สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทาน 200,000 บาท ไว้ดูแลสุนัขกู้ภัย K9 ที่ทำงานบริเวณตึก สตง.ถล่ม ล่าสุดทีมกู้ภัยพบชิ้นส่วนมนุษย์ท่อนบนจากเอวถึงศีรษะ และท่อนล่างจากเอวลงไปถึงเท้าอีก 2 ส่วน สภาพเน่าเปื่อย ส่งนิติเวช รพ.ตำรวจตรวจพิสูจน์ ยืนยันเป็นผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ศพ นับเป็นศพที่ 16 ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ กทม.ปรับแผน หลังจากนี้จะส่งทุกชิ้นส่วนผู้เสียชีวิตที่พบให้นิติเวชตรวจพิสูจน์ก่อนนับ ส่วนการรื้อซากอาคารให้ทีมรื้อถอนซากอาคารเป็นทีมหลัก ส่วนทีมค้นหาเป็นทีมเสริม หลังเดินหน้ารื้อซากอาคารถล่มออกจากพื้นที่แล้วกว่า 3,500 ตัน ผู้รับเหมาช่วงรายย่อยกว่า 10 ราย ร้องบริษัท ไชน่า เรลเวย์ฯค้างค่าจ้างเป็นปีกว่า 10 ล้านบาท เคยร้องเรียนหลายหน่วยงานแต่ไม่มีใครช่วย เจรจาได้ผล ตัวแทนบริษัท ไชน่า เรลเวย์ฯแจงบริษัท ก้าวพีเค จำกัด เป็นคนรับช่วงไปว่าจ้างทั้งหมด ยังมีเงินประกันอยู่ 10 เปอร์เซ็นต์ พอจ่ายให้ผู้รับเหมาช่วงทุกราย ด้านอุปทูตจีนหอบอุปกรณ์กู้ภัยมาให้ทีมค้นหาใช้งานพร้อมให้กำลังใจ “อนุทิน” รับซี้ผู้ว่าการ สตง.คอนเนกชัน วปอ. ไม่อุ้มช่วยเหลือปมตึก สตง.ถล่ม ให้สอบสวนตามเนื้อผ้า “นภินทร” รมช.พาณิชย์ เผยเร่งสอบนอมินีไทยถือหุ้น พร้อมตรวจสอบ 37 บริษัทโยง “ไชน่าเรลเวย์ฯ” หรือไม่กรณีเกิดแผ่นดินไหวบริเวณเมืองลอยกอ ใกล้เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา ลึกลงไปประมาณ 10 กม. นอกจากสร้างความเสียหายอย่างหนักให้ตึกรามบ้านช่องและสาธารณูปโภคในประเทศเมียนมาแล้ว แรงสั่นสะเทือนยังแผ่ลงมาถึงพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยลงมาถึงกรุงเทพมหานคร สร้างความแตกตื่นให้ผู้ที่อยู่บนอาคารสูง พากันหนีออกมาบนพื้นราบ เนื่องจากไม่เคยประสบภัยแผ่นดินไหวรุนแรงขนาดนี้มาก่อน นอกจากนี้แรงสั่นสะเทือนยังทำให้อาคารกำลังก่อสร้างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ถล่มลงมา มีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังนับร้อยคน เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานอยู่ระหว่างเร่งช่วยเหลือผู้ที่ยังมีสัญญาณชีพที่ติดค้างอยู่ใต้ซากปรักหักพังออกมาอย่างเร่งด่วนพบชิ้นส่วนมนุษย์ท่อนบน-ล่างความคืบหน้าเมื่อเวลา 22.10 น. วันที่ 5 เม.ย. เจ้าหน้าที่กู้ภัยประสบความสำเร็จในการนำผู้เสียชีวิตออกจากซากตึก สตง.แห่งใหม่ถล่ม บริเวณโซนบีพบชิ้นส่วนท่อนล่างตั้งแต่เอวถึงปลายเท้าเพศชาย นุ่งกางเกงยีนส์สีน้ำเงิน ไม่สวมรองเท้า คาดถูกแท่นปูนทับตัดร่างขาดเสียชีวิตตั้งแต่วันเกิดเหตุ ศพจึงมีสภาพเน่าเปื่อย ใกล้กันบริเวณโซนบีพบชิ้นส่วนท่อนบนตั้งแต่ศีรษะถึงเอวไม่ทราบเพศ สวมเสื้อยืดแขนยาวสีแดงมีโลโก้ที่หน้าอกและอักษรภาษาอังกฤษยูพี ข้อมือซ้ายใส่นาฬิกาคาซิโอเรือนทอง คาดเสียชีวิตตั้งแต่วันเกิดเหตุเช่นเดียวกัน สภาพเน่าเปื่อย คาดว่าอาจเป็นบุคคลเดียวกันกับที่พบชิ้นส่วนท่อนล่าง เบื้องต้นมอบร่างให้อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เพื่อตรวจอัตลักษณ์ยืนยันอีกครั้งเก็บส่งตรวจละเอียดยิบต่อมาเวลา 08.00 น. วันที่ 6 เม.ย. เข้าสู่วันที่ 10 ของการค้นหาผู้สูญหายจากเหตุอาคารกำลังก่อสร้างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ถล่ม เจ้าหน้าที่กู้ภัยประสานผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ยังเน้นใช้เครื่องจักรหนักเพื่อเจาะทะลุซากปรักหักพังเปิดเส้นทางให้เจ้าหน้าที่เข้าไปถึงโซนสำคัญที่คาดว่าจะมีร่างติดอยู่ หน่วยกู้ภัยผลัด เปลี่ยนเวรเข้าออกเป็นระยะ สลับกับการหยุดใช้เครื่องจักรเพื่อให้ทีมกู้ภัยเดินเท้านำสุนัข K9 เข้าค้นหา มีรายงานว่า ช่วงดึกที่ผ่านมาทีมกู้ภัยพบชิ้นส่วนมนุษย์ ทั้งมือ เศษชิ้นส่วนกะโหลก ฟัน และเส้นผม ทั้งหมดถูกรวบรวมเป็นหลักฐานส่งสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ตรวจดีเอ็นเอเก็บไว้เป็นหลักฐานทั้งหมดเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯห่วงสุนัขกู้ภัย บริเวณหน่วย K9 USAR Thailand กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย เวลา 10.00 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.ศิวะ ภระมรทัต เป็นผู้แทนพระองค์เชิญพระราชทรัพย์พระราชทานจำนวน 200,000 บาท พระราชทานมอบแก่ทีมสุนัขกู้ภัย K9 ขององค์การสุนัขกู้ภัยแห่งชาติ Thailand Rescue Dog Association (K9 USAR Thailand) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย เป็นค่ารักษาพยาบาลและอาหารเสริม เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ทีมสุนัขกู้ภัยที่ปฏิบัติภารกิจค้นหาผู้ประสบภัยติดอยู่ใต้ซากอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่มลงมาเนื่องจากเหตุแผ่นดินไหวพระราชทาน 2 แสนบาทดูแลในการนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยข้าราชการกรุงเทพมหานคร ข้าราชการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ทีมกู้ภัยผู้ดูแลสุนัข K9 เข้าร่วมพิธีรับพระราชทรัพย์พระราชทานครั้งนี้ มีนางซูซาน เรดมอนด์ ผู้ควบคุมสุนัขของทีม เป็นตัวแทนรับพระราชทรัพย์พระราชทาน จากนั้นผู้แทนพระองค์ถ่ายภาพต่อหน้าพระฉายาลักษณ์ ร่วมกับทีมสุนัข K9 และเยี่ยมชมความเป็นอยู่กับรับรายงานภารกิจของทีมสุนัข K9 ก่อนจะเดินทางกลับ นางซูซานเปิดเผยความรู้สึกต่อสื่อมวลชนว่า รู้สึกซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน ราชกัญญา ทรงพระราชทานกำลังใจให้แก่ทีมงาน ทีมงานสุนัขกู้ภัยจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งและเต็มความสามารถเพื่อให้ภารกิจสำเร็จลุล่วงต่อไปผู้ว่าฯ กทม.ยันพบศพเพิ่มเวลา 10.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. เผยว่า ตอนนี้นําเครื่องจักรเข้าพื้นที่ตามยุทธวิธี มีจุดที่คาดว่าจะพบผู้เสียชีวิตเพิ่มบริเวณโซนซี ปัญหาหลักคือการนําเนินด้านบนลงเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและการเอาลงจะต้องทําทางเข้าไป เมื่อคืนตัดอาคารด้านหน้าออกเพื่อเปิดทางนํารถขนาดใหญ่เข้าไปจัดการกองดินด้านบน ยอมรับว่าโอกาสพบผู้รอดชีวิตตอนนี้น้อยลง แต่ตนและเจ้าหน้าที่ยังไม่หมดหวังมีทีมช่วยชีวิตจับหาสัญญาณชีพอยู่ตลอด ถามว่าประสานหรือพูดคุยกับผู้ว่าการ สตง.แล้วหรือไม่ นายชัชชาติระบุว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับ กทม. หน้าที่คือดูแลอุบัติภัยและให้ความร่วมมือเท่านั้น ส่วนเรื่องการตรวจสอบต่างๆเป็นหน้าที่ของกรมโยธาธิการลุยเจาะโพรงเข้าเป้าหมายนายชัชชาติกล่าวต่อว่า ขณะนี้เริ่มเห็นโพรงที่เชื่อมโยงกันระหว่างโซนบีและซี เป็นจุดเข้า-ออกของคนงาน คาดการณ์ว่าจะมีโพรงอยู่ด้านล่าง ส่วนเรื่องตัวเลขผู้เสียชีวิตให้รอยืนยันจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน หลังตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่า ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงปัจจุบันมีสัญญาณขอความช่วยเหลือหรือตรวจพบสัญญาณชีพเพิ่มเติมหรือไม่ นายชัชชาติตอบทันทีว่า สัญญาณชีพไม่มี ยังไม่ได้รับรายงาน และการขอความช่วยเหลือก็ไม่มี สําหรับตัวเลขสถานการณ์ล่าสุดเวลา 10.00 น. จํานวนผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 17 ราย บาดเจ็บ 9 ราย สูญหาย 77 ราย จากจํานวนผู้ประสบเหตุทั้งสิ้น 103 คนผู้รับเหมาโวยค้างค่าจ้าง 10 ล้าน เวลา 10.30 น. ผู้รับเหมาช่วงโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่กว่า 10 ราย รวมตัวกันมาพูดคุยไกล่เกลี่ยกับตัวแทนบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ที่ว่าจ้างงาน หลังติดค้างค่าจ้างรวมมูลค่าสูงกว่า 10 ล้านบาท นายธิติพงศ์ หรือช่างเบิร์ด โพธิรมย์ กล่าวว่า ตนทำงานให้บริษัทผู้ว่าจ้างตั้งแต่เดือน ม.ค.67 ถึง ม.ค.2568 เคยเจรจากับบริษัทมาแล้ว 3 ครั้ง พร้อมทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรอีก 3 ครั้ง แต่บริษัทยังไม่ยอมจ่ายเงินอยู่ดี พวกตนต้องมาประท้วงเมื่อต้นเดือนที่แล้วและทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้ง ระบุในสัญญาว่าจะจ่ายเงินวันที่ 24 มี.ค. แต่ถึงวันนี้ยังไม่ได้รับเงิน สอบถามไปยังบริษัทผู้ว่าจ้างระบุว่า สตง.ยังไม่เซ็นอนุมัติเงินให้บริษัทไชน่า เรลเวย์ฯ ทำให้บริษัทผู้ว่าจ้างไม่มีเงินมาจ่ายให้ผู้รับเหมาได้ร้องทุกหน่วยไม่มีใครแยแสนายธิติพงศ์กล่าวต่อว่า ตนเป็นบริษัทรับเหมาระบบไฟฟ้าภายในอาคาร สตง.แห่งนี้ ต้องเอาบ้านเอารถไปจำนองจำนำเพื่อนำเงินมาจ่ายค่าแรงให้ลูกน้องหลายชีวิต กลับต้องเดือดร้อนเพราะไม่ได้รับเงินค่าจ้าง ดังนั้น อยากขอร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองช่วยเป็นสื่อกลางเจรจาให้พวกตนด้วย เพราะที่ผ่านมาไปร้องขอความช่วยเหลือจากกรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงานมาแล้ว แต่หน่วยงานปฏิเสธ อ้างว่าตนไม่ใช่แรงงานแต่เป็นบริษัทรับเหมา เช่นเดียวกับ สน.บางซื่อ เคยไปแจ้งความดำเนินคดีมาแล้วเช่นกัน ตำรวจปฏิเสธเช่นเดิม ที่เดินทางมาวันนี้หวังว่าจะได้พบผู้ว่าฯ กทม. ก่อนหน้านี้เคยเดินทางมาแล้ว 2-3 ครั้งพร้อมประสานเข้าพบ แต่กลับไม่เคยได้พบเลยทั้งที่ก่อนหน้านี้รับปาก วันนี้เวลา 11.00 น.ผู้บริหารบริษัทผู้ว่าจ้างจะเดินทางมาเจรจากับบริษัทผู้รับเหมาอีกกว่า 10 ราย ยังไม่ทราบว่าผลการเจรจาวันนี้จะได้เงินเลยหรือไม่เห็นพิรุธจากผนังไม่แข็งแรงถามถึงสภาพอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ในช่วงที่เข้าไปทำงาน นายธิติพงศ์ กล่าวว่า เห็นเจ้าหน้าที่ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และบริษัทจากจีนเข้ามาตรวจงานหลายครั้ง แต่รู้สึกผิดสังเกตที่ผนังตึกมีความเปราะบาง เมื่อตั้งแคมป์ทำงานแผ่นปูนก็หลุด ด้านในเป็นโพรงไม่แน่นเหมือนปูนทั่วไป เหมือนปูนไม่ได้หุ้มเหล็ก เมื่อใช้ค้อนตอกก็ไม่ค่อยติด ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไรเจรจา บ.