ตำรวจไซเบอร์ตามล็อกตัว 2 ผัวเมียรับจ้างเปิดบัญชีม้าให้ ก๊วนคอลเซ็นเตอร์ตุ๋นหมอเมืองชุมพรกับนักธุรกิจโซลาร์เซลล์สูญเงินรวม 143 ล้านบาท ใช้อุบายเดิมอ้างมีพัสดุตกค้างพัวพันยาเสพติด ส่งให้คุยกับตำรวจเก๊ระดับผู้กำกับ เหยื่อหลงเชื่อโอนให้เกลี้ยงบัญชี แฉขั้นตอนฟอกเงินไปสมัครไบแนนซ์ แลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซี หัวหน้าขบวนการเป็นชายชาวต่างชาติ ขณะที่ ผู้รับจ้างเปิดบัญชีม้าโขกค่าตัว 3-4 หมื่นบาทต่อบัญชีที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 18 เม.ย. พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คําชํานาญ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 ร่วมแถลงผลจับกุมนายสมศักดิ์ ทองเรือง อายุ 43 ปี และ น.ส.ปทุมรัตน์ เหม็งทอง อายุ 20 ปี 2 สามีภรรยา ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 156,162/2566 ลงวันที่ 16 มกราคม 2566 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ” จับกุมได้ที่หมู่บ้านเอื้ออาทรบ้านฉาง ข้างอาคาร 5 ถนนปทุมลาดหลุมแก้ว ต.บ้านฉาง อ.เมืองปทุมธานีสืบเนื่องจากเมื่อเดือน มิ.ย.65 บช.สอท. ได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้เสียหาย 2 ราย รายแรกเป็นแพทย์หญิงใน จ.ชุมพร ถูกคนร้ายหลอกโอนเงิน จำนวน 101 ล้านบาท และรายที่สองเป็นนักธุรกิจประกอบกิจการพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์เซลล์ ถูกคนร้ายหลอกโอนเงิน จำนวน 42 ล้านบาท จากการสอบปากคำเหยื่อทั้งสองพบแผนประทุษกรรมคล้ายกัน คนร้ายอ้างเป็นพนักงานขนส่งบริษัทเอกชนออกอุบายว่ามีพัสดุที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเพื่อความบริสุทธิ์ใจให้ติดต่อพูดคุยกับ ผกก.สภ.เมืองเชียงราย เมื่อติดต่อไปมีคนอ้างว่าเป็นตำรวจระดับ ผกก.สภ.เมืองเชียงราย แจ้งว่าให้ผู้เสียหายทั้งสองโอนเงินในบัญชีธนาคารของผู้เสียหายเพื่อไปตรวจสอบ และข่มขู่ว่าถ้าไม่โอนเงินมาตรวจสอบจะออกหมายจับผู้เสียหายทั้งสองเกิดความกลัวได้โอนเงินทั้งหมดไปให้ตรวจสอบจากนั้นผู้เสียหายทั้งสองพยายามติดต่อกับผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายทั้งสองเชื่อว่าตนถูกหลอกลวง ได้เดินทางมาแจ้งความ ต่อมาชุดสืบสวนทราบผู้ก่อเหตุคือนายสมศักดิ์ และ น.ส.ปทุมรัตน์ นำกำลังจับกุม จากการตรวจสอบประวัตินายสมศักดิ์พบมีหมายจับของศาลจังหวัดลำปาง ที่ จ.262/2565 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2565 ในฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ” จากแนวทางการสืบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองเป็นบัญชีสุดท้ายที่โอนไปยังบัญชีปลายทางของขบวนการ ก่อนที่ขบวนการจะนำเงินที่หลอกมาได้ไปสมัครไบแนนซ์เพื่อแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซี พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ต้องหาทั้งสองคนยังให้การปฏิเสธ อ้างว่ามีเพื่อนชักชวนให้เปิดบัญชี 4 บัญชี ให้ค่าจ้างบัญชีละ 500 บาท เมื่อเปิดบัญชีแล้วผู้ต้องหายินยอมให้รหัสในการทำธุรกรรมทางออนไลน์ และไม่ทราบมาก่อนว่าบัญชีที่เปิดถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิด กรณีนี้ถือว่าเข้าข่ายกระทำความผิดฐานเป็นตัวการ หรือเป็นผู้สนับสนุนในความผิดนั้น ตาม พ.ร.ก.ใหม่ที่ได้ออกมาบังคับใช้ คดีนี้ตั้งแต่ผู้เสียหายแจ้งความ ตำรวจ บช.สอท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จับกุมเครือข่ายดังกล่าว ตั้งแต่บัญชีม้าจนถึงผู้ที่เป็นคอลเซ็นเตอร์พูดหลอกเหยื่อ รวมทั้งได้เฉลี่ยทรัพย์คืน ให้ผู้เสียหาย ส่วนนายทุนใหญ่ชุดสืบสวนพิสูจน์ทราบตัวบุคคลแล้วเป็นชายชาวต่างชาติ และอยู่ระหว่างขยายผลเพิ่มเติมเพื่อสาวถึงตัวการใหญ่ต่อไปพล.ต.ต.วิวัฒน์ คําชํานาญ รอง ผบช.สอท. กล่าวว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าหลังบังคับใช้กฎหมายตัวใหม่ควบคุมบัญชีม้าและซิมโทรศัพท์ พบมีบัญชีที่เปิดใหม่ลดน้อยลง แต่ยังมีผู้หลงผิดใจดีสู้เสือ ลักลอบเปิดบัญชีม้าอยู่ เสนอราคารับจ้างเปิดบัญชีในราคาสูงขึ้น สนนราคาตั้งแต่ 3-4 หมื่นบาท ในส่วนของบัญชีม้าและซิมโทรศัพท์ ผบ.ตร.ได้สั่งการให้รวบรวมข้อมูลเพื่อปราบปรามกวาดล้างบัญชีม้าและซิมโทรศัพท์ที่นำมาใช้ผิดกฎหมายต่อไป ในส่วนกรณีของ น.ส.พิมพ์ลดา แววไธสง หรือเส้นด้าย สอดอ Style เน็ตไอดอลและยูทูบเบอร์สาว ที่ออกมาเล่าประสบการณ์เสียเงิน 25 ล้านบาท ในระยะเวลาแค่ 3 เดือนครึ่ง ไปกับเว็บพนันออนไลน์ เบื้องต้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล