หาดใหญ่โกลาหล น้ำท่วมวิกฤติหนัก ชาวบ้านตกค้างร้องขอความช่วยเหลือทั้งคืน จนท.และกู้ภัยระดมย้ายเด็กและผู้ป่วยติดเตียงฝ่ากระแสน้ำออกมา บางจุดน้ำยังสูงและไหลเชี่ยวเข้าไม่ถึง นักท่องเที่ยวมาเลย์ ติดในโรงแรมเพียบ สนามบินถูกน้ำล้อมรอบ ด้านนายกฯ “อนุทิน” บินซับน้ำตาอีกรอบ ห่วงอาหารมีไม่พอผู้ประสบภัย เร่งจัด 5 ศูนย์พักพิงดูแล ขณะที่หลายจังหวัดภาคใต้อ่วมไม่แพ้กัน ที่ยะลาน้ำซัดสะพานพัง รถวิ่งไม่ได้น้ำท่วมภาคใต้หลายจังหวัดยังหนัก ฝนถล่มลงมาไม่หยุด โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา น้ำป่าเทือกเขาคอหงส์ไหลทะลักเข้าพื้นที่เศรษฐกิจเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ โรงพยาบาล ศูนย์ราชการ และบ้านเรือนประชาชนจมอยู่ใต้บาดาล กลายเป็นมหาอุทกภัยหนักสุดในรอบหลายสิบปีหาดใหญ่วิปโยค-คนตกค้างอื้อสถานการณ์น้ำท่วมวันที่ 23 พ.ย. มีรายงานว่าตั้งแต่ช่วงดึกที่ผ่านมาจนถึงเช้าวันรุ่นขึ้น มีประชาชนที่ประสบอุทกภัยใน อ.หาดใหญ่ และติดค้างอยู่ในบ้านและที่พักต่างๆได้โพสต์ข้อความทางโซเชียลเพื่อขอความช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก เนื่องจากน้ำท่วมสูงและไหลเชี่ยว ไม่สามารถฝ่ากระแสน้ำหนีมาได้ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ได้ตัดน้ำตัดไฟ ทำให้ผู้ประสบภัยขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม บางคนโพสต์ขอความช่วยเหลือให้ญาติพี่น้องที่นอนป่วยติดเตียงอยู่ในบ้าน ขณะที่หลายคนยอมเสี่ยงเดินลุยน้ำจากบ้านออกมาด้านนอกบริเวณถนนใหญ่ เพื่อรอเรือเจ้าหน้าที่และทีมกู้ภัยทั้งในพื้นที่และจังหวัดต่างๆที่ระดมสรรพกำลังและอุปกรณ์กู้ชีพเข้าไปช่วยผู้ประสบภัยเร่งช่วย 7 ชีวิต-ผู้ป่วยติดเตียงด้านกู้ภัยสยาม นครศรีธรรมราช นำเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือผู้สูงอายุที่นอนป่วยติดเตียงและเด็กเล็กรวม 7 ชีวิต ที่บ้านเลขที่ 26/3 ซอยหัวนอนวัด ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ หลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักน้ำท่วมบ้านสูงเกือบ 2 เมตร กระแสน้ำไหลแรง ทีมกู้ภัยต้องลุยฝ่าเข้าไปใต้ถุนบ้านพร้อมกับติดตั้งรอกและนำเปลบอร์ดลุยน้ำเข้าไปบนชั้นสองเพื่อช่วยสมาชิกในครอบครัว 7 คน ในจำนวนนี้มีเด็กเล็ก 2 คน และชายสูงอายุนอนป่วยติดเตียง 1 คนลงมาอย่างทุลักทุเล ก่อนนำลงเรือท้องแบนไปส่งศูนย์พักพิงของราชการ ขณะที่กู้ภัยมูลนิธิใต้เต็กตึ๊งนครศรีธรรมราชนำเรือช่วยผู้ประสบภัยเป็นหญิงอายุ 62 ปี หนีน้ำท่วมขึ้นไปอยู่บนต้นไม้นานกว่า 6 ชม. ลงมาอย่างปลอดภัย สอบถามชาวบ้านต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า น้ำท่วมครั้งนี้หนักสุดในรอบ 50 ปีกู้ภัยเคลื่อนศพแม่เฒ่าส่ง รพ.