ผู้การ ปอท.แถลงผลปฏิบัติการ The transporter operation ปิดเกมล่านายหน้าคนเถื่อน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ค้น 9 จุด 5 จังหวัด จับ 1 จีนเทาคนรับผลประโยชน์และ 3 คนไทยทำหน้าที่ฟอกเงินและอำนวยความสะดวก ยึดทรัพย์อื้อ รถยนต์ บ้าน ที่ดิน รวมมูลค่า 114 ล้าน แฉแผนร้ายหลอกลงทุนขายสินค้าออนไลน์ใน “TikTok shop ปลอม” เหยื่อร่วมร้อยคนเสียหายกว่า 25 ล้านบาท พบโยงขบวนการรับ-ส่งจีนเทาข้ามประเทศอีกด้วยปอท.ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ลวงลงทุนข้ามชาติ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 10 ก.พ. ที่ห้องแถลงข่าวชั้น 2 กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท. แถลงข่าวเปิดปฏิบัติการ The transporter operation ปิดเกมล่านายหน้าคนเถื่อน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ จับกุมผู้ต้องหา 4 รายตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์, สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน” โดยบูรณาการกำลังของชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานกองปราบ, บก.ปอศ., บก.สส.ภ.6,กก.สส.บก.ตม., สำนักงาน ปปง. รวมถึงหน่วยงานต่างประเทศ ได้แก่ HSI และ USSS รวมกว่า 200 นาย ตรวจค้นเป้าหมาย 9 จุด ใน 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี, พิษณุโลก, กำแพงเพชร และตาก หลังสืบสวนพบว่า กลุ่มคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลระบบ Big Data พบรูปแบบที่มีผู้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก คือหลอกให้ลงทุนหรือขายสินค้าออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันปลอม ที่แอบอ้างชื่อแพลตฟอร์ม “TikTokshop”พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท. กล่าวว่า พฤติการณ์คนร้ายจะใช้ชื่อและรูปโปรไฟล์ที่ดูน่าเชื่อถือ ติดต่อพูดคุยกับผู้เสียหายจนเกิดความเชื่อใจ ก่อนชักชวนให้ขายสินค้าออนไลน์ อ้างว่าเป็นการขายผ่าน “TikTokshop” ไม่ต้องสต๊อกสินค้าไม่ต้องจัดส่งเอง สร้างรายได้ง่าย จากนั้นจะส่งลิงก์ให้ติดตั้งแอปพลิเคชันชื่อ “Tkshop” เป็นแอปปลอม ไม่ได้ดาวน์โหลดจาก App Store หรือ Play Store ถูกออกแบบให้มีชื่อ หน้าตา และระบบการทำงานคล้ายของจริง ภายในแอปฯ จะสร้างภาพผลตอบแทนปลอม แสดงยอดขายและกำไร ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ ก่อนถูกหลอกให้โอนเงินในลักษณะเงินลงทุน ค่าสินค้า หรือค่าดำเนินการต่างๆ เข้าบัญชีธนาคารหลายบัญชีในเครือข่ายกลุ่มคนร้าย เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงินกลับไม่สามารถทำได้ ทั้งนี้คนร้ายจะอ้างว่าทำผิดกฎต้องโอนเงินเพิ่มเพื่อปลดล็อกระบบผบก.ปอท.กล่าวต่อว่า เมื่อตรวจสอบข้อมูลระบบแจ้งความออนไลน์ พบผู้เสียหายถูกหลอกในลักษณะดังกล่าว 88 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 25 ล้านบาท และยังพบกลุ่มบัญชีม้าที่เกี่ยวข้องถูกแจ้งความแล้ว 67 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 15 ล้านบาท ต่อมาตำรวจ กก.1 บก.ปอท. พิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่เชื่อมโยงกับขบวนการดังกล่าว ก่อนขอศาลออกหมายจับนำกำลังเข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาในกลุ่มรับผลประโยชน์และฟอกเงินได้ทั้งสิ้น 4 รายคือ นายไล ไซฟู อายุ 49 ปี ชาวจีน ผู้รับผลประโยชน์ นางธัญญารัตน์ จาง อายุ 49 ปี ดูแลเรื่องฟอกเงิน น.ส.สุภาณี เหล็กบุญเพชร อายุ 55 ปี และนายวีรเทพ เข็มเพชร อายุ 51 ปี โดย 2 คนหลังทำหน้าที่ดูแลเรื่องฟอกเงิน จัดหาสถานที่และอำนวยความสะดวกให้ขบวนการหลอกลวงพล.ต.ต.ชนันนัทธ์กล่าวอีกว่า ปฏิบัติการครั้งนี้สามารถตรวจยึดทรัพย์สินส่งมอบให้ ปปง. ประกอบด้วย เงินสด 4 ล้านบาท, รถยนต์ 13 คัน มูลค่าประมาณ 22 ล้านบาท, รถแทรกเตอร์ 31 คัน มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท, รถขุด 1 คัน มูลค่า 1 ล้านบาท, บ้านหรู 1 หลัง มูลค่าประมาณ 31 ล้านบาท, ทองคำแท่ง 40 บาท มูลค่า 3.2 ล้านบาท, สินค้าแบรนด์เนมและเครื่องประดับหลายรายการ มูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท, โฉนดที่ดิน 28 แปลง มูลค่าประมาณ 22 ล้านบาท และอายัดเงินในบัญชีธนาคารอีกประมาณ 1 ล้านบาท รวมมูลค่ากว่า 114 ล้านบาทนอกจากนี้ จากการขยายผลยังพบว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้มีบทบาทสำคัญในการรับ-ส่งและขนย้ายบุคคลเข้าออกประเทศ รวมถึงลำเลียงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ใช้รถยนต์ส่วนบุคคลหรือรถเช่าเป็นพาหนะ เคลื่อนย้ายจากพื้นที่ภายในประเทศไปยังแนวชายแดน จัดหาที่พัก อาหาร และควบคุมการเคลื่อนไหว ก่อนส่งต่อให้เครือข่ายอีกกลุ่มลักลอบข้ามแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เป็นการสนับสนุนหลักให้ขบวนการคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย เบื้องต้นนำผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่ง กก.1 บก.ปอท. ดำเนินคดี จากนี้จะเร่งสืบสวนขยายผลดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่