ทุเรียน “หลง–หลิน” ผลไม้ประจำถิ่นขึ้นชื่อของ อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ด้วยคุณลักษณะพิเศษลูกเล็กเมล็ดลีบกว่าทุเรียนทั่วไป แต่เรื่องรสชาติความหวานหอมอร่อยไม่เป็นรองทุเรียนที่อื่นๆแน่นอนปัจจุบันทุเรียนหลิน-หลงลับแลมีชาวสวนปลูกกันน้อย เนื่องจากพื้นที่สวนตั้งอยู่บนภูเขา ทำให้มีข้อจำกัดในการดูแลรักษา การให้น้ำทำได้ยาก ต้องอาศัยธรรมชาติเป็นหลัก ผลผลิตที่ได้ไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับฟ้าฝน ทำให้ภาครัฐเข้ามาส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองนายปรัชญา เสริฐลือชา นายอำเภอลับแล กล่าวว่า ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งได้ศึกษาความเป็นมาเป็นไปของทุเรียนหลง-หลินลับแล ตามตำนานเล่าว่าหลงลับแลมีจุดกำเนิดจาก นายลม–นางหลง อุประ ส่วนหลินลับแลมีจุดเริ่มต้นจาก นายหลิน ปันลาดทั้งสองครอบครัวอาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.แม่พูล อ.ลับแล ต่างนำเมล็ดทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองไปปลูกบนที่เชิงดอยแล้วกลายพันธุ์เป็นทุเรียนลูกเล็กเมล็ดเล็กกว่าทุเรียนทั่วไปต่อมาในปี 2520 เกษตรจังหวัดได้จัดประกวดทุเรียน ปรากฏว่าหลงของนายลมที่ตั้งตามชื่อภรรยาได้รางวัลยอดเยี่ยม ส่วนหลินของนายหลินได้รองชนะเลิศ ทั้งสองสายพันธุ์เคยได้รับรางวัลยอดเยี่ยมในการประกวดทุเรียนพื้นเมืองจากกรมส่งเสริมการเกษตรล่าสุดหลง–หลินผ่านการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI จากกรมทรัพย์สินทางปัญญาเรียบร้อยเมืองลับแลมีทุเรียนให้กินกันทุกสายพันธุ์ มีเนื้อที่ปลูกรวมประมาณ 34,435 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์หมอนทอง ผลผลิตรวม 33,577 ตัน สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทส่วนหลง-หลินลับแลมีพื้นที่ปลูกแค่ 2,800 ไร่ แยกเป็นหลง 2,400 ไร่ และหลิน 400 ไร่ สาเหตุเพราะหลินดูแลยากกว่าหลง ทำให้ชาวบ้านปลูกกันน้อย แต่ราคาจะสูงกว่าเฉลี่ย กก.ละ 450-500 บาท ส่วนหลงอยู่ที่ กก.ละ 300-350 บาทอนาคตจะสนับสนุนชาวสวนปลูกหลง–หลินเพิ่มมากขึ้นและดูแลเรื่องการตลาด นำผลผลิตออกไปขายนอกพื้นที่ เป็นการช่วยกันอนุรักษ์ทุเรียนสองสายพันธุ์ให้เป็นผลไม้คู่เมืองลับแลตลอดไป.ประสิทธิ์ ผึ้งสุข/รายงาน