หลังจากที่ผมแวะไปให้กำลังใจ “ดอกไม้ใหม่มนุษย์หอม” ดอกล่าสุด อันได้แก่ “คลาวด์ 11” ที่หน้าสถานี BTS ปุณณวิถี สุขุมวิท...โครงการมิกซ์ยูส 43,000 ล้านบาท เสร็จเรียบร้อยและนำมาเขียนรายงานผ่านคอลัมน์นี้ไปแล้ว 2 วันเต็มๆช่วงค่ำของวันเดียวกันคณะของผมก็ออกเดินทางไปเยี่ยมชม “ดอกไม้เก่า” ดอกหนึ่ง ที่เคย “หอมมาก” ช่วงแรกๆที่เปิด...และต่อมาก็มีข่าวว่าเริ่มหอมน้อยลง มีผู้คนไปเดินดูชมค่อนข้างบางตา...ผมเองก็เคยไปสังเกตด้วยตนเองเห็นผู้คนแล้วก็ใจหาย เพราะเป็นโครงการใหญ่มาก เงินลงทุนสูงมากโครงการ One Bangkok ย่านพระราม 4 ตัดถนนวิทยุ ที่เคยเป็นโรงเรียนเตรียมทหารเก่าและสวนลุมไนท์บาซาร์เก่าที่ออกข่าวว่าใช้เงินลงทุนก่อสร้างถึง 120,000 ล้านบาท นั่นแหละครับจริงๆแล้วข่าวบอกว่าโครงการนี้จะแล้วเสร็จสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ ในปีหน้า 2570 แต่เมื่อตอนที่สร้างเสร็จไปประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์ เขาทำพิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่มากไปก่อน เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2567 ซึ่งจะครบ 2 ปี อีก 2 เดือนเศษๆข้างหน้านี้หลังเปิดงานช่วงแรกๆผู้คนแน่นมากรถราติดขัดมาก เข้าทำนอง “ดอกไม้ใหม่มนุษย์หอม” ภาษิตใหม่ที่ผมคิดขึ้นมาแทนภาษิตเก่าที่ว่า “อุจจาระใหม่สุนัขหอม” ที่อธิบายไว้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาจากนั้นสัก 4-5 เดือน ผู้คนก็ค่อยๆจางลงไปตามภาวะเศรษฐกิจที่แย่ลงเมื่อปีกลายผมนัดเพื่อนๆไปเลี้ยงกลางวันอยู่วันหนึ่งยังรู้สึกใจหายดังที่เกริ่นไว้ในช่วงต้นของคอลัมน์นี้ต่อมาก็มีกระแสข่าวที่น่ายินดีว่าผู้คนเริ่มเยอะขึ้นแล้ว เพราะอาคารที่เป็นออฟฟิศหรือที่ทำงานค่อนข้างขายดีมีบริษัทห้างร้านดังๆระดับโลกทั้งที่มาอยู่ใหม่และที่ย้ายจากที่อยู่เก่าในเมืองไทยมาอยู่ที่นี่ทยอยเข้ามาเรื่อยๆจนใกล้เต็มผู้เช่าอาคารชุดก็เริ่มมาอยู่อาศัยทำให้ห้องอาหารต่างๆ รวมทั้ง “ฟู้ดคอร์ท” กลับมาฟื้นตัวอย่างทันทีทันควันผมเคยอ่านเจอในหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจธุรกิจรายสัปดาห์ฉบับหนึ่งว่า ช่วงเที่ยงๆบ่ายๆฟู้ดคอร์ทที่วันแบงค็อกแน่นและต้องรอคิวนั่งแบบเล่นเก้าอี้ดนตรีเลยทีเดียวที่สำคัญในช่วงเวลานั้นเองก็เกิดข่าวจากนักข่าว “สายมู” ขึ้นมาว่า ณ บริเวณน้ำพุ ของ วัน แบงค็อก นี้เองเป็นศูนย์รวม “ของพลัง” อันศักดิ์สิทธิ์ยิ่งพลังหนึ่งเนื่องจากศูนย์การค้าสร้างอยู่ในผืนดินที่เป็นรูปมังกรและบริเวณที่ตั้งน้ำพุนี่แหละที่เป็นจุดศูนย์รวมของพลังจักรวาลที่ว่านี้จากปากหนึ่งไปสู่ปากอื่นๆ และในยุคโซเชียล จากนิ้วไปสู่สายตาผ่านมือถือรวดเร็วกว่าไฟลามทุ่ง ส่งผลให้ “ฝูงชนชาวมู” แห่กันมาเดินขอพรน้ำพุเป็นระลอกๆมีความเชื่อกันว่าเดินวนตามเข็มนาฬิกา 3 รอบ จะมีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต--6 รอบ ถือเป็นการเสริมดวง การเงิน และถ้า 8 รอบ ถือว่าเสริมสิริมงคลชีวิตหมุนเวียนราบรื่น ฯลฯผลปรากฏว่าเมื่อค่ำคืนวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม จากการกลับไปเยือน “วัน แบงค็อก” อีกครั้ง หลังจากไม่ได้มาปีเศษๆ ผมก็พบว่าร้านอาหารทุกร้านภายในอาคารต่างๆคนแน่นมาก แม้แต่ KFC ก็ยังเต็มทุกที่นั่งเลยเราแวะไปที่ “น้ำพุ” ด้วยครับ พบว่ามีผู้คนมานั่งรอบๆรอรับพลังหลายสิบคน และเดินรอบๆอีกหลายสิบคน เรียกว่าทยอยมาเรื่อยๆไม่ขาดสายสำหรับผมเองถือคติ “เชื่อหรือไม่เชื่อก็ไม่เคยลบหลู่ความเชื่อใดๆของคนไทย” อยู่แล้ว จึงถือโอกาสไปเวียนเสีย 1 รอบ พอให้ได้รัศมีพลังกลับมาบ้างยินดีด้วยนะครับเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี...โครงการ 120,000 ล้านบาทของท่านโครงการนี้ผมว่าน่าจะประสบความสำเร็จนะครับ ขนาดภาวะเศรษฐกิจอืดๆอย่างนี้แต่คนไปกินอาหาร ไปอาบพลังน้ำพุยังแน่น ผมว่าเมื่อคลอดเต็มโครงการในปี 2570 น่าจะโอเคแน่นอนครับ."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม