ตัวละครร่วมฆ่าหั่นศพแรงงานชาวเมียนมาโผล่ เป็นชายชาวอินเดียเช่นเดียวกัน พยานยันร่วมกับ “ซันดาราเวล ปกาดีส คูมา” เจ้าของบริษัทจัดหางาน ขับรถออกไปซื้อตู้แช่ศพเข้ามายังที่เกิดเหตุ ตำรวจระบุตัวได้แล้ว แต่หลบหนีกลับอินเดียไปแล้วเช่นกัน ผกก.สน.ท่าข้าม มั่นใจพยานหลักฐาน ออกหมายจับทั้ง 2 คน ได้เร็วๆนี้ แต่ประเด็นการสังหาร ยังไม่แน่ชัด ด้าน “บิ๊กต่อ” ผบ.ตร. มั่นใจได้ตัวผู้ต้องสงสัย ชาวอินเดียทั้ง 2 คน กลับมาดำเนินคดีได้แน่ เพราะทั้ง 2 ประเทศ มีความสัมพันธ์อันดี และมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อกันกรณีพบศพนายอา เซ ไค อายุ 35 ปี แรงงานชาวเมียนมา ถูกฆ่าอย่างสยดสยอง ชำแหละร่างออกเป็น 6 ส่วน ซุกซ่อนศพไว้ในตู้แช่ภายในอาคารพาณิชย์เลขที่ 522 ซอยสะแกงาม 35/3 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. ในที่เกิดเหตุพบอุปกรณ์การหั่นศพ ทั้งเลื่อยไฟฟ้าและมีดอีโต้ จากพยานหลักฐานเบื้องต้นพบผู้ต้องสงสัยคือนายซันดาราเวล ปกาดีส คูมา (SUNDARAVEL PRAGADEESH KUMAR) อายุ 23 ปี เจ้าของบริษัทจัดหางานชาวอินเดียที่ ผู้ตายพร้อมเพื่อนรวม 6 คนที่เป็นแรงงานผิดกฎหมายว่าจ้างด้วยเงิน 22,000 บาทให้ช่วยหางานให้ ต่อมาตรวจสอบพบว่าผู้ต้องสงสัยเดินทางหนีออกนอกประเทศไปแล้ว มุ่งหน้าเมืองเจนไน ประเทศอินเดีย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นความคืบหน้าจาก สน.ท่าข้าม เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 22 ม.ค. พ.ต.ท.จักรี ดิษใจ สว. (สอบสวน) สน.ท่าข้าม พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีเผยว่า วันนี้นัดพยานแวดล้อมเป็นพนักงานในบริษัทจัดหางานของนายซันดาราเวล ผู้ต้องหา มาสอบหาข้อมูลข้อเท็จจริงถึงการนำแรงงานต่างชาติชาวเมียนมาเข้ามาทำงานในเมืองไทย รวมทั้งนำพยานที่เห็นเหตุการณ์ตอนนายซันดาราเวลกับเพื่อนอีกคนขับรถเข้ามาช่วงเวลา 15.00 น. วันที่ 19 ม.ค. มาให้ปากคำ นอกจากนี้ ประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ติดต่อสถานทูตเมียนมานำศพนายอา เซ ไค ผู้เสียชีวิตกลับไปยังประเทศเมียนมา ทั้งนี้ นายอา เซ ไค ยัง ไม่ได้จดทะเบียนแรงงานต่างด้าวตามกฎหมายส่วน พ.ต.อ.เลิศศักดิ์ เขียนทรัพย์ ผกก.สน.ท่าข้าม เผยว่า ตอนนี้ยังไม่แน่ใจเรื่องแรงจูงใจการก่อเหตุ ไม่ทราบว่ามีปากเสียงกันมาก่อนหน้าหรือไม่ แต่ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องชู้สาว เบื้องต้นทราบว่า ตัวนายซันดาราเวล นายหน้าชาวอินเดียขออนุญาตเข้ามาแบบถูกต้อง อยู่ในไทยหลายปีแล้ว เบื้องต้นจดทะเบียนในรูปแบบบริษัทกับกรมธุรกิจการค้า เป็นเรื่องของการค้า แต่ประเด็นอื่นต้องรอสืบสวนว่า ทำธุรกิจอะไรบ้าง ส่วนตัวแรงงานอาจเข้ามาแบบผิดกฎหมาย เบื้องต้นตอนนี้มีผู้ต้องสงสัยเป็นชาวอินเดียทั้งหมด 2 คน ขณะนี้หนีออกนอกประเทศไปแล้ว ส่วนพยานจากการสอบปากคำให้การเป็นประโยชน์ น่าจะเพียงพอออกหมายจับได้ ขอดูรายละเอียดพยานหลักฐานต่างๆให้ครบถ้วนก่อน หากพร้อมจะออกหมายจับต่อไปผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายซันดาราเวล ผู้ก่อเหตุชาวอินเดีย จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ซิก้า โกรเซรี่ส์ จำกัด เมื่อวันที่ 5 ก.