ไอ้โหดฆ่ายัดกล่องเครียดจัดเปิดปากรับเมายาลงมือก่อเหตุ แต่ยังยืนกรานคำเดิมแอบคบหาเป็นแฟนกับผู้ตาย วันเกิดเหตุฝ่ายหญิงมาหาที่ห้องก่อนจะมีปากเสียงรุนแรงนำไปสู่การฆาตกรรมสยอง ผบช.ภ.7 ไม่เชื่อคำกล่าวอ้าง สั่งเร่งหาพยานหลักฐานพร้อมรอผลนิติเวชชี้ชัดว่าถูกข่มขืนหรือไม่ คาดอีก 1 สัปดาห์รู้ผล พ่อเหยื่อสาวหอบกระเช้าขอบคุณตำรวจ พร้อมมอบแหวนทองให้เพื่อนคนงานที่เจอศพลูกสาว ยอมรับตอนนี้ยังโกรธแค้นมาก อยากถามผู้ต้องหาว่าทำแบบนี้ทำไมตำรวจยังเดินหน้าเค้นสอบสวนนายธนกร หรือแป๊บ อรัญทอง อายุ 19 ปี ฆาตกรโหดบีบคอฆ่า น.ส.สุมิตา หรือน้องเต็น พลเสน อายุ 18 ปี คนงานสาว พักอยู่ห้องติดกัน ยัดศพใส่กล่องพลาสติกใบใหญ่ไปทิ้งพงหญ้าริมคลองหลังบ้านพักคนงานแพลนต์ปูน ทีดี คอนกรีต หมู่ 7 ต.ศาลาขาว อ.เมืองสุพรรณบุรี ยังไม่เชื่อคำให้การของผู้ต้องหาที่อ้างว่า แอบคบหากัน แล้วผู้ตายต้องการให้รับผิดชอบเลี้ยงดูและพาไปเปิดตัว กับผู้ใหญ่ แต่ผู้ต้องหามีลูกเมียอยู่แล้วเลยปฏิเสธจนมี ปากเสียงทะเลาะกัน นำไปสู่การสังหารโหด ขณะที่พ่อผู้ตายยืนยันลูกสาวมีแฟนหนุ่มอยู่แล้ว เชื่อว่าคนร้ายต้องการข่มขืนกระทำชำเราเลยลงมือก่อเหตุความคืบหน้าที่ สภ.เมืองสุพรรณบุรี เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 ก.พ. พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ. 7 พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ประสพชัย มัตสยะวนิชกูล ผบก.สส.ภ.7 พล.ต.ต.เกรียงไกร วุฒิพานิช ผบก.ภ.จ.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.ธัชชัย ทิพเนตร ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายธนกร อรัญทอง ผู้ต้องหา ฆ่ายัดกล่อง ตามหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย ก่อนแถลงข่าว ผบช.ภ.7 เรียกประชุมตำรวจชุดคลี่คลายคดี จากนั้นร่วมสอบปากคำ ผู้ต้องหาด้วยตนเอง มีนายประสาน หมทอง อายุ 53 ปี พ่อผู้ตายพร้อมญาติ นำกระเช้าของขวัญมามอบ ให้ตำรวจเพื่อขอบคุณที่ติดตามจับคนร้ายได้อย่างรวดเร็วพล.ต.ท.ธนายุตม์กล่าวว่า ต้องขอบคุณตำรวจทุกฝ่ายที่ร่วมกันทำงานจนสามารถจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว คดีนี้ ผบ.ตร.สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 7 บูรณาการทุกภาคส่วนเร่งรัดสืบสวนติดตามคนร้ายให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ และกระทบจิตใจของญาติผู้เสียชีวิตและประชาชน ต้องขอแสดงความเสียใจและยืนยันจะคืนความเป็นธรรมให้ครอบครัวของผู้เสียชีวิต มอบหมายให้รอง ผบช.