ไชน่าเรลเวย์ฯได้ผลหลังการเจรจา นายธิติพงศ์ โพธิพรหม หรือช่างเบิร์ด เปิดเผยว่า วันนี้ตนมากับบริษัทรับช่วงก่อสร้างจากบริษัทไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด อีกกว่า 10 บริษัท รวมความเสียหายประมาณ 10 ล้านบาท เจรจากับเจ้าหน้าที่บริษัทไชน่าเรลเวย์ฯแล้วได้ความว่า บริษัทที่ว่าจ้างพวกตนอีกทอดคือ บริษัทก้าวพีเค จำกัด จะต้องรับผิดชอบยอดเงินทั้งหมด เพราะทางบริษัทไชน่าเรลเวย์ฯหักเงินค่าประกันความเสียหายจากบริษัทก้าวพีเคฯไว้ทุกงวด งวดละ 10 เปอร์เซ็นต์ ส่วนของตนค้างอยู่จำนวน 3.7 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ยังบอกว่าให้ไปรวบรวมรายชื่อแรงงานทั้งในระบบและนอกระบบแล้วมาคุยกันอีกครั้งวันที่ 9 เม.ย. ซึ่งเงินที่หักประกันความเสียหายไว้เพียงพอจ่ายให้บริษัทที่รับช่วงงานอย่างพวกตนอย่างแน่นอนอุปทูตจีนมอบอุปกรณ์กู้ภัยเวลา 12.20 น. นายอู๋ จื้อจู่ อุปทูตรักษาราชการแทนเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ร่วมกับสมาคมการค้าและอุตสาหกรรมไทย-จีน และองค์กร Peaceland foundation เดินทางมามอบสิ่งของจำพวกอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย อาทิ ถุงซิปบรรจุศพ สนับเข่าสนับมือเพื่อกู้ภัย หน้ากากอนามัย เต็นท์ และน้ำดื่ม เพื่อใช้ในภารกิจเหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม มีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเป็นผู้รับมอบ หลังจากนั้นนายอู๋ จื้อจู่ เข้าไปในโซนด้านอาคารที่ถล่มใช้เวลาประมาณ 5 นาที และเดินไปให้กำลังใจเจ้าหน้าที่เต็นท์ต่างๆก่อนเดินทางกลับก.แรงงานตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาที่กระทรวงแรงงาน นายภูมิพัฒน์ เหมือนจันทร์ โฆษกกระทรวงแรงงานเผยว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ห่วงใยพี่น้องผู้ใช้แรงงานรวมทั้งญาติผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้สูญหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค. โดยเฉพาะกรณีตึก สตง.ถล่มทำให้มีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมาก จัดตั้งศูนย์ประสานงานและช่วยเหลือแรงงานผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวกระทรวงแรงงาน (ศปช.รง.) ทั้งที่กระทรวงแรงงานและบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า JJ Mall มีผู้แทนจากหน่วยงานกระทรวงแรงงาน ทั้งสำนักงานปลัดกระทรวง กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรมการจัดหางาน สำนักงานประกันสังคม และสำนักงานส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงาน (สสปท.) ร่วมให้บริการปรึกษาแนะนำ รับเรื่องร้องทุกข์ด้านแรงงานระหว่างเวลา 08.30- 16.30 น. ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.68เยียวยาแรงงานเจ็บ–ตายแล้ว“ช่วง 6 วันที่ผ่านมามีประชาชนและญาติผู้ได้รับผลกระทบด้านแรงงานจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวมาติดต่อรับบริการแล้วประมาณ 50 คน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องสิทธิประโยชน์ประกันสังคม จะดูแลทั้งเงินชดเชยจากกองทุนเงินทดแทนและกองทุนประกันสังคม ครอบคลุมทั้งกรณีที่เกิดจากการทำงานและไม่เกี่ยวเนื่องจากการทำงาน ข้อมูลล่าสุดวันที่ 5 เม.