มีไม่บ่อยในยุคนี้ที่จะเห็นหัวหน้าโรงพักโดดลงไปแกะรอยคดีด้วยตัวเอง “เมื่อมีโอกาสแล้วต้องทำให้ได้” พ.ต.อ.ภูริส จินตรานันท์ ผกก.สน.สุทธิสาร ถึงเลือกนำลูกน้องลุยงานสืบสวนสอบสวนจนปิดแฟ้มคดีสำคัญได้เสมอเจ้าตัวเชื่อว่า ชีวิต คือ การเรียนรู้ตลอดเวลาหลังจากสอบเข้าเป็น นรต.รุ่น 52 เขาประเดิมฝึกงานสายปราบปรามตอนอยู่ปี 3 ที่ สภ.อ.เมืองนครราชสีมา พบ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบช.ภ.3 ขณะนั้นยังเป็น สว.กก.สส.ภ.3 เสมือน “พี่เลี้ยง” และ “ครูคนแรก” ต้นแบบของการลงมือทำงานทุกภารกิจแบบไม่ยอมเลิกราวางแนวให้เขาเลือกทำงานสอบสวนก่อนแล้วค่อยย้ายไปงานสืบสวนพอเริ่มต้นเป็นผู้หมวดอยู่โรงพักทองหล่อได้ชั้นประทวนสอนทักษะวิชานักสืบ ขณะเดียวกันอาศัย ครูพักลักจำ ถึงขั้นขอเข้าไปนั่งฟังอบรม โรงเรียนสืบสวน ทั้งที่ไม่ได้มีรายชื่อเข้าเรียน ด้วยความสนใจเป็นพิเศษผ่านการเคี่ยวเข็ญจากรุ่นพี่ระดับอาจารย์ อาทิ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3 ร่วมคลี่คลายจับกุมผู้ต้องหาคดีดังมากมายอยู่เบื้องหลังตามรอย “มือระเบิด” ศาลพระพรหมเอราวัณ แยกราชประสงค์ รับทุนในนามสถานทูตออสเตรเลีย นำเอาเคสที่เกิดขึ้นไปแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการก่อการร้ายที่เมืองแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลียบินกลับมาเปิดเกมลากคอ “ทีมโจรใต้” วางบึมป่วนหลายจุดใน กทม.พลิกผันขึ้น ผกก.สน.ห้วยขวาง แล้วขยับนั่ง ผกก.สน. สุทธิสาร มุ่งเก็บกวาดปราบปรามโจรผู้ร้ายที่ทำลายความสงบสุขของประชาชน“จงเป็นผู้ให้ที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน” นายตำรวจหนุ่มถูกปลูกฝังมาตลอดพยายามทำตัวเป็นคนธรรมดาที่มีความสุขที่สุด.สหบาท