ภ.7 ลงมาควบคุมสำนวนการสอบสวนด้วยตัวเอง พร้อมจะเร่งรัดสรุปสำนวนเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม คดีลักษณะแบบนี้นานๆครั้งถึงจะเจอ ได้สั่ง ให้สอบสวนเพิ่มเติม เนื่องจากผู้ต้องหามีอาการเคร่งเครียด ต้องสอบสวนอย่างละเอียด เป็นคดีที่สำคัญต้องมีผู้ไว้วางใจ หรือทนายความเข้าร่วมรับฟังการสอบสวนด้วย ผบช.ภ.7 กล่าวต่อไปว่า จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ลงมือก่อเหตุจริง ส่วนมูลเหตุ ในการลงมือก่อเหตุที่แน่ชัดต้องสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากตำรวจยังไม่เชื่อคำให้การเบื้องต้นของผู้ต้องหา ส่วนมีการล่วงละเมิดทางเพศผู้ตายด้วยหรือไม่นั้น ยังไม่ขอลงรายละเอียด อยู่ระหว่าง สอบสวนเพิ่มเติมและรอผลชันสูตรจากแพทย์นิติเวช ทั้งนี้ ผู้ต้องหายอมรับว่า เสพยาเสพติดก่อนลงมือก่อเหตุ ขณะนี้ยังอยู่ในอาการเครียด หลังสอบปากคำเสร็จ นำตัวเข้าห้องคุมขังทันที ขอเวลาสอบสวนอย่างละเอียด อีกครั้ง ขณะเดียวกันสั่งการให้ชุดพิสูจน์หลักฐานเข้าไป เก็บวัตถุพยานเพิ่มเติมในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ยังไม่มีการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เพราะต้อง รอผลยืนยันจากแพทย์และสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติม ถึงปมสังหารโหดให้แน่ชัดเสียก่อนมีรายงานว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำ นายธนกร ผู้ต้องหายังยืนยันคำเดิมตามที่เคยให้การไปก่อนหน้าว่า ตัวเองกับผู้ตายมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน วันเกิดเหตุผู้ตายเข้ามาหาที่ห้องแล้วมีปากเสียงกันก่อนจะลงมือบีบคอจนเสียชีวิต แต่ตำรวจไม่เชื่อคำให้การ ต้องหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม รวมทั้งรอผล ตรวจชันสูตรอย่างละเอียดจากสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ คาดว่าจะทราบผลภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อมัดตัวผู้ต้องหาให้ดิ้นไม่หลุด ทั้งนี้ ในวันที่ 7 ก.พ. พนักงานสอบสวนจะนำตัวผู้ต้องหาส่งฝากขังต่อศาล ก่อนส่งตัวเข้าเรือนจำ หากจะสอบปากคำเพิ่มเติมจะเบิกตัวผู้ต้องหาออกมาสอบสวนเป็นครั้งคราวไปด้านนายประสาน พ่อผู้ตายกล่าวย้ำว่า ไม่เชื่อว่า ลูกสาวจะคบกับคนร้ายตามที่กล่าวอ้าง อยากบอกกับ ผู้ต้องหาว่าทำแบบนี้กับลูกตนทำไม ยอมรับว่าตอนนี้ โกรธและแค้นมาก ตนรักลูกมาก เชื่อว่าที่ผู้ต้องหาลงมือก่อเหตุน่าจะมาจากการเสพยาด้วย ไม่งั้นคงไม่ทำอะไรรุนแรงแบบนี้ ทั้งนี้ ได้มอบแหวนทองให้ น.ส.เอ (นามสมมติ) เพื่อนคนงานที่เป็นผู้พบศพ น้องเต็น เพื่อขอบคุณที่ช่วยหาลูกจนเจอ ถึงแม้ว่าจะเสียชีวิตแล้วก็ตาม โดย น.ส.เอได้มอบแหวนทองกลับคืนให้แม่และพี่สาวของน้องเต็นเพื่อทำบุญให้ดวงวิญญาณผู้ล่วงลับ