สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) รายงานภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี 2564 ขยายตัวร้อยละ 1.5 เมื่อเทียบกับปี 2563 สาขาพืช มีการขยายตัวร้อยละ 3.3 เมื่อเทียบกับปี 2563 พืชสำคัญที่มีผลผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวนาปรัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง อ้อยโรงงาน สับปะรดโรงงาน ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ลำไย ทุเรียน และเงาะ มีผลผลิตเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีปริมาณน้ำเพียงพอสาขาปศุสัตว์ หดตัวร้อยละ 2.4 ไก่เนื้อและไข่ไก่ ผลผลิตลดลงเนื่องจากความต้องการบริโภคชะลอตัวจากการระบาดของโควิด ผลผลิตสุกรลดลง เนื่องจากเกษตรกรปรับลดปริมาณการเลี้ยงเนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ปรับตัวสูงขึ้น และความกังวลสถานการณ์ระบาดของโรคในประเทศเพื่อนบ้านโคเนื้อผลผลิตเพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากนโยบายส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อของรัฐบาล และน้ำนมดิบเพิ่มขึ้น เนื่องจากเกษตรกรมีการบริหารจัดการฟาร์มที่ดีสาขาประมง หดตัวร้อยละ 3.0 เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวน ชาวประมงนำเรือออกไปจับสัตว์น้ำลดลง รวมทั้งปัญหาการขาดแคลนแรงงานจากการระบาดของโควิด กุ้งทะเลเพาะเลี้ยงลดลง เนื่องจากราคาไม่จูงใจ ประกอบกับมีการระบาดของโรคขี้ขาว ไวรัสตัวแดงดวงขาว หัวเหลืองประมงน้ำจืด ปลานิลมีผลผลิตลดลงเล็กน้อยเนื่องจากน้ำท่วม ปลาดุกผลผลิตเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีปริมาณน้ำเพียงพอและไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสาขาบริการทางการเกษตร ขยายตัวร้อยละ 3.7 เนื่องจากมีการจ้างบริการเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ทางการเกษตรเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นสาขาป่าไม้ ขยายตัวร้อยละ 1.5 ไม้ยูคาลิปตัส ตลาดจีน ญี่ปุ่น มีความต้องการอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมผลิตเยื่อกระดาษ และเชื้อเพลิงชีวมวล รังนกของไทยมีคุณภาพ ตลาดสิงคโปร์ จีนต้องการเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถ่านไม้มีการส่งออกเพิ่มขึ้นตามความต้องการของตลาดจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรในปี 2565 คาดว่าจะขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ 2.–3.0 และจะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นในสาขา.สะ–เล–เต