การจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยใน จ.สระแก้ว ที่โดนกระสุนจากจรวด BM-21 ถล่มบ้านพังพินาศในเหตุการณ์สู้รบไทย-กัมพูชา ได้ข้อสรุปจ่ายเป็นเงินก้อนเดียว คาดถึงมือเจ้าของบ้านไม่เกินปลายสัปดาห์หน้า ภายหลังช่างผู้เชี่ยวชาญจากกรมโยธาธิการและผังเมือง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายอย่างละเอียดทุกหลังอีกรอบ ส่วนเจ้าของบ้านรายใดควักกระเป๋าสำรองจ่ายไปก่อน รัฐจะคืนให้ครบทุกบาททุกสตางค์ ด้านแม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันทหารพร้อมปกป้องอธิปไตยของชาติ หากเกิดปะทะชายแดนอีกระลอก กองทัพบกพาสื่อมวลชนลงพื้นที่ 3 จุดสำคัญตามแนวชายแดน อ.ตาพระยา อ.โคกสูง จ.สระแก้ว กรมศิลปากรเตรียมบูรณะปราสาทตาควาย กลุ่มปราสาทตาเมือน ที่พังเสียหายจากการสู้รบ ยันเป็นของไทยชัดเจนที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 อ.เมืองนครราชสีมา เมื่อวันที่ 6 ก.พ. พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในงานแถลงข่าวการจัดงานน้อมรำลึกสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กู้แผ่นดิน ประจำปี 2569 หลังมีภาพทหารกัมพูชาเดินลาดตระเวนล้ำแดน ยั่วยุทหารไทยบริเวณหน้าแนวอย่างต่อเนื่องว่า สถานการณ์ปัจจุบันกำลังทหารเรา มีการเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะรบครั้งไหน ส่วนจะเกิดการปะทะครั้งที่ 3 ที่ 4 หรือครั้งที่ 5 หรือไม่ ต้องประเมินกันเป็นช่วงๆ แต่ยืนยันว่ามีความพร้อมในภารกิจการปกป้องอธิปไตยของชาติตลอด ขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวล หากเกิดการปะทะกันขึ้นอีกตนไม่กลัว พวกเราทุกคนก็ไม่กลัว ยืนยันจะปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุดวันเดียวกัน นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รอง ผวจ.สระแก้ว เป็นประธานประชุมชี้แจงรายละเอียดการจ่ายเงินเยียวยาแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ลูกจรวด BM-21 จากฝั่งกัมพูชาตกใส่บ้านเรือน ณ ที่ว่าการ อ.โคกสูง สร้างความเข้าใจและสรุปแนวทางการจ่ายเงินเยียวยา หลังจากประชาชนบางส่วนยังกังวลเกี่ยวกับยอดเงินช่วยเหลือ ความล่าช้าในการโอนเงิน รวมถึงหลักเกณฑ์การประเมินความเสียหายของบ้านเรือนเจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่เข้าร่วมประชุมชี้แจงว่า การช่วยเหลือที่ผ่านมาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ มีการจ่ายเงินเยียวยาเบื้องต้นให้ผู้ประสบภัยไปแล้ว แต่เมื่อตรวจสอบภายหลังพบบ้านเรือนหลายหลังได้รับความเสียหายรุนแรงกว่าที่ประเมินไว้ในช่วงแรก บางหลังเสียหายเกือบทั้งหลัง ทำให้เงินช่วยเหลือเดิมไม่เพียงพอ จึงประสานให้ช่างผู้เชี่ยวชาญจากกรมโยธาธิการและผังเมืองลงพื้นที่สำรวจความเสียหายอย่างละเอียดทุกหลัง ใช้หลักเกณฑ์การประเมินตามราคากลาง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ไม่สามารถประเมินตามวัสดุหรือคุณภาพเฉพาะของบ้านแต่ละหลังได้ทั้งหมดและเสนอเรื่องขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม ไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี ขณะนี้ได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว เงินส่วนที่เกินจากการช่วยเหลือเบื้องต้น หากมีการสำรองจ่ายไปก่อน จะคืนให้ครบทุกบาททุกสตางค์ การจ่ายเงินเยียวยาจะจ่ายเป็นเงินก้อนครั้งเดียวและยอดเงินของแต่ละหลังจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับระดับความเสียหายที่ช่างประเมิน คาดว่าเงินเยียวยาจากสำนักนายกรัฐมนตรีจะถึงมือประชาชนไม่เกินปลายสัปดาห์หน้า หลังจากอำเภอรวบรวมเอกสาร ประกอบส่งตามขั้นตอน ขณะนี้เอกสารส่วนใหญ่จัดเตรียมไว้ครบถ้วนแล้วก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 5 ก.พ. กองทัพบกพาสื่อมวลชนลงพื้นที่ 3 จุดสำคัญตามแนวชายแดน อ.ตาพระยา และ อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ได้แก่ บ้านคลองแผง บ้านหนองหญ้าแก้วและบ้านหนองจานเพื่อยืนยันว่าสามารถควบคุมพื้นที่ทับซ้อนและจุดยุทธศาสตร์ได้ทั้งหมด พร้อมสถาปนาแนวป้องกันอย่างมั่นคงและยังไม่พบการรุกล้ำเข้ามาเพิ่มเติม แม้ยังมีกำลังฝ่ายกัมพูชาบางส่วนแฝงตัวสังเกตการณ์ตามแนวถนน K5 สำหรับจุดบ้านคลองแผง เดิมเป็นที่ตั้งด่านศุลกากรกัมพูชาที่รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อน ปัจจุบันถูกทหารไทยรื้อถอนทั้งหมดและปักธงชาติไทยแสดงการควบคุมพื้นที่ตลอดแนวชายแดน ในความรับผิดชอบของกองกำลังบูรพา มีหลักเขตแดน 24 หลัก แต่ยังมี 11 หลักที่ทั้งสองฝ่ายเห็นต่าง ทำให้เกิดข้อพิพาทต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงหลักเขต 33—36 ที่เคยพบการรุกล้ำและก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างรวม 389 หลังคาเรือน ฝ่ายไทยได้เคลียร์พื้นที่เรียบร้อยและควบคุมได้ต่อเนื่องกว่า 50 วันแล้วทางด้านพื้นที่บ้านหนองจาน จุดยุทธศาสตร์สำคัญที่กัมพูชาเคยสร้างบังเกอร์และฐานที่มั่นแข็งแรงกว่า 29 แห่ง ตลอดแนวถนน K5 และดัดแปลงบ้านประชาชนเป็นฐานทหาร กองทัพไทยระดมกำลังเข้ายึดคืนพื้นที่ได้สำเร็จ แม้ถูกกัมพูชายิงจรวดใส่จนมีทหารเสียชีวิต 3 นาย จากนั้นได้เสริมแนวป้องกันหลายชั้น ขุดคูดักรถถัง รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำกว่า 100 หลัง จนพื้นที่โล่งทั้งหมด นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ ยังพบอาคารต้องสงสัย 2 จุดในพื้นที่ดังกล่าว เชื่อว่าใช้เป็นฐานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตรวจยึดโทรศัพท์ ซิมการ์ด สมุดบัญชี และอุปกรณ์อินเตอร์เน็ตจำนวนมาก เชื่อมโยง คดีอาชญากรรมออนไลน์กว่า 161 คดี โดยได้ส่งหลักฐาน ให้หน่วยงานส่วนกลางขยายผลต่อไปอีกด้าน น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม แถลงข่าวการบูรณะปราสาทตาควาย กลุ่มปราสาทตาเมือนและโบราณสถานตามแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา ว่า ปราสาทตาควายและกลุ่มปราสาทตาเมือน เป็นโบราณสถานของไทย โดยปราสาทตาเมือนได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานตั้งแต่พ.ศ.2478 ระหว่าง พ.ศ.2533-2539 ได้บูรณะปราสาทประธานโดยปราศจากการทักท้วง หรือคัดค้านจากฝ่ายกัมพูชา สำหรับปราสาทตาควาย กรมศิลปากร สำรวจร่วมกับตำรวจ ตชด.ตั้งแต่ พ.ศ.2544-2545 มีการจัดทำรายงานการสำรวจทางโบราณคดีเป็นหลักฐาน และไม่ปรากฏมีทหารกัมพูชาอยู่ในบริเวณดังกล่าว เนื่องจากเป็นพื้นที่ดินแดนประเทศไทย สภาพในเวลานั้นตัวปราสาทตาควายยังมีความสมบูรณ์ จึงไม่ได้ตั้งงบประมาณในการบูรณะ แต่ได้บรรจุในบัญชีรายชื่อโบราณสถานที่ยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนรมว.วัฒนธรรมกล่าวอีกว่า เหตุการณ์ปะทะของทหารไทย-กัมพูชา มีหลักฐานชัดเจนว่ากัมพูชาใช้ปราสาทตาควายเป็นฐานที่มั่นทางทหาร ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักต่อโบราณสถาน ต่อมาไทยประกาศสถาปนาพื้นที่เหนือดินแดนปราสาทตาควายและกลุ่มปราสาทตาเมือน สภาพที่ปรากฏคือ มีความเสียหายอย่างมากของปราสาทตาควายและกลุ่มปราสาทตาเมือน ปราสาทตาควายจำเป็นต้องรีบดำเนินการบูรณะโดยด่วน เนื่องจากโครงสร้างตัวปราสาทได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการฯ สำรวจหาแนวทางการซ่อมแซม แม้ว่าประสาทตาควายจะเสียหายหนักแต่ยืนยันว่าซ่อมแซมได้ หลังจากบูรณะประสาททั้งสามส่วนแล้ว กรมศิลปากรจะเร่งดำเนินการประกาศขึ้นทะเบียนประสาทตาควายเป็นโบราณสถานอย่างเป็นทางการวันเดียวกันสื่อทางการของกัมพูชารายงานว่า ทีมสังเกตการณ์อาเซียน (ASEAN Observer Team : AOT) ลงพื้นที่ อ.เวียลแวง จ.โพธิสัตว์ ติดตามและตรวจสอบสถานการณ์ด้านความมั่นคง รวมถึงการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงของทั้งสองประเทศ โดยยืนยันว่าทุกฝ่ายยังคงยึดมั่นในข้อตกลงสันติภาพและกรอบความร่วมมือทวิภาคีที่ได้ลงนามร่วมกันเมื่อปลายปี พ.ศ.2568 อย่างเคร่งครัดขณะเดียวกันมีรายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวน 665,186 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 21 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการกำจัดระเบิดพวงและการฟื้นฟูพื้นที่ใน จ.สตึงแตรง ทางตอนเหนือสุดของกัมพูชา ผ่านองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร Japan Mine Action Service (JMAS) จากญี่ปุ่น โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายในการเคลียร์พื้นที่ที่ยังมีระเบิดตกค้างประมาณ 1,062.5 ไร่ พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคนิคด้านการเก็บกู้วัตถุระเบิดให้แก่ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดกัมพูชา (CMAC) ควบคู่กับการให้ความรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงจากทุ่นระเบิด รวมถึงการอบรมด้านเทคโนโลยีและการจัดการทางการเกษตรแก่ประชาชนในชุมชนที่ได้รับผลกระทบอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่