หลังศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. และ ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดข้อมูลหลังจากปฏิบัติการกวาดล้างครั้งประวัติศาสตร์ที่ไทย จีน เมียนมา ร่วมมือกันทลายฐานแก๊งสแกมเมอร์รายใหญ่พื้นที่สีเทาแนวชายแดนทำลายตึกบัญชาการ “KK Park” และ “ชเวก๊กโก” ราบคาบ ส่งผลให้คอลเซ็นเตอร์ต้องย้ายฐานหนีการปราบปราม ล่าสุดพบการตั้ง Scam Compound แห่งใหม่ในเมืองมาลัย จังหวัดบันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชาพื้นที่ตั้งห่างจากปอยเปต 50 กิโลเมตร เป็นอาคาร 2 ชั้นใกล้อุทยานมาลัย อยู่ระหว่างขยายสิ่งปลูกสร้างเพิ่ม ภายในมีแรงงานหลายชาติ คนไทย อินเดีย และอินโดนีเซีย มีชาวจีนเป็นผู้ควบคุม หลอกลวงเหยื่อทั่วโลกสถานการณ์การสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา ยิ่งเร่งให้แก๊งเหล่านี้ย้ายจากพื้นที่ชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนในกัมพูชาเพื่อความปลอดภัย สะท้อนว่าปัญหานี้ทวีความรุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้น ไม่อาจปล่อยให้ประเทศใดเป็นพื้นที่ปลอดภัยอาชญากรได้ ทุกประเทศจำเป็นต้องร่วมมือกดดันจริงจัง ยุติผลประโยชน์ขบวนการสแกมเมอร์ตัดวงจรภัยคุกคามโลกเร่งด่วนพล.ต.ท.จิรภพ ศูนย์ ACSC เตรียมหารือวางมาตรการร่วมมือจัดการป้องกันหลอกลวงเหยื่อเพิ่มสำหรับประเทศไทยมีแนวโน้มการเกิดปริมาณคดีที่เริ่มขยับสูงขึ้น เป็นสัญญาณเตือนให้ระมัดระวัง “ภัยออนไลน์” ที่จะกลับมาเข้มข้นขึ้น ตั้งแต่ต้นเดือน ม.ค. นับเชิงปริมาณคดีที่มีแจ้งเข้ามาอันดับ 1 ยังคงเป็นการ หลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์ แต่รอบนี้มีการรับแจ้งเข้ามาจำนวนมากถึง 80.3 เปอร์เซ็นต์ซึ่งเป็นคดีที่เกิดขึ้นง่าย มีความถี่สูงมาก แม้ว่ามูลค่าต่อคดีจะไม่สูงนัก แต่ก็ยังเป็นภัยคุกคามวงกว้าง อันดับ 2 คือการหลอกโอนหารายได้พิเศษ ที่แซงขึ้นมา อันดับที่ 3 คือการหลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัลเป็นข้อมูลที่วิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหาของศูนย์ ACSC."เพลิงพยัคฆ์"pluengpayak@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “เลขที่1 วิภาวดีฯ” เพิ่มเติม