ย. ยอดเงินชดเชยที่สำนักงานประกันสังคมเตรียมจ่ายให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิตกรณีตึก สตง. 15 ราย เป็นเงิน 14,094,396 บาท และทายาทผู้เสียชีวิตในพื้นที่อื่นอีก 7 ราย รวมเป็นเงิน 18,782,234 บาท นอกจากนี้ยังมีเรื่องการจ่ายเงินค่าจ้างกรณีสถานประกอบการหยุดกิจการ หรือค่าชดเชยเมื่อนายจ้างไม่มีงานให้ลูกจ้างทำ ตลอดจนหลักเกณฑ์การจ้างลูกจ้างแรงงานต่างด้าวให้ถูกต้องตามกฎหมายที่สำคัญคือ การจัดหางานตำแหน่งงานสำหรับผู้ที่ว่างงาน ดังนั้นกรณีมีข่าวว่ามีแรงงานต่างด้าวถูกลอยแพจากนายจ้าง ขอให้ไปติดต่อที่ศูนย์ประสานงานฯได้ตลอด หรือหากไม่สะดวกเดินทางสามารถติดต่อได้ที่สายด่วน 1506 กด 9 ตลอด 24 ชม.” โฆษกกระทรวงแรงงานกล่าวนิติเวชสรุปพบเพิ่ม 1 เป็น 16 ศพเวลา 16.00 น. ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์สำนักงานเขตจตุจักร นางทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ น.ส.ภัทร์กร สินสุข ผู้อำนวยการการสำนักงานเขตจตุจักร แถลงความคืบหน้าปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายจากเหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ถล่มว่า ตามที่ก่อนหน้านี้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์สำนักงานเขตจตุจักร นำส่งชิ้นส่วนมนุษย์เวลา 01.00 น. และ 06.00 น. วันนี้ เมื่อเวลา 12.20 น. สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจแจ้งกลับมาว่า ชิ้นส่วนผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ชุด มีเพียงชุดที่พบเมื่อเวลา 06.00 น. ที่สามารถนับเป็นผู้เสียชีวิต 1 รายเท่านั้น เนื่องจากเก็บรวบรวมชิ้นส่วนอวัยวะได้สมบูรณ์ ทำให้ยอดความคืบหน้าภารกิจกู้ภัยคนงานผู้สูญหายจากซากอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหลังใหม่พังถล่ม ณ เวลา 16.00 น. วันที่ 6 เม.ย.คือ มีจำนวนผู้ประสบเหตุ 103 ราย แยกเป็นผู้เสียชีวิต 16 ราย แบ่งเป็นผู้ชาย 8 ราย ผู้หญิง 7 ราย และไม่ทราบเพศ 1 ราย ผู้บาดเจ็บ 9 ราย และยังสูญหาย 78 รายไม่นับชิ้นส่วนรอยืนยัน“หลังจากทีมค้นหาพบชิ้นส่วนร่างกายของผู้ติดค้างหลายชิ้นตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้เกิดความสับสนในการนับจำนวนผู้เสียชีวิต เป็นผลให้หลังจากนี้การนับจำนวนผู้เสียชีวิต ทางกรุงเทพ มหานครจะนับจำนวนตามที่ได้รับข้อมูลยืนยันจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจแล้วเท่านั้น” นางทวิดากล่าวพบร่างชายเพิ่มบริเวณโซนบีเวลา 18.00 น. ทีมกู้ภัยประสบความสำเร็จในการค้นหาร่างผู้เสียชีวิตบริเวณอาคาร สตง.ถล่มโซนบี เป็นเพศชายสภาพเน่าเปื่อย ต้องใช้เครนยกร่างลำเลียงลงมาด้านล่าง แล้วมอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูรีบนำส่งสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ยืนยันกลับมาที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์สำนักงานเขตจตุจักรอีกครั้ง เพื่อปรับยอดผู้เสียชีวิตต่อไป“นายกฯอิ๊งค์” ให้กำลังใจทีมกู้ภัยต่อมาเวลา 19.00 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินทางมายังหน้าไซต์งานอาคาร สตง.ถล่ม เข้าไปดูบอร์ดยอดผู้สูญหาย บาดเจ็บ และเสียชีวิต จากนั้นเรียกหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องมาพูดคุย สอบถามถึงปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมรับปากช่วยเหลือในสิ่งที่ช่วยได้ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงเดินทางกลับ โดยไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแต่อย่างใดรื้อซากแล้วกว่า 3,500 ตันด้านนายสุริยชัย รวิวรรณ ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า จะปรับแผนการทำงานโดยให้ทีมรื้อถอนซากอาคารเป็นทีมหลัก ส่วนทีมค้นหาจะเป็นทีมเสริม มีกู้ภัยนานาชาติมาช่วยสนับสนุนพร้อมเทคโนโลยีช่วยค้นหาผู้ติดค้าง ด้วยการเตรียมเคลื่อนย้ายซากเครนที่ถล่มในวันเกิดเหตุที่อยู่ในโซนบีออกจากพื้นที่ จากนั้นจะให้ทีมค้นหาพร้อมสุนัข K9 เข้าไปค้นหาผู้ติดค้างก่อนนำเครื่องจักรขนาดใหญ่เข้าไปรื้อถอนซากอาคาร ขั้นตอนนี้ดำเนินการควบคู่ไปกับการรื้อถอนในโซนซี แต่อุปสรรคในการทำงานขณะนี้คือ การเข้าไปปฏิบัติงานจากด้านล่างอาจเกิดอันตราย จึงวางแผนให้ตัดเปิดพื้นที่จากด้านบน นำเครื่องมือหนักเข้าดำเนินการ ส่วนการรื้อถอนซากอาคารขณะนี้รื้อถอนออกจากพื้นที่กว่า 3,500 ตัน“อนุทิน” รับสนิทผู้ว่าการ สตง.ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีเพจ CSI LA โพสต์ภาพความสนิทสนมกับนายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตั้งข้อสังเกตเชื่อมโยงการสอบสวนอาคาร สตง.แห่งใหม่ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวว่า สนิทสนมกับนายมณเฑียรจริง เป็นเพื่อนรักกัน สนิทกันมา 10 กว่าปีแล้ว เรียนหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.)ด้วยกัน ตนเป็นประธานรุ่น นายมณเฑียรเป็นเลขารุ่น เป็นเรื่องปกติ แต่ข้อมูลที่บอกว่าช่วยเหลือกันเป็นเรื่องตึก สตง.ถล่ม เป็นข้อมูลเท็จนั่งเทียนเขียนข่าวช่วยแก้ต่างเพิ่งเข้ารับตำแหน่ง“ความเป็นเพื่อนกัน ไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ข้อเท็จจริงคือไม่ว่าจะพูดอย่างไร อาคารหลังนี้นายมณเฑียรไม่ได้เป็นคนลงนามสัญญา เพิ่งเข้ามาเป็นผู้ว่าการ สตง.ไม่ถึงครึ่งปีอาคารจะเสร็จอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวข้องกัน พยายามขอให้ข้อมูลบนพื้นฐานความเป็นจริง แล้วรูปที่ไปลงแต่ละรูปกี่ปีแล้ว ตั้งแต่ตายังไม่มีรอยตีนกาเลย หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้แล้วมีความผิดไม่มีใครช่วยเหลือใครได้ การสอบสวนทุกอย่างตรงไปตรงมา นี่คือเหตุผลที่คณะกรรมการสอบสวนมีแต่ตัวแทนจากสภาวิศวกร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยหลากหลายแห่ง ตรงนี้ไม่มีทางชี้นำหรือบิดเบือนข้อเท็จจริง คิดไปช่วยเหลือคนผิดมันทำไม่ได้อยู่แล้ว” นายอนุทินกล่าวเรื่องใหญ่ต้องหาความจริงนายอนุทิน กล่าวด้วยว่า หลังเกิดเหตุอาคารสตง.ถล่ม ได้พูดคุยกับนายมณเฑียรเมื่อวาน (5 เม.ย.) ในไลน์กลุ่มพวกเราทุกคนเห็นว่า มันไม่ใช่ข้อเท็จจริง เป็นไปไม่ได้ที่จะช่วยเหลือใครให้ผิดเป็นถูก ในเหตุการณ์นี้มีแต่ความเศร้าโศกเสียใจ นอกจากไม่ช่วยเหลือแล้วยังเป็นคนย้ำกับทุกฝ่ายว่าต้องหาเหตุให้ได้ เพราะอาคารในกรุงเทพฯ มีเป็นหมื่นแสนอาคารไม่ถล่ม แต่มีอาคารเดียวที่ถล่ม ดังนั้น ต้องมีความผิดพลาดอย่างแน่นอน ไม่ปัจจัยใดก็ปัจจัยหนึ่ง เท่าที่คุยกับนายมณเฑียรเจ้าตัวเครียดเพราะเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งไม่นานก็เกิดเหตุการณ์ ส่วนกระทรวงมหาดไทย โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองมีหน้าที่สอบว่า