ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้จัดประชุม “แผนการยกระดับความสามารถทางการแข่งขันทางการศึกษาไทยในเวทีโลก” ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล เนื่องจากที่ผ่านมาผลการประเมินความสามารถด้านการแข่งขันทางการศึกษาของไทยเมื่อเปรียบเทียบกับนานาชาติ ยังมีข้อกังวลที่ต้องเร่งแก้ไข เช่น ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ อัตราการเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษา รวมถึงบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาบางส่วนมีสมรรถนะไม่ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ สกศ. จึงร่วมกับหน่วยงานต่างๆจัดทำแผนการยกระดับความสามารถทางการแข่งขันทางการศึกษาไทยในเวทีโลก ด้วย 3 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1.ยกระดับผลการประเมิน PISA หรือโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ เล็งอัปคะแนนเฉลี่ย PISA ในแต่ละวิชาไม่น้อยกว่า 470 คะแนน ภายในปี 2570 มุ่งให้เด็กไทยอ่านออกเขียนได้ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ ประยุกต์ความรู้เพื่อใช้ในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพได้เป็นอย่างดี 2.ยกระดับผลการจัดอันดับ IMD หรือดัชนีความสามารถทางการแข่งขันของประเทศต่างๆ โดยในปี 2565 อันดับ IMD ด้านการศึกษาไทยทะยานขึ้น 3 อันดับ อยู่ที่อันดับ 53 แผนยกระดับฯ จะเข้ามาช่วยผลักดันการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ด้วยการจับมือกับทุกองค์กรช่วยสร้างโอกาสการเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม หวังขยับอันดับ IMD ด้านการศึกษาของไทยสู่อันดับที่ 40 ภายในปี 2570 และ 3.การยกระดับผลการจัดอันดับ WEF หรือดัชนีความสามารถทางการแข่งขันของสภาเศรษฐกิจโลก ด้วยการจัดการศึกษาให้สามารถผลิตกำลังคนสมรรถนะสูง ปั้นคนตรงสเปกตลาดแรงงาน เพื่อให้เด็กไทยทุกคนมีงานทำ“เบื้องต้นแต่ละองค์กรจะส่งแผนปฏิบัติราชการที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับผลการจัดอันดับต่างๆมายัง สกศ. เพื่อประมวลผลและสังเคราะห์ข้อมูลมาต่อยอดยุทธศาสตร์ทั้ง 3 ด้าน มีจุดเน้นคือ การร่วมกันกำหนดเป้าหมายด้านการศึกษาไทย สร้างความเข้าใจให้ภาคเอกชนรับทราบผลการจัดการศึกษาตามประเด็นที่อยู่ในการสำรวจความเห็นของ IMD และบูรณาการแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อใช้ประโยชน์ด้านความต้องการ และข้อมูลด้านการผลิตกำลังคน เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของไทยต่อไป” ดร.สุเทพกล่าว.