ชุดสืบสวนนครบาลตามรวบ “ผิงผิง” สาวสอง สุดแสบ สมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในปอยเปต ตีสนิทเหยื่อชายหนุ่มหน้าตาดีมาคุยถึงห้องก่อน ใส่ยา “โคลนาซีแพม” ลงในแก้วเบียร์ จนเหยื่อหมดแรงซึมแล้วทำร้าย-กวาดทรัพย์ เจ้าตัวอ้างเสพติดความรุนแรงเดินทางเข้า กทม.มาก่อเหตุเดือนละ 2-3 ครั้ง เบื้องต้นชุดจับกุมพบรถ จยย.ที่คนร้ายได้จากการก่อเหตุ 13 คันที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 12 ก.ย. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.วิชัย แดงประดับ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผกก. (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น. ร่วมกับตำรวจชุดสืบสวนนครบาลและนักเรียนอบรมหลักสูตรสืบสวน คดีอาญา รุ่นที่ 112 จับกุมนายอภิชาติ หรือผิงผิง ศรีโคตร อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60 หมู่ 11 ต.หนองน้ำใส อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.2174/2566 ลงวันที่ 10 ก.ค.66 ฐานลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืนพื้นที่ สน.สุทธิสาร และหมายจับศาลอาญาที่ จ.2963/2566 ลงวันที่ 11ก.ย.66 ฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืนพื้นที่ สน.พญาไทของกลางบัตรประจำตัวประชาชน 6 ใบ เป็นของบุคคลอื่นรับว่าเป็นของบัญชีม้า โทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง เงินสด25,000 บาท และยาโคลนาซีแพมที่ใช้มอมเหยื่อรวม 3แผงสืบเนื่องจากผู้ต้องหารายนี้เป็นสาวประเภทสองก่อเหตุหาเหยื่อผ่านทางแอปพลิเคชันหาคู่ ล่อชายหนุ่มหน้าตาดีเข้ามาพูดคุยถึงห้องพักแล้วอาศัยจังหวะเหยื่อเผลอนำยาโคลนาซีแพมที่บดละเอียดเตรียมไว้เทใส่แก้วเบียร์ให้เหยื่อดื่ม จนมีอาการง่วงซึม มึนศีรษะ สับสน จดจำสิ่งต่างๆไม่ได้ เกือบทุกราย ล้มพับไปในไม่กี่อึดใจ แต่หากเหยื่อรายใดพยายามฝืนต้านฤทธิ์ยา ผู้ต้องหารายนี้จะลงมือทำร้ายร่างกายกระโดดถีบ ต่อยหน้า ตบหน้า โดยที่เหยื่อไร้เรี่ยวแรงต่อสู้จนกว่าเหยื่อสลบไสล ภาพการล้มพับของเหล่า เหยื่อที่เป็นชายหนุ่มจะสร้างความสุข ความสะใจ ทำให้ผู้ต้องหารู้สึกว่าตัวเองมีพลังวิเศษ ก่อนลงมือกวาดทรัพย์สินจนเกลี้ยง รายใดโชคร้ายขับรถมาจะถูกขโมยไปด้วยครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 7 ก.ย. นายอภิชาติ หรือผิงผิง ลงมือก่อเหตุกับผู้เสียหายรายหนึ่งที่โรงแรมในซอยศรีอยุธยา 12 แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กทม. ขโมยทรัพย์สินเงินสด โทรศัพท์ และรถ จยย.บิ๊กไบค์ของเหยื่อไป มูลค่าความเสียหายประมาณ 200,000 บาท ผู้เสียหายแจ้งความไว้ที่ สน.พญาไท ต่อมา ชุดจับกุมพบเบาะแสนายอภิชาติ อยู่ระหว่างหลบหนีออกไปประเทศเพื่อนบ้านผ่านทาง อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พล.ต.ต.ธีรเดชส่งชุดสืบสวนนครบาลและนักเรียนอบรมหลักสูตรสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 112 ออกติดตามจับกุมตัวได้ ขณะเตรียมหลบหนีออกไปประเทศเพื่อนบ้านสอบสวนนายอภิชาติรับสารภาพว่า เป็นสมาชิก แก๊งคอลเซ็นเตอร์อยู่ในปอยเปต ประเทศกัมพูชา ตำแหน่งมือขวาของบอสใหญ่ชาวไต้หวัน ชื่อ นายเสี่ยว เฟ่ย เชียน เจ้าของคอลเซ็นเตอร์ 3 ตึกในปอยเปต ทำหน้าที่เป็นฝ่ายบุคคลและจัดหาบัญชีม้าให้กับบอส ชาวจีน มีครั้งหนึ่งเคยลองมอมยาใส่กลุ่มชายหนุ่ม ในสถานที่ท่องเที่ยวแล้วเห็นเหยื่อล้มฟุบพร้อมกัน 4 คน ทำให้รู้สึกว่าตัวเองมีพลังวิเศษ รู้สึกเสพติดความสุขนี้และจะหาเวลาว่างเข้า กทม.มาก่อเหตุลักษณะนี้เดือนละ 2-3 ครั้ง รถที่ขโมยมาจะนำไป ขายให้กับขบวนการส่งรถออกนอกประเทศ ส่วนบัตร ประชาชนที่ถูกตรวจค้นพบหลายใบนั้นได้มาจาก เหยื่อและพวกเปิดบัญชีม้านำมาใช้ในการทำธุรกรรมต่างๆแทนเพื่อปกปิดการกระทำผิดเบื้องต้น พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของ ผู้ต้องหารายนี้ จากการขยายผลพบพยานหลักฐานรถ จยย.ต้องสงสัยได้จากการก่อเหตุกว่า 13 คัน พบข้อมูล เหยื่อและผู้ที่จะตกเป็นเหยื่ออีกไม่ต่ำกว่า 10 คน คุมตัว ผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ดำเนินคดี