากกว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จึงมีวันหยุดน้อยลง เวลาพักลดลง อีกทั้งเป็นการฝืนนาฬิกาชีวิต ส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของพยาบาลในระยะยาว ซึ่ง รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า จ.สมุทรสงคราม ใช้การจัดเวรพยาบาล 12 ชั่วโมง มากว่า 10 ปี รวมถึงช่วงโควิด-19 รพ.สังกัด สธ.หลายแห่งจัดเวรแบบ 12 ชั่วโมง พบข้อดีคือลดจำนวนพยาบาลได้ร้อยละ 24 ลดชั่วโมงการทำงานต่อวันสูงสุด 16 ชั่วโมง เหลือ 12 ชั่วโมง ลดความถี่ในการเปลี่ยนผลัด จึงช่วยลดโอกาสเกิดความผิดพลาดและเพิ่มความต่อเนื่องในการดูแลผู้ป่วย รวมถึงมีเวลาอยู่กับผู้ป่วยมากขึ้น ทำให้ประเมินและวางแผนดูแลผู้ป่วยมีประสิทธิภาพและเป็นระบบมากขึ้น เมื่อเทียบเวร 12 ชั่วโมงกับ 8 ชั่วโมง อาจจะดูเหมือนมีชั่วโมงทำงานที่ยาวนานกว่า แต่สถานการณ์ที่มีข้อจำกัดด้านกำลังคน การจัดเวร 8 ชั่วโมงทำให้พยาบาลต้องควบเวรเป็น 16 ชั่วโมง และมีเวลาพักระหว่างเวรเพียง 8 ชั่วโมง ซึ่งการปฏิบัติงานจริงกว่าจะลงเวรมีเวลาพักไม่ถึง 8 ชั่วโมง มีวันหยุดเพียงสัปดาห์ละ 2 วัน แต่เวร 12 ชั่วโมง จะทำให้มีเวลาพักนานขึ้นน.ส.อุไรพรกล่าวต่อว่า ข้อเสนอนี้เป็นเพียงทางเลือกการบริหารอัตรากำลังในสถานการณ์ที่ขาดแคลนบุคลากรในระยะสั้นเท่านั้น สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตามการจะนำรูปแบบการจัดเวรตามที่เสนอไปใช้ ต้องสอบถามความสมัครใจของพยาบาลผู้ปฏิบัติก่อน เพราะอาจไม่ได้เหมาะกับทุกคนหรือทุกแผนก ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาวนั้น รัฐบาลต้องเพิ่มการลงทุนด้านบุคลากรโดยเฉพาะพยาบาลทั้งในแง่เพิ่มการผลิต เพิ่มค่าตอบแทน และเพิ่มความก้าวหน้า เพื่อทดแทนและรักษากำลังคนไว้ในระบบให้ได้มากที่สุด.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่