คอลัมน์เหะหะพาทีวันนี้ ขอเกาะกระแสความฮอตฮิตติดดาวของ “แม่ทัพกุ้ง” พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 อีกวัน เพื่อบันทึกประวัติศาสตร์ก่อนการอำลาชีวิตทหารของท่าน ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ส.ค. แม่ทัพคนดังเดินทางมาบันทึกเทปรายการ THAIRATH Front Page เจาะลึกตัวตน ที่สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวีหลังมาถึง “ไทยรัฐ” ทันทีที่ก้าวลงจากรถ พล.ท.บุญสินส่งยิ้มทักทายคณะผู้บริหาร นำโดย “จิตสุภา วัชรพล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ไทยรัฐทีวีและไทยรัฐออนไลน์ ก่อนก้าวเข้าสู่วงสนทนากับ “ป๋าต๋อย” ใน รายการ THAIRATH Front Page“แม่ทัพกุ้ง” เล่าว่า เกิดและเติบโตที่ จ.อุดรธานี ในวัยเด็กก่อนทะยานเข้าสู่รั้วโรงเรียนนายร้อย จปร. ด้วยความที่ฐานะทางบ้านยากจน ต้องทำงานหาเงินเรียนหนังสือ รับจ้างตัดหญ้าถางหญ้า ก็ทำมาแล้ว หลังจบมัธยม มาเข้าเรียนสายอาชีวะ ก่อนไล่ตามความฝันที่อยากเป็นทหารและฝันก็เป็นจริง เมื่อได้เข้าเรียนในรั้วแดงกำแพงเหลือง จปร.สมใจ เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 26 นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) รุ่นที่ 37พล.ท.บุญสิน เล่าชีวิตฮาๆของตัวเองด้วยว่า ตอนเข้ามาสอบ จปร.มากรุงเทพฯยังไม่ถูกเลยเพราะไม่เคยมา ขนาดซื้อกางเกงว่ายน้ำยังซื้อผิด ไปซื้อกางเกงฟุตบอลมาใส่สอบว่ายน้ำ เพราะชีวิตเด็กบ้านนอกไม่เคยเห็นกางเกงว่ายน้ำ ต้องเถียงกับกรรมการคุมสอบอยู่นานจนเขายอมให้สอบส่วนเส้นทางชีวิตทหาร เจ้าตัวบอกว่าไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ละหน่วยที่เคยสังกัดล้วนเป็นหน่วยรบทั้งนั้น เคยเป็นผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 3 ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22 (พื้นที่ จ.ปัตตานี) เสนาธิการกองพลทหารราบที่ 3 ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 3 ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3 รองแม่ทัพภาคที่ 2 แม่ทัพน้อยที่ 2 แล้วก้าวสู่แม่ทัพภาคที่ 2 จนถึงปัจจุบันอีก 30 กว่าวัน ท่านก็จะเกษียณ คืนหัวโขนให้กับทางการ ภาพเบื้องหน้าของนักรบ “บุญสิน พาดกลาง” หลายคนมองเห็นความขึงขังกร้าวแกร่งแต่ภาพความเป็นตัวตนอีกมุม พล.ท.บุญสิน เป็นคนสายธรรมะ ชอบทำบุญสร้างพระสร้างวัดและไม่ได้ทำเพื่อแก้เคล็ดหรือลบอาถรรพณ์ใดๆ แต่ทำเพราะศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามาตั้งแต่เด็ก และเชื่อในกฎแห่งกรรมที่ว่า “ทุกอย่างถูกกำหนดไว้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”เป็นศิษย์เอก หลวงปู่ศิลา สิริจันโท พระเกจิชื่อดังแห่งภาคอีสาน จึงไม่แปลกใจที่หลังถอดชุดลายพราง แม่ทัพกุ้งจะเข้าห้องพระนั่งสวดมนต์ทำสมาธิอยู่เป็นประจำเมื่อถามถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา มทภ.ที่ 2 บอกว่ายังมั่นใจในศักยภาพทหารไทย สิ่งที่ยังติดค้างอยู่ในใจตอนนี้คือ “ปราสาทตาควาย” ที่ยังยึดคืนไม่สำเร็จ หากเป็นไปได้ อยากได้ปราสาทตาควายคืนก่อนถึงวันเกษียณ ที่ผ่านมาไม่เคยชะล่าใจกับพฤติกรรมของกัมพูชาและไม่ประมาทเพราะ “เขมรไว้ใจไม่ได้”การปะทะกันรอบแรกวันที่ 24-28 ก.ค.แม้กองทัพไทยจะสร้างความสูญเสียให้กองทัพกัมพูชามากมายไม่ต่ำกว่า 3 พันศพ แต่เพื่อความไม่ประมาท หากจะมีการปะทะครั้งที่ 2 พล.ท.บุญสิน ให้คำยืนยันว่าหากจะมีการปะทะ ก็จะทำแบบสมน้ำสมเนื้อ ขึ้นอยู่ว่ากัมพูชาจะรุกรานอธิปไตยไทยมากน้อยเพียงใดยิ่งเหตุการณ์ล่าสุดที่ชาวเขมรรื้อรั้วลวดหนามที่บ้านหนองจาน สระแก้ว ยิ่งเป็นเหตุที่ต้องจับตามอง เพราะอาจเป็นชนวนความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชารอบ 2 หากเกิดขึ้นอาจเกิดความสูญเสียเป็นวงกว้างกว่าครั้งแรกท้ายรายการ “ป๋าต๋อย” ยิงคำถามที่ไม่เคยมีใครถาม ยกตัวอย่างทหารหาญที่ไม่เคยกลัวอะไร แม้กระทั่งความตาย แล้วแม่ทัพกลัวอะไรกลัวภรรยาหรือไม่? สิ้นประโยคสนทนา เรียกเสียงหัวเราะและคำตอบที่หลุดออกมาพร้อมรอยยิ้ม “กลัวครับ...กลัวในที่นี่คือการให้เกียรติ มีความเกรงใจกันในฐานะสามีภรรยา”“แล้วป๋าต๋อยกลัวไหม?” แม่ทัพกุ้งถามกลับ เป็นประโยคปิดท้ายการสนทนาที่จบลงอย่างได้ทั้งสาระเนื้อหาและความเป็นตัวตนของ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพขวัญใจคนไทย.อาซิ้มคลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม