สกัดยานรกทะลักชายแดน 4 ลอตใหญ่ รายแรก ตชด.ไล่ล่าระทึก รถฟอร์จูนเนอร์ขนยาบ้า 1 ล้านเม็ด จากมุกดาหารจะไปส่งขอนแก่น ขณะผ่านกาฬสินธุ์ซิ่งหนีไปเสียหลักตกถนนพุ่งชนกำแพงหน้าโรงเรียนสิ้นฤทธิ์หนีไม่รอด รวบตัวผู้ต้องหาได้ 2 คน สารภาพได้ค่าจ้างคนละหมื่น รายต่อมาทหาร ฉก.ทัพเจ้าตาก ตรวจเข้มชายแดนแม่สาย ยึดยาบ้า 2 เคส เคสแรก 6.2 แสนเม็ดใส่กระเป๋าวางซุกพงหญ้า ริมน้ำ อีกเคสขับปาเจโร่ขนบิ๊กลอต 4.7 ล้านเม็ด มาเจอด่าน รีบถอยกลับรถจนตกข้างทางต้องทิ้งรถเผ่นหนี อีกรายด่านศุลกากรหนองคายสกัดรถพ่วง 2 คันขนยาบ้า 2 แสนเม็ด และยาไอซ์ 169 กก.จากฝั่งลาวจะเข้าไทยปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติดลอตใหญ่หลายราย รายแรกที่ บก.ตชด.ภาค 2 จ.ขอนแก่น เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 ก.พ. พ.ต.อ.ภูมิชาย พันธ์กล้า รอง ผบก.ตชด.ภาค 2 พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการข่าว บก.ตชด.ภ.2 แถลงผลจับกุมนายภาคภูมิ ศรีอ่อน อายุ 34 ปี และนายกฤษดา มุกดาหาร อายุ 37 ปี ทั้งคู่เป็นชาว อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พร้อมยาบ้า 1,010,000 เม็ด และรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน งบ 5541 นครราชสีมาทั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการข่าว บก.ตชด.ภาค 2 รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติใช้รถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจาก อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร มุ่งหน้าจะไปส่งในพื้นที่ จ.ขอนแก่น รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบพร้อมวางแผนสกัดกั้นวางกำลังเฝ้าตรวจตามเส้นทาง กระทั่งช่วงกลางดึกที่ผ่านมา พบรถคันดังกล่าววิ่งผ่าน อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ สะกดรอยตามไปจนถึงสี่แยกตลาดสมเด็จ อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่แสดงตัวขอตรวจค้น แต่คนขับเหยียบคันเร่งขับรถฝ่าไฟแดงหลบหนีไปด้วยความเร็วสูงเจ้าหน้าที่ไล่ตามไปอย่างกระชั้นชิด ปรากฏว่ารถฟอร์จูนเนอร์ต้องสงสัยเกิดเสียหลักตกถนนพุ่งลงข้างทางชนกำแพงหน้าโรงเรียนบ้านคำเชียงวัน หมู่ 12 ต.โนนแหลมทอง อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ สภาพหน้ารถพังยับ มีนายภาคภูมิ ศรีอ่อน อายุ 34 ปี คนขับ ไม่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนนายกฤษดา มุกดาหาร อายุ 37 ปี นั่งเบาะข้างคนขับได้รับบาดเจ็บคางแตก ควบคุมตัวทั้งคู่ไว้พร้อมตรวจค้นในรถพบกระสอบสีดำ 5 กระสอบ บรรจุยาบ้ารวม 1,010,000 เม็ด ตรวจยึดไว้ก่อนช่วยเหลือพานายกฤษดา ที่ได้รับบาดเจ็บส่ง รพ.สหัสขันธ์ และควบคุมตัวนายภาคภูมิ คนขับ ไปสอบปากคำสอบสวนนายภาคภูมิให้การรับสารภาพว่า หลังพ้นโทษคดียาเสพติดเมื่อปี 68 ก็ว่างงาน ได้รับการติดต่อจากนายทุนชาวลาว ว่าจ้างตนและนายกฤษดาให้ไปขับรถฟอร์จูนเนอร์ที่บรรทุกยาบ้าไว้จอดอยู่ในพื้นที่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ไปส่งให้เครือข่ายที่ จ.