ทำไมตึกถึงถล่ม มีข้อผิดพลาดการก่อสร้างอย่างไร ไม่ได้มีหน้าที่สอบที่มาที่ไปของตึกว่ามีทุจริตหรือฮั้วกันหรือไม่ เป็นหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบเรื่องสัญญา“นภินทร” เร่งสอบนอมินีไทยด้านนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจสอบรายชื่อผู้ถือหุ้นบริษัทไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ที่มีชื่อคนไทยถือหุ้น 51 เปอร์เซ็นต์ว่า เราตรวจสอบคนไทยแล้ว จากลักษณะมีเหตุผลว่าจะเป็นนอมินี ในทางกฎหมายไทยต้องมีหลักฐานการพิสูจน์ได้ว่าเป็นนอมินีจริงต้องมีเอกสาร เช่น หลักฐานการเสียภาษี บัญชีเงินฝากว่ามีเงินลงทุนหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องพบตัว จะหลบยังไงก็ตามแต่ถ้าหลักฐานมา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ต้องสอบสวน คดีนี้ ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษแล้ว เชื่อว่าจะมีการตั้งข้อหาเร็วๆนี้ตรวจ 37 บริษัทที่เชื่อมโยงด้วยถามว่า การตรวจสอบผู้ถือหุ้นในปัจจุบันเข้าข่ายผิดอะไรบ้าง เพราะผู้ถือหุ้นรายใหญ่คือคนจีน นายนภินทรกล่าวว่า การจดทะเบียนผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 49 เปอร์เซ็นต์เป็นคนจีน 51 เปอร์เซ็นต์เป็นคนไทย ถือหุ้นจริงหรือไม่นี่คือประเด็น ข้อมูลมีผลที่เชื่อว่าเป็นนอมินีจริงๆ เราส่งให้ดีเอสไอ โดยเอกสารการเงินของผู้ถือหุ้นคนไทยเจ้าหน้าที่คงเรียกมาตรวจสอบ หากพิสูจน์ได้ว่าไม่มีเงินลงทุนจริงสามารถตั้งข้อหาได้ เป็นหลักฐานที่เชื่อถือได้โดยปราศจากข้อสงสัย ตอนนี้หน้าที่สอบเป็นของดีเอสไอ กรมพัฒนาการค้าจะส่งข้อมูลให้ทั้งหมด 8 หน่วยงาน และส่งให้ดีเอสไอสรุป เราจะไม่ทำงานก้าวล่วงกัน ส่วนอีก 37 บริษัทที่เชื่อมโยงนั้นจะตรวจเช่นกัน กรมจะตรวจทั้งหมดและจะส่งข้อมูลให้ดีเอสไอและ 13 บริษัทที่เกี่ยวกับบริษัทไชน่า เรลเวย์ฯก็ส่งข้อมูลให้กับดีเอสไอเช่นกัน ในภาพรวมการยื่นกองทุนต่างๆใช้บริษัทร่วมค้า ต้องตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องอย่างไร ใครถือหุ้นบ้างคนกรุงหวั่นความมั่นคงอาคารสามสำนักสำรวจความคิดเห็น (โพล) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ไทยได้รับผลกระทบ “นิด้าโพล” เปิดเผยผลการสำรวจประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ในพื้นที่กรุงเทพมหานครจำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เรื่อง “Post-Aftershock” ระหว่างวันที่ 1-3 เม.ย.2568 ใน 2 หัวข้อ ได้แก่ 1.เรื่องที่คนกรุงเทพฯ กังวลใจภายหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวพบว่า ร้อยละ 68.09 ระบุว่า อาคารต่างๆจะมีความมั่นคง ปลอดภัยแค่ไหน ตามด้วยร้อยละ 59.47 ระบุว่า หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นอีกระบบเตือนภัยจะมีประสิทธิภาพหรือไม่ ร้อยละ 43.97 ระบุว่า แผ่นดินจะไหวอย่างรุนแรงอีกเมื่อไร 2.