ส่วนพื้นที่ชั้นในตัวเมืองหาดใหญ่ น้ำยังท่วมสูง โดยเฉพาะบริเวณถนนนิพัฒน์อุทิศ ถนนเพชรเกษม ช่วงหน้าหอนาฬิกา และถนนราษฎร์อุทิศ อีกยังมีประชาชนติดอยู่ภายในบ้านหลายราย ไม่สามารถหนีออกมาได้ มีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานพยายามเข้าช่วยเหลือ แต่เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีกระแสน้ำไหลแรง ทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก ด้านหน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีหาดใหญ่ ร่วมกับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำเรือไปช่วยนำศพ น.ส.ปิ่ม อสนพานิช อายุ 88 ปี ที่เสียชีวิตด้วยโรคชราในบ้านเลขที่ 143 ถนนราษฎร์อุทิศ ตั้งแต่ช่วงมืดวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา แต่ญาตินำศพออกมาไม่ได้ ก่อนประสานกู้ภัยช่วยนำศพไปเก็บไว้ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์นทท.ชาวมาเลย์ติดในโรงแรมด้านนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่ติดค้างอยู่ในโรงแรมต่างๆของเมืองหาดใหญ่ ล่าสุดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมทั้งสมาคมโรงแรมหาดใหญ่สงขลา สมาพันธ์สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลาและหอการค้าจังหวัดสงขลาเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน นายสิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรม เปิดเผยว่า สมาคมนำอาหารส่งให้นักท่องเที่ยวที่ตกค้างทุกโรงแรม ดูตัวเลขที่ติดค้างในตอนนี้มีอยู่ราว 200 คน นอกจากนี้ ยังร่วมกับภาคเอกชนนำรถยกสูงขนนักท่องเที่ยวเดินทางกลับที่ด่านสะเดาและด่านปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลายกเลิกประชุมหอการค้าหนีน้ำขณะที่การประชุมหอการค้าทั่วประเทศไทยที่ศูนย์ประชุมนานาชาติ อำเภอหาดใหญ่ ที่มีผู้มีร่วมประชุมกว่า 5,000 คน ตั้งแต่วันที่ 21-23 พ.ย. ล่าสุดหอการค้าประเทศไทยได้ยกเลิกการประชุมทั้งหมด เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมยังหนัก ส่งผลให้สมาชิกหอการค้าทั่วประเทศเดินทางกลับทันที แต่ต้องใช้รถโฟร์วีลหรือรถทหารขับลุยน้ำไปส่งที่สนามบินหาดใหญ่ ส่วนสมาชิกบางส่วนยังติดค้างอยู่ในเมืองหาดใหญ่ เพื่อรอให้สถานการณ์น้ำท่วมกลับเข้าสู่ภาวะปกติสั่งตั้งจุดช่วยเหลือในสนามบินในส่วนของท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่โดยรอบเป็นวันที่ 3 ทำให้เส้นทางเข้าสนามบินเดินทางไม่สะดวก รถเล็กวิ่งผ่านไม่ได้ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวตกค้างอยู่ตามโรงแรมเป็นจำนวนมาก ล่าสุดนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่เข้าร่วมหารือกับนายกฤษฎา พุกะทรัพย์ ผอ.ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เบื้องต้นได้ส่งอาหารและน้ำดื่มให้นักท่องเที่ยวที่ติดค้างในโรงแรมที่พักและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวตามคำร้องขอของกงสุล ส่วนการบริหารจัดการภายในสนามบินหาดใหญ่ให้สนามบินจัดตั้งจุดขอความช่วยเหลือ และให้ตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับเจ้าหน้าที่ TAC ในการรับเรื่องจัด ตร.