รศ.นพ.วิชัย เติมรุ่งเรืองเลิศ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อดีตนายกสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์มะเร็งปากมดลูกในประเทศไทยว่า โรคมะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบได้มากในเพศหญิงตั้งแต่วัยสาวถึงวัยชรา เป็นอันดับ 5 ของโรคมะเร็งในผู้หญิงไทย โดยมะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่ป้องกันได้ถึงร้อยละ 80 หากได้รับการตรวจคัดกรองหาเชื้อเอชพีวี (HPV) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอโดยปีที่ผ่านมาพบผู้ป่วยรายใหม่ 9,158 คน เสียชีวิต 4,705 คน หรือกว่าร้อยละ 50 หรือเสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 13 คน สำหรับการป้องกันนั้นทำได้โดย 1.การฉีดวัคซีน HPV ซึ่งฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปี เป็นต้นไป ทั้งหญิงและชาย 2.การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก แบบ PAP Smear ซึ่งต้องตรวจทุกปี และแบบ HPV DNA Test ซึ่งสามารถเก็บตัวอย่างได้ด้วยตนเอง เพื่อส่งตรวจในห้องปฏิบัติการ มีความแม่นยำสูงในการหาเชื้อก่อโรคถึงร้อยละ 92 หากไม่พบเชื้อก็สามารถมาตรวจอีกทุก 5 ปี สำหรับสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงในการก่อโรคมะเร็งปากมดลูกคือ สายพันธุ์ที่ 16 และ 18 หากตรวจพบก็จะเข้าสู่กระบวนการรักษาต่อไป และ 3 การมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ไม่เปลี่ยน คู่นอนบ่อย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การคัดกรองในหญิงไทยยังมีน้อย จึงต้องเร่งรณรงค์ให้หญิงไทยรับการคัดกรอง โดยตั้งเป้าปี 2030 มีการฉีดวัคซีนให้ได้ร้อยละ 90 คัดกรองร้อยละ 70รศ.นพ.วิชัยกล่าวต่อว่า ส่วนใหญ่โรคนี้มักเกิดกับคนอายุน้อย 30-40 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกยังเล็ก โดยพบว่าเมื่อแม่เป็นโรค เด็กเล็กก็จะได้รับ ผลกระทบ บางครอบครัวก็ถูกสามีทอดทิ้ง กลายเป็นปัญหาสังคม ดังนั้น การคัดกรองหาโรคแต่เนิ่นๆ จะเป็นการป้องกันที่ดีกว่าเป็นแล้วรักษา.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่