ตำรวจ กก.1 บก.ป. นำเจ้าหน้าที่ กรมศิลปากรตรวจค้นร้านขายของโบราณ ริมถนนบรมราชชนนี ฝั่งธนฯ หลังประกาศขายปืนใหญ่โบราณกันอย่างโจ๋งครึ่มในโลกโซเชียล พบปืนใหญ่โบราณ 7 กระบอก พอเช็กอย่างละเอียดกลับเป็นของโบราณทำเทียมขึ้นมา ซ้ำร้ายทางร้านไม่มีใบอนุญาตค้าโบราณวัตถุตามกฎหมาย คุมตัวเจ้าของร้านไปดำเนินคดีกองปราบฯบุกค้นร้านขายปืนใหญ่โบราณทำเทียมโดยไม่มีใบอนุญาต เมื่อวันที่ 16 ก.ย. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.จักรี กันธิยะ สว.1 กก.1 บก.ป. พ.ต.ท.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ สว.กก.1 บก.ป. พ.ต.ต.ทัตพร เลขะวัฒนพงษ์ สว.กก.1 บก.ป. นำกำลังพร้อมเจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจค้นร้านขายโบราณวัตถุ รวม3 จุด ในพื้นที่ กทม. 2 จุด และใน จ.นนทบุรี1จุดสืบเนื่องจากเมื่อเดือน ก.ค. ตำรวจกองปราบฯรับแจ้งจากเพจเฟซบุ๊ก “กองปราบปราม” ให้ช่วยตรวจสอบเพจเฟซบุ๊กประกาศขายปืนใหญ่โบราณผ่านช่องทางออนไลน์ มีข้อความชวนเชื่อให้ผู้คนทั่วไปเกิดความสนใจและจำหน่ายในราคาที่สูง ชุดสืบสวน กก.1 บก.ป.สืบสวนจนทราบข้อมูลและพิกัดของร้านและจุดเก็บสินค้าในพื้นที่ กทม. และ จ.นนทบุรี จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายค้นสถานที่เกี่ยวข้อง 3 แห่ง โดยจุดที่ตรวจค้นเป็นร้านขายโบราณวัตถุ ริมถนนบรมราชชนนี ฝั่งขาออก แขวงและเขตตลิ่งชัน กทม. มีนายยืนยง บุญฑริกรักษา อายุ 60 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของ ก่อนพาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นพบปืนใหญ่โบราณ 7 กระบอก และสินค้าประเภทอื่นๆอีกจำนวนมากสอบสวนนายยืนยงทราบว่าเป็นผู้ครอบครองปืนใหญ่โบราณของกลางทั้งหมด ซื้อมาจากคนรู้จักที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ส่วนราคาขายกำหนดราคาตามขนาด กระบอกเล็กขายในราคา 50,000- 100,000 บาท กระบอกใหญ่ขายในราคา 100,000- 200,000 บาท เปิดกิจการมานานกว่า 8 ปี ส่วนที่พบการประกาศขายอยู่ในโลกโซเชียลเป็นเพราะบุคคลอื่นมาช่วยโปรโมตขายให้จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรพบปืนใหญ่โบราณทั้งหมดที่อยู่ในร้านเป็นวัตถุทำเทียมขึ้นมา อยู่ระหว่างนำไปตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์เพื่อยืนยันอีกครั้ง นอกจากนี้ยังพบทางร้านไม่มีใบอนุญาตค้าโบราณวัตถุตามกฎหมาย เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 คุมตัวนายยืนยงส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.ดำเนินคดี