เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม สั่งให้ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดปฏิบัติการ “Operation Copperhead” กวาดล้างขบวนการลักลอบทำเหมืองขุดเงินดิจิทัลโดยผิดกฎหมาย กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินคดีผู้กระทำผิดขยายผลเครือข่ายต่อมาวันที่ 19 ม.ค. พล.ต.ท.รุทธพล และ พ.ต.ต.ยุทธนา นำกำลังฝ่ายสืบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษขยายผลภายใต้ปฏิบัติการ “Clean House” ตรวจค้นเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อขุดเหมืองบิทคอยน์เถื่อนยึดเครื่องขุดเงินดิจิทัล 3,642 เครื่อง พบหลักฐานสำคัญเชื่อมโยงถึงนายทุน เจ้าหน้าที่รัฐ นำไปสู่การขออนุมัติศาลขอออกหมายค้น 7 เป้าหมายเครือข่ายอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ จ.นนทบุรี และ จ.สมุทรสาครตรวจพบหลักฐานเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า 4 ราย ที่มีตำแหน่ง 3 ราย ระดับบริหารและปฏิบัติการ ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และรองผู้จัดการเขตระดับพื้นที่ ส่วนอีก 1 ราย เกษียณราชการไปแล้วปี 2568พบว่ามีพฤติการณ์กลุ่มผู้ต้องหาใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ พัวพัน และเอื้อประโยชน์ให้แก่ขบวนการขุดเงินดิจิทัลโดยผิดกฎหมายหรือ “เหมือง บิทคอยน์เถื่อน” ทั้งการจัดหาโกดัง อำนวยความสะดวกด้านไฟฟ้าและหม้อแปลง ตรวจสอบโหลดไฟ รับผลประโยชน์เป็นรายเดือนตั้งแต่หลักแสนถึง 4 แสนบาทร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ และ นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์พกพา และสมุดบัญชีธนาคาร หลักฐานสำคัญในการเชื่อมโยงเส้นทางการเงิน และการทุจริตเชื่อมโยงเครือข่ายกลุ่มนายทุน เครือข่ายจีนเทา ผู้ที่สงสัยพยายาม แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมสะท้อนให้เห็นถึงการร่วมมือกันเป็นขบวนการ."เพลิงพยัคฆ์"pluengpayak@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “เลขที่1 วิภาวดีฯ” เพิ่มเติม