“อย่าคบลูกหลานพระยาละแวก” คำพูดที่บรรพบุรุษไทยสั่งสอนลูกหลานมาตั้งแต่อดีต ยังคงใช้ได้จนทุกวันนี้ เพราะ “พระยาละแวก” ได้ชื่อว่าเป็น "นักตีท้ายครัว-ผู้ฉวยโอกาส-ผู้ทรยศ-ผู้เนรคุณ-ไว้ใจไม่ได้" แห่งประวัติศาสตร์“พระยาละแวก” คือ กษัตริย์เขมร ที่ครองราชย์เมืองละแวก ซึ่งอยู่เหนือพนมเปญ ตามประวัติศาสตร์ “สมเด็จพระศรีสุคนธบท” ครองราชย์อยู่พนมเปญ ถูกกบฏปลงพระชนม์ “นักองค์จัน” อนุชาหนีมาพึ่งกรุงศรีอยุธยา และได้ยกกองทัพไทยไปช่วยปราบ จนได้บัลลังก์คืน พร้อมสถาปนาขึ้นเป็น “พระบรมราชาที่ 3” และย้ายเมืองหลวงมาเมืองละแวก จากนั้นก็มีกษัตริย์องค์ใหม่เป็น “พระบรมราชาที่ 4 และ 5”แม้ไทยช่วยกษัตริย์เขมรมาตลอด แต่ก็ยังแค้นไทย เพราะขอมเคยยิ่งใหญ่ แต่ถูกอยุธยาทำลาย พอสบโอกาสช่วงที่ไทยทำศึกกับหงสาวดี หรือช่วงที่ไทยอ่อนแอ พระยาละแวกก็มักตลบหลัง แอบตีท้ายครัวไทยหลายครั้ง จนในที่สุด เมื่อ “สมเด็จพระนเรศวร” ขึ้นครองราชย์ ก็ยกกองทัพไปตีเมืองละแวก จับ “พระบรมราชาที่ 5” ได้ และประหารชีวิตเอาโลหิตล้างพระบาทแต่บันทึกของบาทหลวงฝรั่งเศส ระบุว่า “พระบรมราชาที่ 5” ไม่ได้ถูก “พระนเรศวร” ประหาร แต่หนีไปอยู่ที่เมืองเชียงแตงในลาว พร้อมพระราชบุตร 2 องค์ และสิ้นพระชนม์ที่เมืองนี้จนมาถึงปัจจุบัน ลูกหลานพระยาละแวก ก็ยัง “ไว้ใจไม่ได้” และ “เนรคุณ” ที่ผ่านมา ไทยช่วยเหลือสารพัด โดยเฉพาะในยุค "เขมรแดง" ที่ไล่ฆ่าคนเก่ง คนฉลาด จนผู้คนล้มตายหลายล้านคน และต้องหนีตายมาแผ่นดินไทยนับแสนคน เป็นภาระที่รัฐบาลไทยต้องเลี้ยงดูอยู่นานนอกจากนี้ คนเขมรยังเข้ามาเรียนหนังสือ รักษาตัวในไทย และไม่จ่ายค่ารักษาหลายพันล้านบาท ไม่ต้องพูดถึงแรงงานที่เข้ามาทำงานในไทยจนชีวิตดีขึ้น สิ่งเหล่านี้เรียกหาไม่ได้เลยจากรัฐบาลกัมพูชาส่วนความขัดแย้งกับไทยล่าสุด ลูกหลานพระยาละแวกก็ไว้ใจไม่ได้ เป็นฝ่ายเริ่มต้นสร้างความรุนแรง ละเมิดทุกกฎกติกาสากล เริ่มจากวางกับระเบิดจนทำให้ทหารไทยขาขาด 2 นาย และบาดเจ็บอีกนับสิบ นำมาซึ่งการปะทะกันทางทหารหลายวันฝ่ายกัมพูชาก็บิดเบือนข้อเท็จจริงสารพัด ช่วยกันใส่ร้ายไทย สร้างเรื่องโกหก สร้างข่าวปลอม หลอกลวงชาวโลกแบบไร้ยางอาย ไร้สำนึกที่สุด และทำกันทุกระดับชั้นตั้งแต่พ่อผู้นำ ตัวผู้นำ-ภรรยา โฆษกกระทรวงกลาโหม นายทหารชั้นผู้ใหญ่ ไปจนถึงประชาชนจนทำให้คิดว่า นี่คงเป็นอีกอัตลักษณ์ หรือ “สันดาน” ของลูกหลานพระยาละแวกและจากความขัดแย้งล่าสุด สร้างความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินคนไทย การทำมาหากิน การค้าขายชายแดน ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก การท่องเที่ยว รวมๆแล้วหลายหมื่นล้านบาท หากสถานการณ์ยังจบไม่ลง ก็อาจสูงขึ้นเป็นหลักแสนล้านบาทอย่างไรก็ตาม แม้กัมพูชา “คบไม่ได้” แต่ก็เป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีโอกาสสำหรับสินค้า และธุรกิจไทย ภาคธุรกิจคงต้องระมัดระวังให้ดี เพราะนับจากนี้ความสัมพันธ์คงไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว!!ฟันนี่เอสคลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม