พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะอนุกรรมการ บูรณาการบังคับใช้กฎหมายความผิดทางเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ได้ประชุมร่วมกับ พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (สตช.), พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ผู้แทน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อขยายผลเอาผิดผู้ถือครองซิมการ์ด ที่องค์กรอาชญากรรมนำไปใช้ในการกระทำผิด ซิมผีที่ไปผูกกับอินเตอร์เน็ตแบงกิ้งของบัญชีม้า และการวางแนวทางการลงทะเบียนซิมของผู้ค้ารายย่อยให้มีความรัดกุมมากขึ้นที่ประชุม ได้พิจารณาถึงมาตรการตรวจสอบและวิเคราะห์ ข้อมูลเบอร์ต้องสงสัย เพื่อเอาผิดผู้ถือครองเบอร์ที่คนร้ายใช้ ย้อนหลังไปถึงวันที่พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) มาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 17 มี.ค. โดยได้รับเบอร์ต้องสงสัย รวม 41,398 หมายเลข แบ่งเป็น เบอร์ที่มีผู้แจ้งผ่านช่องทาง Thaipoliceonline.com และหมายเลขด่วน 1441 จำนวน 11,219 หมายเลข และเป็นเบอร์ที่ผูกกับบัญชีต้องสงสัย 30,179 หมายเลข โดย กสทช.และ สตช. ได้ตรวจสอบวิเคราะห์หมายเลขดังกล่าว แล้วประสานข้อมูลการใช้จากผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทั้งในส่วนของข้อมูลผู้ถือครอง, ข้อมูลการใช้, ตำแหน่งที่อยู่ขณะใช้ และข้อมูลการชำระค่าบริการ นำส่งข้อมูลให้ตำรวจนำไปขยายผลไปถึงผู้กระทำผิด ตลอดจนให้มีพัฒนาระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลซิมแบบฉับพลัน (Real Time) ระหว่างตำรวจ, กสทช, ผู้ประกอบการ, และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถต่อกรกับอาชญากรออนไลน์ได้อย่างทันท่วงที“ในกลุ่มซิมการ์ดที่มีพฤติการณ์น่าสงสัย เช่น มีความถี่ในการโทร.เป็นจำนวนมาก จดทะเบียนภายใต้ชื่อเดียวกันและมีการร้องเรียนเข้ามา ซิมที่ใช้จดทะเบียนอินเตอร์เน็ตแบงกิ้งที่ผูกกับบัญชีม้า กสทช.จะประสานผู้ประกอบการระงับการใช้งานซิมในกลุ่มนี้ทั้งหมด และการตรวจสอบเลขหมายต้องสงสัย และมีการแจ้งความ จะเป็นการพิจารณาร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่าง กสทช. กับ สตช.”อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่