ดูแลนักท่องเที่ยวตกค้างนายอรรถกรเปิดเผยว่า ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวหลายร้อยคนติดค้างกระจายตามโรงแรม เนื่องจากระดับน้ำสูงเกินกว่ารถทั่วไปจะเข้าถึงได้ คาดว่าภายใน 2-3 วันนี้จะมีผู้โดยสารตกค้างประมาณ 800-1,000 คน เนื่องจากการเดินทางเข้าตัวเมืองทำได้ลำบาก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ประสานให้สนามบินจัดจุดช่วยเหลือ พร้อมจัดเตรียมน้ำดื่ม อาหาร แปรงสีฟัน ยาสีฟัน และของใช้จำเป็นสำหรับผู้ที่ต้องพักค้าง โดยเฉพาะจุดปฐมพยาบาลและโซนห้องน้ำต้องเพียงพอต่อความต้องการ กำชับตำรวจท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ TAC จัดเวรผลัดเปลี่ยนดูแลตลอด 24 ชั่วโมงถนนเขตแปดน้ำสูง-เข้าไม่ได้ส่วนย่านเศรษฐกิจของเมืองหาดใหญ่บริเวณตลาดสดพลาซ่า ถนนเพชรเกษม ระดับน้ำเริ่มลดลง แต่ยังท่วมสูงตั้งแต่หัวเข่าจนถึงเอว ส่วนบริเวณถนนศุภสารรังสรรค์ย่านตลาดกิมหยง ระดับน้ำตั้งแต่เอวจนถึงหน้าอก ส่วนถนนนิพัทธ์อุทิศ 1 ระดับน้ำลดลงจนสามารถสัญจรได้ ชาวบ้านต่างเดินออกมารับข้าวกล่องและน้ำดื่มที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 42 นำใส่รถบรรทุกจีเอ็มซีไปส่งให้ เช่นเดียวกับ สภ.หาดใหญ่ และถนนราษฎร์อุทิศ หรือถนนเขตแปด น้ำยังสูงเกือบ 2 เมตรจนมิดหัว ทำให้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถนำข้าวกล่องและน้ำดื่มไปให้ผู้ประสบภัยได้หน้าโรงพักหาดใหญ่น้ำลดช้านายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำหลายพื้นที่เริ่มลดระดับลงแล้ว โดยเฉพาะในเขตเมืองชั้นใน อย่างไรก็ตาม บริเวณเขต 3-4 รวมถึงบริเวณหน้า สภ.หาดใหญ่ น้ำยังทรงตัวและลดลงช้ากว่าพื้นที่อื่น เนื่องจากเป็นจุดรับน้ำหลักของคลองอู่ตะเภา ทำให้การระบายน้ำต้องใช้เวลา อีกทั้งการเข้าถึงพื้นที่ก็ทำได้ยากลำบากในบางพื้นที่ เนื่องจากเส้นทางถูกปิดกั้นจากรถยนต์ของประชาชนที่นำมาจอดหนีน้ำท่วมบ้านเป็นจำนวนมาก ทำให้รถทหาร รถบรรทุก และเรือท้องแบนของหน่วยงานต่างไม่สามารถเข้าถึงจุดที่ได้รับผลกระทบได้อย่างสะดวกท่วมรุนแรงสุด-ฝนเท 305 มม. นายณรงค์พรกล่าวอีกว่า น้ำท่วมครั้งนี้ถือว่ารุนแรงเป็นประวัติการณ์ ในพื้นที่ต้องเผชิญกับปริมาณน้ำฝนสะสมกว่า 900 มิลลิเมตร ภายใน 3-4 วัน และปริมาณฝนตกหนักถึง 305 มิลลิเมตรในคืนเดียว ทำให้ระบบระบายน้ำในเขตเมืองรับภาระสูงกว่าที่คาดการณ์ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีการตรียมการรองรับสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องแล้วก็ตาม ปัญหาสำคัญเกิดจากน้ำมากที่ไหลลงมาจากเขาคอหงส์ตลอดทั้งคืน ทำให้อ่างเก็บน้ำขนาด 75 ไร่ มีระดับน้ำใกล้ความจุ เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องเปิดน้ำจากแก้มลิงและเร่งเสริมเครื่องสูบน้ำเพิ่ม เพื่อป้องกันไม่ให้ระดับน้ำสูงจนเสี่ยงต่อความมั่นคงของโครงสร้างอ่างเก็บน้ำ อย่างไรก็ตาม คาดว่าหากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่ม สถานการณ์น้ำท่วมจะเข้าสู่ภาวะปกติภายในวันที่ 25 พ.