สยองบริษัทค้าอะไหล่รถยนต์ เพิ่งซื้อตึกเพิ่มอีก 1 คูหา สั่งซื้อลิฟต์ขนของแบบเปิดมาใช้ คนงานชายหญิงใช้ขึ้นไปขนอะไหล่ลงมาขายหน้าร้าน แต่ระหว่างนั้นลิฟต์เกิดค้างระหว่างชั้น คนงานชายมุดออกมาได้แล้วไปเอาบันไดมาพาดให้คนงานหญิงปีนออกมา แต่ระหว่างเสือกหัวออกมาลิฟต์เกิดเลื่อนตกลงมาหนีบหัวดับอนาถอุบัติเหตุสยองลิฟต์หนีบคนงานหญิงเสียชีวิตครั้งนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 18 ก.ค. พ.ต.ต.ธนพล มโนษร สว.(สอบสวน) สน.สำราญราษฎร์ รับแจ้งอุบัติเหตุมีผู้ถูกลิฟต์หนีบผู้เสียชีวิตภายในบริษัทวรรธนา มอเตอร์เวอร์ค จำกัด เลขที่ 216 ซอยบ้านบาตร แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ ที่เกิดเหตุ ประกอบด้วยตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.สำราญราษฎร์ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูที่เกิดเหตุเป็นอาคาร 2 คูหา 5 ชั้น เปิดเป็นร้านจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ ชั้นล่างเป็นออฟฟิศชั้น 2-4 ใช้เก็บอะไหล่ บริเวณหน้าลิฟต์ชั้นลอยชั้น 2 พบชิ้นส่วนศีรษะส่วนบนและมันสมองของนางวงเดือน เขียวธง อายุ 45 ปี พนักงานของบริษัทดังกล่าว สภาพน่าสยดสยอง ส่วนร่างของนางวงเดือนยังติดคาลิฟต์ค้างอยู่ระหว่างชั้น 1 และชั้น 2 เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันใช้ค้อนปอนด์ทุบกำแพงเป็นโพรงก่อนนำร่างนางวงเดือนออกมาได้อย่างทุลักทุเลในสภาพศีรษะช่วงบนขาดหายไปสอบสวนทราบว่าอาคารดังกล่าวมี 2 คูหา เจ้าของบริษัทเพิ่งซื้อต่อจากเจ้าของเดิมเพิ่มเติมอีก 1 คูหาได้ไม่นาน จึงเจาะทะลุถึงกันกับตัวอาคารเดิมที่อยู่ริมถนน และอยู่ระหว่างก่อสร้างลิฟต์ขนของ ยังไม่ได้เปิดใช้อย่างเป็นทางการ ลิฟต์ที่ใช้เป็นลักษณะไม่มีประตูใช้รีโมตเป็นตัวบังคับ ก่อนเกิดเหตุนางวงเดือนพร้อมคนงานชายอีกคนขึ้นไปที่ชั้น 2 เพื่อนำอะไหล่รถลงมาชั้นล่าง หลังขนอะไหล่เข้าลิฟต์แล้ว ทั้ง 2 คนกำลังเดินเข้าลิฟต์ แต่ลิฟต์เลื่อนลงมาได้เพียงแค่ครึ่งชั้นแล้วขัดข้องค้างเติ่งอยู่ คนงานชายปีนกลับขึ้นไปชั้น 2 แล้วเอาบันไดอะลูมิเนียมหย่อนลงไปในลิฟต์ให้นางวงเดือนปีนขึ้นมา แต่จังหวะนางวงเดือนเสือกหัวโผล่ขึ้นไปที่ชั้น 2 ลิฟต์เกิดเลื่อนตกลงมาหนีบศีรษะจนเสียชีวิตเบื้องต้นให้เจ้าหน้าที่ พฐ.เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ และตรวจพิสูจน์การทำงานของลิฟต์เกิดเหตุ ก่อนสรุปผลให้พนักงานสอบสวนเข้าสำนวนคดี ส่วนศพนางวงเดือนมอบให้อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ผ่าพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่