ขอนแก่น จะได้รับค่าจ้างหลังเสร็จงานคนละ 10,000 บาท แต่มาถูกจับกุมก่อน ก่อนหน้านี้เคยรับจ้างขับรถส่งยาบ้าให้นายทุนชาวลาวรายนี้มาแล้ว 1 ครั้งสำเร็จด้วยดี เมื่อถูกจ้างอีกก็ตัดสินใจรับงานจนมาถูกจับได้ ตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาทั้งสองพบว่า เคยถูกจับคดียาเสพติดพ้นโทษออกมาก็ถูกจับข้อหาขับขี่ยานพาหนะขณะมีสารเสพติดในร่างกาย อยู่ระหว่างคุมประพฤติก็มารับจ้างขนยาบ้าอีก ส่วนรถฟอร์จูนเนอร์ที่ใช้ก่อเหตุเป็นของนายทุนชาวลาวซื้อรถหลุดจำนำมาติดป้ายทะเบียนปลอมเพื่อใช้ขนยาบ้าโดยเฉพาะ ควบคุมตัว ผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่ง สภ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ สอบสวนดำเนินคดีและขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการต่อไปรายต่อมาช่วงบ่ายวันเดียวกัน พ.อ.ธวัฒน์ อินกอง รอง ผบ.ฉก.ทัพเจ้าตาก กกล.ผาเมือง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบยาบ้าของกลางที่ยึดได้ 2 เคส เคสแรกทหาร ฉก.ทัพเจ้าตาก ออกลาดตระเวนบริเวณบ้านเหมืองแดงใต้ หมู่ 1 ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย พบกระเป๋าเดินทาง 2 ใบซุกอยู่ในพงหญ้าริมแม่น้ำสาย แต่ไม่พบเจ้าของ เปิดออกดูพบยาบ้า 620,000 เม็ด อีกเคสเจ้าหน้าที่ชุดเดียวกันวางกำลังตั้งด่านตรวจบริเวณหมู่บ้านดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 9 ก.พ. พบรถมิตซูบิชิปาเจโร่ สีดำ ทะเบียน 1ขฉ5916 กรุงเทพมหานคร ถอยหลังตกถนนฝั่งตรงข้ามฐานปฏิบัติการนเรศวร หมวดทหารม้าที่ 2 ร้อย.ฉก.ทัพเจ้าตาก ห่างจากด่านตรวจ 500 เมตร ค้นในรถพบกระสอบยาบ้า 24 กระสอบ รวม 4,720,000 เม็ดอัดแน่นมาเต็มรถตรวจสอบภายในรถพบบัตรประชาชนของนายฬุจิโรจน์ ค้ากระบือ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45/3 หมู่ 6 ต.ดอนเมือง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เบื้องต้นสันนิษฐานว่า ผู้ต้องหาลักลอบขนยาเสพติดจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านข้ามแม่น้ำสายเข้ามาฝั่งไทย ขนใส่รถขับไปตามถนนคันชลประทาน เมื่อมาเห็นด่านตรวจเกิดความตกใจรีบถอยกลับรถจะหลบหนีจนเสียหลักตกถนนขับขึ้นมาไม่ได้ ต้องทิ้งรถและยาบ้าทั้งหมดวิ่งหลบหนีไปอีกรายที่ด่านพรมแดนหนองคาย สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 ฝั่งขาเข้าประเทศไทย อ.เมืองหนองคาย นายศรัณย์ศักด์ ศรีเครือเนตร ผวจ.หนองคาย พล.ต.ต.อัทธชนน์ ช่วงงาม ผบก.ภ.จ.หนองคาย พ.อ.อุดมการณ์ ศรีแขไตร รอง ผบ.บก.ควบคุมที่ 2 กกล.สุรศักดิ์มนตรี น.ส.วรรณา ผู้อุตส่าห์ นายด่านศุลกากรหนองคาย ร่วมแถลงผลจับกุมนายสุรสิทธิ์ ดีมงคล อายุ 40 ปี และนายสมโชค พิมพิศาล อายุ 40 ปี พร้อมของกลางยาบ้ารวม 200,000 เม็ด และยาไอซ์น้ำหนัก 169 กก. ซุกซ่อนในรถพ่วงบรรทุก 18 ล้อ 2 คันสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 ก.พ. เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรหนองคายรับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบนำยาเสพติดซุกซ่อนมาในรถบรรทุกพ่วงจากประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านช่องทางด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 จึงได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่คุมเข้มตรวจสอบ กระทั่งเวลา 14.20 น. ตรวจค้นรถพ่วง ทะเบียน 70-2031 เลย พบยาไอซ์ 94 กก. และรถพ่วงที่ขับตามมาอีกคัน ทะเบียน 70-3400 เลย พบยาบ้า 200,000 เม็ด และยาไอซ์ 75 กก. ควบคุมผู้ต้องหาทั้งสองที่เป็นคนขับรถพร้อมของกลางนำส่ง สภ.เมืองหนองคาย สอบสวนดำเนินคดีพร้อมขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่