ย. จากนั้นเทศบาลจะเร่งฟื้นฟูพื้นทีิ่โดยเร็วที่สุดมอ.เปิดครัวฮาลาลช่วยเหลือด้านมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมทั้งเปิดครัวฮาลาลที่ชั้น 1 ศูนย์กีฬาและสุขภาพ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนและนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รวมทั้งขอเปิดรับบริจาควัตถุดิบที่ใช้ประกอบอาหารฮาลาล โดยเฉพาะไข่ไก่ และเครื่องปรุงฮาลาล อาหารแห้ง เช่น ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง นม ขนม รวมถึงยาสามัญฯ ไปแจกจ่ายให้วันละ 1,200 กล่อง เนื่องจากขณะนี้มีชาวบ้านจำนวนมากเป็นห่วงบ้านและทรัพย์สิน ไม่อยากอพยพไปอยู่ที่อื่นน้ำสะเดาจ่อถล่มซ้ำอีกระลอกมีรายงานว่าสถานการณ์น้ำท่วม อ.หาดใหญ่ ยังไม่น่าไว้วางใจ แม้ว่าระดับน้ำเริ่มลดลงบ้างแล้ว แต่ขณะนี้ในพื้นที่ต้นน้ำ อ.สะเดา จ.สงขลา โดยเฉพาะบริเวณด่านชายแดนสะเดา ต.สำนักขาม ต.บาดังเบซาร์ และ ต.ทุ่งหมอ เกิดฝนตกหนักนานกว่า 2 ชั่วโมง ส่งผลให้น้ำไหลหลากลงคลองปังที่เชื่อมต่อคลองอู่ตะเภาในพื้นที่ ต.ปริก อ.สะเดา มวลน้ำทั้งหมดจะไหลเข้าสู่ตัวเมืองหาดใหญ่อีกระลอก จะทำให้ระดับน้ำที่ท่วมขังอยู่แล้วเพิ่มสูงขึ้นเตือนระดับน้ำคลองอู่ตะเภาด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลาแจ้งเตือนประชาชนเพื่อเตรียมรับมือระดับน้ำท่วมที่เพิ่มสูงขึ้น หลังพบปริมาณน้ำคลองอู่ตะเภาจากพื้นที่ด้านเหนือจะไหลลงมาเพิ่ม ทำให้ระดับน้ำคลองอู่ตะเภาและคลอง ร.1 ที่ท่วมขังอยู่แล้วในพื้นที่เขตเทศบาลนครหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียงจะเพิ่มสูงขึ้นอีกช่วงเวลา 17.00 น.ของวันนี้ (23 พ.ย.) ขอให้เตรียมการรับมือระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นและขยายวงกว้าง ให้ชาร์จโทรศัพท์ให้เต็มและเตรียมแบตเตอรี่สำรอง เคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางไปที่ปลอดภัยหรือศูนย์พักพิงใกล้บ้านท่านบางกล่ำระทม–รับน้ำหาดใหญ่ส่วนพื้นที่ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา น่าเป็นห่วง เนื่องจากรับน้ำจากหาดใหญ่ไปออกสู่ทะเลสาบสงขลา ล่าสุดน้ำไหลท่วมถนนสายบางแฟบ-คลองวาด ตั้งแต่หมู่ 11 และหมู่ 7 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ ขณะที่ชุมชนโคกเมา ต.ท่าช้าง ที่อยู่บริเวณริมคลอง ร.1 ได้รับผลกระทบน้ำท่วมถนนในชุมชน ทำให้การสัญจรลำบาก ด้านผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 ต.ท่าช้าง จัดตั้งศูนย์อพยพชั่วคราวบริเวณปากทางเข้าหมู่บ้าน เพื่อรองรับชาวบ้านที่ต้องการอพยพออกจากพื้นที่ รวมทั้งขอสนับสนุนรถยกสูงและรถโฟร์วีลของชาวบ้านในพื้นที่บริการประชาชนที่จำเป็นต้องเดินทางเข้าออกนอกพื้นที่พัทลุงอ่วม–น้ำซัดสะพานขาดด้าน จ.