เมื่อวันที่ 22 ก.พ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ได้เผยแพร่มติมหาเถรสมาคม (มส.) เรื่องการกำหนดระยะเวลาขอพระราชทานสถาปนาฯ เลื่อนและตั้งสมณศักดิ์สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะเจ้าคณะรอง พระราชาคณะ และพระครูสัญญาบัตร ประจำปี ว่า ในการประชุม มส.เมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา เลขาธิการมหาเถรฯ เสนอว่า การขอพระราชทานสถาปนาฯ เลื่อนและตั้งสมณศักดิ์สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะเจ้าคณะรอง พระราชาคณะและพระครูสัญญาบัตรตามที่ได้ปฏิบัติมานั้น เพื่อยึดถือเป็นหลักปฏิบัติในการจัดทำบัญชีรายชื่อที่จะทูลเกล้าฯ จึงขอเสนอกำหนดระยะเวลาการดำเนินการ ดังนี้1.การขอพระราชทานสถาปนาฯ เลื่อนและตั้งสมณศักดิ์สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะเจ้าคณะรอง พระราชาคณะ ให้เจ้าคณะอำเภอส่งเจ้าคณะจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. แล้วให้เจ้าคณะจังหวัดพิจารณาให้เสร็จภายในวันที่ 28 ก.พ.ของทุกปีและส่งเจ้าคณะภาคตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.แล้วให้พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 มี.ค.ก่อนส่งเจ้าคณะใหญ่ตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค.แล้วให้พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มี.ค.ก่อนเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาสมณศักดิ์ภายในวันที่ 20 เม.ย.และนำเสนอ มส.ภายในวันที่ 30 เม.ย.ส่วนระยะเวลาขอพระราชทานตั้งและเลื่อนสมณศักดิ์พระครูสัญญาบัตรให้เจ้าคณะอำเภอส่งเจ้าคณะจังหวัดตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.แล้วให้เจ้าคณะจังหวัดพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิ.ย.ของทุกปีก่อนส่งเจ้าคณะภาคตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.แล้วให้เจ้าคณะภาคพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 ก.ค.ก่อนส่งเจ้าคณะใหญ่พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน วันที่ 30 ก.ค. แล้วเสนออนุกรรมการฯ ภายในวันที่ 20 ส.ค.ก่อนเสนอ มส.ภายในวันที่ 30 ส.ค.ของทุกปีทั้งนี้ ให้มีการตรวจสอบประวัติของพระภิกษุที่ขอพระราชทานสถาปนาฯ เลื่อนและตั้งสมณศักดิ์สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะเจ้าคณะรอง พระราชาคณะและพระครูสัญญาบัตรจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยได้รับความยินยอมจากเจ้าคณะประวัติด้วยด้านนายอินทพร จั่นเอี่ยม รักษาราชการแทน ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในฐานะเลขาธิการมหาเถรฯ เปิดเผยว่า มติดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อกำหนดเกณฑ์การขอพระราชทานสถาปนาฯ เลื่อนและตั้งสมณศักดิ์ในเบื้องต้นที่คณะสงฆ์จะต้องกลั่นกรองพระสงฆ์ที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสม แต่การพิจารณาสถาปนาฯ เลื่อนและตั้งสมณศักดิ์ทั้งหมด เป็นพระราชอำนาจ.