ย.66 ดำเนินธุรกิจจัดหาแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย แต่แอบลักลอบนำแรงงานผิดกฎหมายเข้ามาทำงานในเมืองไทยด้วยด้าน น.ส.วลัยลักษณ์ นาคดี อายุ 44 ปี พยานที่เห็นเหตุการณ์ ระบุว่า พบเห็นนายซันดาราเวลนำ แรงงานพม่าเข้ามาเช่าบ้านหลังดังกล่าว ต่อมาวันที่ 19 ม.ค. เวลาประมาณ 15.00 น. ขับรถยนต์เอ็มจี สีแดง ทะเบียน 1 ขช 5422 กรุงเทพมหานคร พยายามถอยรถเข้าไปในอาคารพาณิชย์ แต่ปรากฏว่าข้างรถฝั่งซ้ายไปเบียดประตูเป็นแผลยาวเสียงดังจึงลงไปดู นายซันดาราเวลมีท่าทีโมโห จากนั้นเวลาประมาณ 18.00 น. เพิ่งเห็นว่ามีชายชาวอินเดียอีกคนอยู่ด้วยแล้ว 2 คนขับรถออกไป หลังจากนั้นเวลา 19.00 น. ทั้ง 2 คนขับรถนำรถกระบะบรรทุกตู้แช่กลับเข้ามาที่ตึกแถว จนกระทั่งเวลา 21.00 น. ทั้ง 2 คนขับรถออกไป ตนสังเกตว่าชายชาวอินเดียที่ไม่รู้จักก้มลงไปดูประตูบานเลื่อนหน้าตึกแถว เหมือนดูว่าจะมีใครมองเห็นข้างในหรือไม่ ก่อนดึงประตูบานเลื่อนปิดลงมาแล้วล็อกกุญแจ ยังได้ยินเสียงแอร์ทำงานอยู่ที่ชั้นบน เข้าใจว่ายังมีคนอยู่ข้างในต่อมาเวลา 11.00 น. ชุดสืบสวน สน.ท่าข้าม เชิญล่ามชาวพม่าญาติของกลุ่มแรงงานชาวเมียนมามาให้ปากคำ ล่ามระบุว่ากลุ่มผู้ตายเป็นชาวเมียนมาขอมาทำงานที่ประเทศไทยเนื่องจากสถานการณ์การเมืองไม่สงบ ติดต่อมาพร้อมกับเพื่อนอีก 5 คน (รวมผู้ตายเป็น 6 คน) กลุ่มผู้ตายเดินทางมาถึงชายแดนวันที่ 11 ม.ค. จากนั้นมีนายหน้าเป็นชาวอินเดียเดินทางเข้าไปรับวันที่ 12 ม.ค. ก่อนเดินทางมาถึงที่พักในซอยสะแกงาม 35/3 วันที่ 14 ม.ค. นายหน้าชาวอินเดียรายนี้คิดค่าหัวหางานให้กลุ่มผู้ตายตกหัวละ 7,000 บาท ไม่รู้ว่าจะไปทำงานอะไร กลุ่มผู้ตายรวมทั้งหมด 6 คนถูกขังอยู่ภายในที่พักจุดพบศพ หลังจากนั้นนายหน้าชาวอินเดียเรียกกลุ่มผู้ตายขึ้นไปพูดคุยด้วย เริ่มถามว่าใครอายุมากสุดให้เดินตามขึ้นไปชั้น 3 ผู้ตายเป็นคนมีอายุมากที่สุดเดินตามขึ้นไปพูดคุยด้วยเพียงลำพัง ไม่ทราบว่าพูดคุยอะไรกัน ก่อนกลายเป็นศพผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ต้องสงสัยร่วมมือกับนายซันดาราเวล ปกาดีส คูมา สังหารโหดแรงงานชาวพม่า ชุดสืบสวนตรวจสอบแล้วพบว่าคือ นายกุนาลาน เทวาสีกามณี (GUNALAN DEIVASIGAMANI) ชาวอินเดีย หลังเกิดเหตุเดินทางหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วเช่นเดียวกันต่อมาเวลา 12.00 น. ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ท่าข้าม นำตัวเพื่อนผู้ตายเป็นชายชาวเมียนมา 3 คนออกจากห้องสืบสวน เพื่อส่งให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำ ระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้ง 3 คนมีสีหน้าเรียบเฉยปฏิเสธตอบคำถาม สำหรับแนวทางการสอบสวน พนักงานสอบสวนจะสอบปากคำเพื่อนผู้ตายทั้ง 3 คน ฐานะพยานที่เดินทางมาหางานทำใน เมืองไทยผ่านบริษัทจัดหางานของนายซันดาราเวล ผู้ต้องหา รวมถึงประเด็นการเสียชีวิตของนายอา เซ ไค ว่ามีส่วนรู้เห็นเหตุการณ์หรือไม่ด้าน พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. เผยว่า มีรายงานว่าผู้ต้องสงสัยนายจ้างชาวอินเดียเดินทางออกนอกประเทศตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค. ปลายทางคือเมืองเจนไน ประเทศอินเดีย ขณะนี้ใกล้ได้ตัวผู้ต้องหาแล้ว เนื่องจากประสานการปฏิบัติผ่านทางเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทยให้ช่วยติดตามตัวผู้ต้องหา เพราะไทยมีความร่วมมืออันดีผ่านทางสนธิสัญญาว่าด้วยการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศอินเดีย แต่มูลเหตุเกี่ยวข้องกับกระบวนการค้ามนุษย์หรือไม่ ต้องขอรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อน ขณะนี้ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งการค้ามนุษย์ ชู้สาว หรือทะเลาะวิวาท“ภายหลังรัฐบาลมีนโยบายฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวบางประเทศ พบว่ามีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมาก ชาวอินเดียเดินทางเข้ามามากเป็นอันดับ 1 มอบหมายให้ ผบช.ภ.2 ร่วมกับเอฟบีไอเข้มงวดการตรวจสอบกลุ่มชาวต่างชาติโดยเฉพาะพื้นที่พัทยา จ.ชลบุรี เพื่อเฝ้าระวังกลุ่มชาวต่างชาติที่อาจเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลหรืออาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ฟอกเงิน และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ขณะนี้ประเทศอินเดียประสบปัญหานี้มากเช่นกัน” ผบ.ตร.กล่าวต่อมาเวลา 16.00 น. ฝ่ายสืบสวน บก.สส.บช.น. และฝ่ายสืบสวน สน.ท่าข้าม รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีรถยนต์ต้องสงสัยมาจอดทิ้งไว้ที่ลานจอดรถเอกชนภายในซอยจุฬาฯ 5 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม. ตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค. คาดว่าเป็นรถเกี่ยวกับคดี เดินทาง ไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) พบรถยนต์เอ็มจี สีแดง ทะเบียน 1 ขช 5422 กรุงเทพมหานคร ของนายซันดาราเวล ปรากาดีสคูมา อายุ 23 ปี ชาวอินเดีย คนร้ายก่อเหตุฆ่าหั่นศพนายอา เซ ไค ชาวเมียนมา ท้องที่ สน.ท่าข้าม จอดอยู่ด้านในสุด สภาพปิดล็อกประตูทั้ง 4 ด้าน ตัดสินใจอายัดเอาไปเก็บไว้ที่ สน.ท่าข้าม ก่อนดำเนินการ ตรวจสอบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ภายในรถต่อไปอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่