ตำรวจ ปอศ.เปิดปฏิบัติการกวาดล้างแก๊งเงินกู้ดอกเบี้ยโหด 3 เครือข่าย จับผู้ต้องหา 5 คน รายแรกรวบหนุ่มหลักสี่ ปล่อยเงินกู้คิดดอกร้อยละ 10 ต่อเดือนและคิดดอกลอย ไม่ตัดต้นจนกว่าจะนำเงินต้นปิดชำระยอด หากชำระไม่ตรงนัดจะถูกโทร.ข่มขู่ส่งคนมาทำร้ายทั้งที่บ้านและที่ทำงาน รายที่ 2 ล็อก 2 หนุ่มแก๊งหมวกกันน็อกย่านนวมินทร์ กทม. ปล่อยกู้นอกระบบ ร้อยละ 40 ต่อ 28 วันหรือร้อยละ 520 ต่อปี พบทำกันเป็นขบวนการ ส่วนรายสุดท้ายซิว 2 ผัวเมียอยุธยา ทำร้ายลูกหนี้ถึงขั้นซี่โครงหักตำรวจ ปอศ.เดินหน้าปราบเงินกู้นอกระบบต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 23 มี.ค. พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ. สั่งการ พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก. ปอศ. พ.ต.อ.เมฆพิศาล ศรีภิรมย์ ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ต.สุทธิพงษ์ มอญรัตน์, พ.ต.ต.สุทธิพงษ์ จันทพันธ์ สว.กก.5 บก.ปอศ., ร.ต.อ.บัญชา ช่วยรอดหมด รอง สว.กก.5.บก.ปอศ. นำกำลังเปิดปฏิบัติการตรวจค้นปราบปรามแก๊งเงินกู้นอกระบบทวงหนี้โหด 3 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และพระนครศรีอยุธยา จับผู้ต้องหาได้ 5 ราย ของกลางหลายรายการเป้าหมายแรกบุกค้นห้องพักย่านหลักสี่ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. จับกุมนายชินภพ สีบัวอ่ำ อายุ 46 ปี พร้อมของกลางสมุดบัญชีธนาคาร 5 เล่ม, สัญญาเงินกู้ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของลูกหนี้ 2 ชุด, บัตรอิเล็กทรอนิกส์ 20 ใบ, หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด 4 ฉบับ, สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ 5 เล่ม หลังสืบสวนพบพฤติกรรมปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหด รวมทั้งรับจำนำรถจักรยานยนต์ เรียกดอกร้อยละ 120 ต่อปี ไม่ลดต้นไม่ลดดอก ทั้งนี้เมื่อวันที่ 6 มี.ค. มีลูกหนี้สาวผู้เสียหายเข้าแจ้งความ บก.ปอศ.ถูกนายชินภพ ปล่อยเงินกู้คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อเดือน และคิดดอกลอย คือไม่ตัดเงินต้นจนกว่าจะนำเงินต้นมาปิดชำระยอด ส่วนการส่งดอกรายเดือนเป็นการส่งดอกเบี้ยอย่างเดียว เมื่อชำระดอกเบี้ยไม่ตรงกำหนด จะโทรศัพท์มาข่มขู่และจะส่งลูกน้องมาทำร้ายร่างกายถึงที่บ้านและที่ทำงานจนทำให้ผู้เสียหายหวาดกลัว เจ้าหน้าที่ขอหมายศาลเข้าตรวจค้นจับกุม สอบสวนนายชินภพรับสารภาพ นำตัวดำเนินคดีข้อหาประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดส่วนจุดที่ 2 บุกตรวจค้นบ้านพักย่านนวมินทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. จับกุมนายพิเชษฐ์ แทนนิกร อายุ 25 ปี และนายธีรภัทร คันธะวงศ์ อายุ 19 ปี 2 ผู้ต้องหาแก๊งหมวกกันน็อกดอกเบี้ยโหด ตรวจยึดนามบัตรโฆษณาเงินกู้กว่า 10,000 ใบ, สมุดบัญชีธนาคาร 2 เล่ม, สัญญาเงินกู้พร้อมสำเนาบัตรประชาชนลูกหนี้หลายรายการ, โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง, อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง และเอกสารอื่นๆจำนวนมาก หลังมีผู้เสียหายแจ้งว่าถูกกลุ่มปล่อยเงินกู้นอกระบบ ร้อยละ 40 ต่อ 28 วัน คิดเป็นอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 520 ต่อปี หากลูกหนี้ชำระหนี้ไม่ตรงกำหนด จะถูกทวงหนี้ด้วยการข่มขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายจากการสืบสวนทราบว่าแก๊งหมวกกันน็อกดอกเบี้ยโหดรายนี้แบ่งหน้าที่ทำเป็นระบบ คือ 1.หาลูกค้าด้วยการโปรยนามบัตรเงินกู้ตามหน้าบ้านและสถานที่สาธารณะในเวลากลางคืน 2.คัดกรองลูกหนี้ 3.ฝ่ายอนุมัติและทำสัญญา 4.ฝ่ายทวงหนี้ใช้ชายฉกรรจ์ 2-3 คน ขี่รถจักรยานยนต์ไปทวงหนี้ยืนกดดันและข่มขู่ให้ชำระดอกเบี้ยเงินกู้ เบื้องต้นทั้งคู่รับสารภาพ นำตัวส่ง กก.5 บก.ปอศ. ดำเนินคดีและขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องต่อไปขณะที่จุดที่ 3 เข้าตรวจค้นบ้านพักใน ต.ศาลาลอย อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา จับกุมนายทุนเงินกู้อัดลูกหนี้ซี่โครงหัก 2 คน คือนายฉัตรมงคล น้อยจ้อย อายุ 41 ปี และนางน้ำฝน น้อยจ้อย อายุ 43 ปี 2 ผัวเมีย ข้อหาร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด, ร่วมกันกระทำการทวงถามหนี้ในลักษณะข่มขู่ การใช้ความรุนแรง หรือกระทำอื่นใดที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น ยึดของกลางสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร 7 เล่ม, สัญญาเงินกู้ สำเนาบัตรประชาชนของลูกหนี้ 900 ฉบับ, บัตรอิเล็กทรอนิกส์ 20 ใบ, นามบัตรโฆษณา เงินกู้กว่า 10,000 ใบ, สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ 5 เล่ม, คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด 4 ฉบับการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องเมื่อเดือน ก.พ.67 มีผู้เสียหายแจ้งความ กก.5 บก.ปอศ.ว่า นายฉัตรมงคล และนางน้ำฝน ปล่อยเงินกู้นอกระบบ ร้อยละ 20 ต่อเดือน คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 240 ต่อปีเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด เมื่อผิดนัดชำระดอกเบี้ยจะถูกส่งข้อความทวงหนี้ทางไลน์ รวมทั้งทวงหนี้ในที่สาธารณะตะโกนด่า ก่อนรุมทำร้ายร่างกายจนผู้เสียหายล้มกระแทกขอบโต๊ะบาดเจ็บซี่โครงหัก เจ้าหน้าที่ขอศาลออกหมายจับ กระทั่งตามจับกุมไว้ได้ สอบสวนทั้งคู่รับสารภาพ นำตัวพร้อมของกลางส่ง กก.5 บก.ปอศ.ดำเนินคดีอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่