พัทลุง ยังน่าห่วง อำเภอที่อยู่ริมทะเลสาบลำปํา (ทะเลสาบสงขลาตอนใน) ประกอบด้วย อ.ควนขนุน อ.เมืองพัทลุง อ.เขาชัยสน และ อ.บางแก้ว ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะใน อ.ควนขนุน ชาวบ้านได้รับผลกระทบหลายตำบล หนักสุดที่หมู่ 2 ต.มะกอกเหนือ และหมู่ 9 ต.พนางตุง เส้นทางเข้าหมู่บ้านถูกน้ำท่วมสูง รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ เช่นเดียวกับหมู่ 4 ต.ลำปํา อ.เมืองพัทลุง น้ำสูงกว่า 2 เมตร กระแสน้ำไหลเชี่ยวซัดสะพานเหล็กข้ามคลองลำปําขาด ชาวบ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิงชาวสตูลร้องขอเรือย้ายผู้ป่วยที่ จ.สตูล น้ำท่วมทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดมวลน้ำเริ่มไหลเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของ อ.เมืองสตูล เช่น ต.บ้านควน ต.ควนขัน และ ต.คลองขุด นอกจากนี้น้ำเริ่มเข้าท่วมเขตเทศบาลเมืองสตูล ส่งผลให้ทุกพื้นที่ต่างเร่งอพยพคน ข้าวของเครื่องใช้และสัตว์เลี้ยงไปไว้ในพื้นที่สูง โดยเฉพาะ ต.คลองขุด ต.ควนขัน ต.พิมาน เขตเทศบาลเมืองสตูล เนื่องจากเป็นพื้นที่รับน้ำจาก อ.ควนโดน จุดที่น่าเป็นห่วงคือ ต.บ้านควน อ.เมืองสตูล ขณะนี้น้ำท่วมขยายวงกว้างครอบคลุมทั้งตำบล ชาวบ้านต้องเร่งอพยพผู้สูงอายุเด็กและผู้ป่วยติดเตียง แต่ติดปัญหามีเรือเข้าไปช่วยไม่พอ ไม่สามารถย้ายออกจากบ้านได้ อีกทั้งขณะนี้ชาวบ้านเริ่มขาดแคลนอาหารและน้ำดื่มแล้ว เนื่องจากครัวหรือที่ประกอบอาหารถูกน้ำท่วมหมด อยากเรียกร้องหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยโดยด่วนระดมช่วยครอบครัว นร.ตชด.ที่วัดเหนือโพธิยาราม ต.ควนกาหลง อ.ควนกาหลง จ.สตูล สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราช ทานพวงมาลาวางหน้าหีบศพ ด.ญ.กนกนุช ชุมช่วย อายุ 9 ขวบ นักเรียนชั้น ป.3 ร.ร.ตชด.บ้านส้านแดง ต.ควนกาหลง ที่เสียชีวิตจากเหตุดินโคลนถล่มทับบ้าน โดยมี พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบช.ตชด. เป็นผู้อัญเชิญพวงมาลาพระราชทาน ขณะที่ พล.ต.ต.พหล เกตุแก้ว ผบก.ตชด.ภาค 4 เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจและแสดงความเสียใจต่อครอบครัวเด็กและมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแจ้ง 10 ชุมชนเมืองยะลาหนีน้ำส่วนสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ จ.ยะลา ยังคงมีฝนตกหนักลงมาไม่หยุด โดยเฉพาะอ.เมืองยะลา ส่งผลให้น้ำที่ท่วมขังใน ต.ท่าสาป ต.ยุโป ต.สะเตงนอก และต.บุดี ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆและขยายวงกว้างมากขึ้น เทศบาลนครยะลาออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำที่เคยประสบภัยน้ำท่วมเป็นประจำจำนวน 10 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนหลังวัดยะลาธรรมาราม ชุมชนวิฑูรอุทิศสัมพันธ์ (ซอย10) ชุมชนหลังโรงเรียนเทศบาล 5 ชุมชนดารุสลาม ชุมชนจารูนอก ชุมชนเมืองทอง ชุมชนเสรี ชุมชนธนวิถี ชุมชนหลังโรงเรียนจีน และชุมชนมะลิสัมพันธ์ ให้รีบขนย้ายสิ่งของและเตรียมอพยพหนีน้ำด่วนน้ำซัดสะพานทรุด–รถวิ่งไม่ได้ด้าน อ.