ความมั่นใจต่อความปลอดภัยของอาคารในกรุงเทพฯ หลังการเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ระบุ ค่อนข้างมั่นใจ ทั้งอาคารสถานศึกษาของเอกชน ร้อยละ 53.12 อาคารสำนักงานของเอกชน ร้อยละ 49.62 อาคารห้างสรรพสินค้า ร้อยละ 47.25 โรงแรม ร้อยละ 42.75 อาคารสถานที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนา ร้อยละ 40.61 ส่วนที่ตอบไม่ค่อยมั่นใจ ได้แก่ อาคารที่ทำการของหน่วยงานภาครัฐ ร้อยละ 48.93 อาคารที่พักอาศัยของหน่วยงานภาครัฐ ร้อยละ 48.70 อาคารสถานบันเทิง ร้อยละ 44.12 ตึกแถวอาคารพาณิชย์ ร้อยละ 42.13 อาคารสถานศึกษาของรัฐ ร้อยละ 40.38 อาคารที่พักอาศัยของภาคเอกชน (เช่น คอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์) ร้อยละ 41.68ส่วนใหญ่รู้ข่าวจากสื่อโซเชียลขณะที่สวนดุสิตโพล สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1,239 คน ต่อกรณี “คนไทยกับเหตุการณ์แผ่นดินไหว” ระหว่างวันที่ 1-4 เม.ย.2568 พบว่า ติดตามข่าวเหตุการณ์แผ่นดินไหวจากสื่อโซเชียลมีเดีย (เฟซบุ๊ก เอกซ์ ติ๊กต่อก ยูทูบ ไลน์) มากที่สุดร้อยละ 89.11 และมีความกังวลต่อภัยพิบัตินี้ร้อยละ 84.91 จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ทำให้ประชาชนค่อนข้างกังวลต่อความปลอดภัยและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตร้อยละ 48.83 ส่งผลให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยการติดตามข่าวสารต่างๆมากขึ้นร้อยละ 79.43 ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างต้องการให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีระบบติดตาม แจ้งเตือนภัยพิบัติที่รวดเร็วแม่นยำร้อยละ 72.18 รองลงมาคือ ยกระดับเรื่องภัยพิบัติเป็นวาระแห่งชาติร้อยละ 45.10สะเทือนใจจากเหตุตึกถล่มส่วนซูเปอร์โพลเสนอผลสำรวจเรื่องถอดบทเรียนตึกถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวในใจประชาชน จากประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศจำนวน 1,125 คน ระหว่างวันที่ 3-5 เม.ย.2568 พบว่า ร้อยละ 86.9 มีความรู้สึกสะเทือนใจอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ตึกถล่มจากแผ่นดินไหว ร้อยละ 84.6 ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแจกเงินเยียวยาโดยไม่ล่าช้า ร้อยละ 82.3 ต้องการให้หน่วยงานรัฐออกมาขอโทษและแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชน โดยไม่หลีกเลี่ยงความจริง ร้อยละ 80.3 เรียกร้องให้มีแพทย์สนามประจำดูแลเจ้าหน้าที่กู้ภัย ร้อยละ 78.5 เรียกร้องให้รัฐเร่งตรวจสอบมาตรฐานอาคารและการจัดซื้อจัดจ้างอย่างครอบคลุมทั่วประเทศ และร้อยละ 75.4 ต้องการให้รัฐบาลพัฒนาระบบการแจ้งเตือนล่วงหน้าอย่างทันสถานการณ์อยากให้เผยข้อมูลการสร้างตึกสำหรับเสียงสะท้อนจากประชาชนต่อแนวทางปฏิบัติของรัฐ ร้อยละ 91.8 เรียกร้องให้เปิดเผยรายละเอียดงบประมาณและผู้รับเหมาก่อสร้างอาคารตึกถล่ม ร้อยละ 89.2 เห็นว่าหน่วยงานรัฐและบริษัทเอกชนควรออกมาขอโทษและแสดงความรับผิดชอบอย่างจริงใจ ร้อยละ 88.6 เสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการอิสระและเป็นกลางเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ร้อยละ 87.5 เรียกร้องให้จัดตั้งหน่วยกู้ภัยเฉพาะทางสำหรับอาคารถล่ม ร้อยละ 85.9 เห็นว่าควรจัดทำระบบเตือนภัยและแผนรับมือภัยพิบัติในอาคารสูง และร้อยละ 83.7 ต้องการให้ปรับปรุงระบบสื่อสารของหน่วยงานรัฐให้มีความถูกต้อง รวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 90.5 เห็นว่าหน่วยงานรัฐจำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นและศรัทธามากที่สุดอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่