รามัน จ.ยะลา ฝนที่ตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้ระดับน้ำแม่น้ำสายบุรีเพิ่มสูงขึ้นจนเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่บ้านเรือนประชาชน ถนนหนทาง และพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง ถนนทางหลวงสาย 4060 เขตรอยต่อ ต.ตะโละหะลอ กับ ต.จะกว๊ะ อ.รามัน น้ำเซาะคอคอสะพานคลองมาแจจนทรุดตัวลงมา ส่งผลให้รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปได้ เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงยะลาต้องปิดถนน พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทาง สำหรับสะพานดังกล่าวเมื่อปีที่ผ่านมาถูกน้ำซัดทรุดตัวมาแล้วฝนถล่มปัตตานี–น้ำป่าทะลักจ.ปัตตานี ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมฉับพลันในพื้นที่หมู่ 3 ต.มายอ อ.มายอ บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย ถนนทางเข้าหมู่บ้านถูกน้ำท่วมใช้สัญจรไม่ได้ เจ้าหน้าที่กองร้อยอาสารักษาดินแดน อ.มายอ นำเรือท้องแบนเข้าไปอพยพประชาชนออกจากหมู่บ้านอย่างเร่งด่วน ส่วนเขตเทศบาลเมืองปัตตานี เกิดฝนตกหนักน้ำเอ่อท่วมย่านเศรษฐกิจสำคัญบริเวณถนนยะรัง ถนนพิพิธ ถนนฤาดี ถนนรามโกมุท ถนนนาเกลือ และถนนเจริญประดิษฐ์ บางจุดน้ำสูงกว่า 40 ซม.ประกาศเขตภัยพิบัติยกจังหวัดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดปัตตานีประกาศพื้นที่เกิดภัยพิบัติทั้ง 12 อำเภอ เนื่องจากฝนตกหนักหลายวันส่งผลให้เกิดอุทกภัยรวม 12 อำเภอ 86 ตำบล 367 หมู่บ้าน 15 ชุมชน 14,064 ครัวเรือน ราษฎรเดือดร้อน 47,839 คน มีผู้จมน้ำเสียชีวิตแล้ว 2 ราย ที่ ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง และ ต.เขาตูม อ.ยะรัง สถานศึกษาประกาศหยุดเรียนอย่างไม่มีกำหนด ขณะที่เขื่อนปัตตานี อ.ยะรัง เปิดประตูระบายน้ำทุกบานเพื่อเร่งระบายน้ำป้องกันน้ำล้นอ่าง อีกทั้งเตรียมรับมวลน้ำมหาศาลจาก จ.ยะลา ที่ไหลบ่าลงมาสมทบอีกในปริมาณมาก ก่อนที่น้ำทั้งหมดจะเข้าพื้นที่ อ.เมืองปัตตานี และไหลออกสู่ทะเลคลองตันหยงมัสเอ่อท่วมบ้านที่ จ.นราธิวาส นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รอง ผวจ. รักษาราชการแทน ผวจ.นราธิวาส ลงพื้นที่ติดตามน้ำท่วมใน อ.ระแงะ โดยเฉพาะ ต.ตันหยงมัส และ ต.บาโงสะโต ถูกน้ำในคลองตันหยงมัส เป็นพื้นที่รับน้ำฝนก่อนจะไหลลงคลองยะกังและแม่น้ำบางนรา น้ำในคลองตันหยงมัสเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเฉลี่ยชั่วโมงละ 15-20 ซม. ล่าสุดน้ำสูงกว่าตลิ่งเกือบ 1 เมตร เอ่อท่วมพื้นที่หมู่ 1, 2, 4 และ 7 ต.บาโงสะโต พื้นที่ลุ่มต่ำที่มักเกิดน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี ประชาชนได้รับผลกระทบแล้วกว่า 2,200 ครัวเรือนนายกฯบินแก้น้ำท่วมหาดใหญ่เวลา 15.00 น. ที่ท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6 ดอนเมือง กทม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมด้วย น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม นายธนกร วังบุญคงชนะ รมว.อุตสาหกรรม และนายศักดา วิเชียร ศิลป์ รมช.มหาดไทย ออกเดินทางไปยังท่าอากาศยานหาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อลงพื้นที่เยี่ยมเยียนให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย กระทั่งไปถึงสนามบิน นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผวจ.สงขลา รอต้อนรับและเดินจุดแจกอาหารให้ผู้ที่ติดค้างอยู่ที่สนามบิน ก่อนขึ้นรถยกสูงไปศูนย์พักพิงชั่วคราวโรงเรียนเทศบาล 4 (วัดคลองเรียน) เพื่อให้กำลังใจผู้ประสบภัย ระหว่างทางนายกฯแวะปั๊มน้ำมัน ปตท.คลองหวะ เพื่อดูความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม รวมถึงมอบอาหารปรุงสุกพร้อมทานให้ผู้ประสบอุทกภัยเร่งจัด 5 ศูนย์พักพิงดูแล ปชช.นายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้น้ำยังท่วมขังอยู่ เพราะมีฝนตกลงมาต่อเนื่องตั้งแต่คืนวันที่ 22 พ.ย. แต่สิ่งที่เราเป็นห่วงคือเรื่องการสนับสนุน โดยเฉพาะเรื่องของอาหาร เพราะเมื่อวันที่ 22 พ.ย.เราเห็นได้ว่าเข้าสู่สภาวะขาดแคลนอาหาร เนื่องจากเส้นทางถูกตัดทั้งหมด วัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหารไม่สามารถเข้ามาได้ แต่วันนี้ตลอดทั้งวันได้แก้ไข คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ที่สำคัญเราจัดตั้งศูนย์พักพิงและศูนย์อพยพ มีอยู่ 5 จุด ได้รับรายงานว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เตรียมรถจ่ายไฟประจำศูนย์พักพิงทุกจุดแล้ว ส่วนเรื่องการเยียวยาได้เตรียมเงินไว้แล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างการสำรวจ เราจะอนุมัติเป็นวงเงินไว้ หรือเป็นหลักการเอาไว้เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ เพราะความเสียหายตอนนี้เข้าเกณฑ์อยู่แล้ว ครอบครัวละ 9,000 บาทห่วงไม่มีอาหารให้ผู้ประสบภัย“ผมลงพื้นที่หาดใหญ่เป็นครั้งที่ 2 เนื่องจากพื้นที่นี้ได้รับผลกระทบหนักที่สุด มีประชาชนติดอยู่ในบ้านและนักท่องเที่ยวที่ติดอยู่ในโรงแรมที่ยังออกมาไม่ได้ เราต้องมาดูแลเพื่อให้เห็นว่าทุกอย่างคลี่คลายลงแล้ว รวมถึงประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางได้ เนื่องจากไฟลท์บินถูกยกเลิก เพราะฝนตกหนัก แต่เท่าที่สำรวจและพูดคุยกับประชาชนพบว่า 95% ได้ไฟลท์บินกลับแล้ว ส่วนราชการก็จะจัดรถอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออาหาร สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคืออาหารไม่มี ไม่มีอะไรน่ากลัวเท่ากับอาหารไม่มี เพราะถ้าน้ำท่วม ถ้าท้องหิวก็จะวุ่นวายเพิ่มเติม เราต้องจัดระเบียบความสำคัญทั้งหมด” นายกรัฐมนตรีกล่าวอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่